ผู้ว่าฯสมัย 2 – ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ กลับเข้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เริ่มทำงานในสมัย 2 ของตัวเองแล้ว หลังผลลัพธ์จากการเลือกตั้ง 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถูกคนกรุงเทพออกคำสั่งให้กลับมาทำหน้าที่นี้อย่างท่วมท้น
เพราะนอกจากจะชนะคู่แข่ง ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ อย่างขาดลอย ด้วยคะแนน 1.5 เสียงแล้ว
คะแนนที่ ชัชชาติ ได้รับมา ยังทุบสถิติเดิมของตัวเองในสมัยแรก ขึ้นแท่น เป็น “เจ้าของสถิติใหม่” ของผู้ชนะ ที่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่ากทม. ด้วยคะแนนสูงสุดอีกครั้งหนึ่งด้วย
ที่สำคัญ ชัชชาติ ยังเป็นผู้ว่ากทม. ที่เมื่อตัดสินใจลงสมัย 2 แล้ว ยังได้รับความไว้วางใจจากคนกรุงเทพ ด้วยคะแนนเสียงที่มากขึ้นกว่าสมัยแรกตามสถิติเป๊ะๆ เป็นคนที่ 4
ต่อเนื่องจาก ผู้ว่าฯจำลอง ศรีเมือง, ผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน และต่อเนื่องจาก ผู้ว่าฯสุขุมพันธ์ุ บริพัตร
แน่นอนว่า แรงส่งสำคัญที่ทำให้ ชัชชาติ ได้รับชัยชนะแบบ “นอนมา” ขนาดนี้ ก็ต้องยกให้กับงานของชัชชาติและทีมงานในสมัยแรก
ด้วยภาพลักษณ์ที่เข้าถึงอย่างเสมอต้นเสนอปลาย ทำให้คนกรุงเทพรู้สึกถึงการมีอยู่ของผู้ว่าฯ จากการปรากฎตัวทุกครั้ง เมื่อกทม.มีปัญหา
ที่สำคัญยังเป็นนักการเมืองที่คนจากทุกขั้วความคิดทางการเมืองยอมรับได้ ซึ่งหาได้น้อยมากจากนักการเมืองไทยในขณะนี้
เหล่านี้คือจุดแข็ง แต่ทว่าภาพความคาดหวังที่คนกรุงเทพมีให้ผ่านคะแนนเสียง ถือเป็นงานหนักตลอดสมัย 2 แน่นอน
แล้วจากสถิติทั้งหมดของผู้ว่าฯสมัย 2 ทั้ง 3 คนที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีใครเลยที่เคยอยู่จนครบวาระ จนกลายเป็น “อาถรรพ์” ที่ ชัชชาติ เองก็ถูกถาม ในรับวันหน้าที่
ย้อนไปตั้งแต่ พล.ต.จำลอง ที่ตัดสินใจออกเพื่อ นำทัพ พรรคพลังธรรม ลงเลือกตั้งระดับชาติ
ผู้ว่าฯอภิรักษ์ ลาออก หลังเลือกตั้งเพียง 2 เดือน เพราะถูกชี้มูลความผิด จากคดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง
ผู้ว่าฯสุขุมพันธ์ ถูกคำสั่งคสช.ในยุครัฐประหาร สั่งพ้นตำแหน่ง จากเหตุผลเรื่องการทุจริตเช่นเดียวกัน
“คือกลัวก็ไม่รู้จะทำไง ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมอยู่ถึงก็ถึง ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้วกัน หวังว่าจะอยู่รอด ล้างอาถรรพ์ได้” ชัชชาติ ตอบคำถาม
แน่นอน โจทย์จากทั้ง 3 อดีตผู้ว่าฯ ถือเป็น “บทเรียน” และ “โอกาส” สำหรับ ชัชชาติ
เพราะนอกเหนือจากผลงานในการพัฒนากทม. จากนโยบายหาเสียงแล้ว โจทย์ เรื่อง ความไม่เอาจริงเอาจังจัดการเรื่องความไม่โปร่งใส รอบนี้คงถูกจับตามากเป็นพิเศษ
อย่างน้อยๆก็จาก “สภากทม.” ที่คนกรุงเทพส่ง ส.ก.สีส้ม พรรคประชาชน มากถึง 22 คน มาให้ทำงานร่วมกันด้วย
ดังนั้น การจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การหาผลประโยชน์ที่แอบแฝงอยู่ในกทม. หน่วยงานขนาดใหญ่ ที่มีงบประมาณหลายหมื่นล้าน จึงเป็นความคาดหวังใหญ่ ที่รอการสะสาง
หาก 4 ปีจากนี้ ชัชชาติ และทีมงาน จริงจังเอาใจใส่ และไร้รอยตำหนิจากเรื่องเหล่านี้
โจทย์ อันเป็นโอกาสทางการเมือง ก็อาจจะเปิดกว้างต่อไป
อย่างที่ถูกแฟนคลับตะโกนตลอดการหาเสียง เชียร์ให้ลงสนามใหญ่ การเมืองระดับชาติ

