จัดทัพ กระทรวงตาชั่ง อนุทิน2 เปลี่ยนปลัดยุติธรรม ‘พงษ์สวาท’ ส่งต่อ ‘ปิยะศิริ’ จับตาภารกิจลับ

10.07.26 | 11:16 น.

รื้อจัดทัพ ก.ยุติธรรม ยุคอนุทิน 2 เปลี่ยนปลัด ‘พงษ์สวาท’ ส่งต่อ ‘ปิยะศิริ’ จับตาภารกิจลับ

แวดวงระบบราชการไทย การโยกย้ายข้าราชการระดับสูง มักเป็นเรื่องปกติของ “วงรอบ” แต่การตัดสินใจของ “นางพงษ์สวาท นีละโยธิน” ปลัดกระทรวงยุติธรรม  ยื่นหนังสื่อลาออกจากราชการ เมื่อ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลับไม่ใช่เรื่องปกติ

เพราะเพียงแค่วันเดียว หลังจากเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติรับโอน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศอ.บต. เข้าดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ แทนที่ นางพงษ์สวาท  นีละโยธิน ซึ่งถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ

หากย้อนกลับไป การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ ของ ปลัดต่าย- พงษ์สวาท ปลัดยุติธรรมคนที่33  เมื่อปี 2565 แวดวงคนในต่างรู้ดี ว่าแบ็คกราว ปลัดพงษ์สวาท ไม่ธรรมดาพาวเวอร์ ระดับ โยกข้ามห้วย เหาะเหิน จาก ผอ.สำนักงาน ป.ย.ป.  มาเข้าสู่ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงไม่ธรรมดาเช่นกัน

ปลัดพงษ์สวาท  จบนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นทำงานในตำแหน่งนิติกร 3 กองกฎหมายไทย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่ปี 2535 เติบโตตามลำดับเป็นฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการกฤษฎีกา

ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และผอ.สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปย.ป.)

Advertisement

ก่อนที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์อาชา จะโอนย้าย ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อเดือน ก.ค.2565 เรียกได้ว่า พื้นฐานเติบโตมา ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โดยนางพงษ์สวาท เคยเล่าที่มาของ การเข้ามาตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม  ว่า จากประสบการณ์การทำงานด้านกฎหมายมาตลอดการรับราชการ เริ่มต้นการทำงานในตำแหน่งนิติกร 3 กองกฎหมายไทย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 งานที่ได้รับมอบหมายในขณะนั้น

ทำให้เรียนรู้ด้านกฎหมายทุกฉบับในประเทศไทยต่อมาได้รับโอภาสเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกฎหมาย สั่งสมความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมายมาโดยตลอตลอด

และมีโอกาสทำงานกับผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ก่อนก้าวสู่ในตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมกากฤษฎีกา และได้รับความไว้วางใจ ให้ดำรงตำแหน่ง  ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ปยป.) ก่อนขึ้น ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม

“ถ้าจะมองไปข้างหน้า ต้องเหลียวข้างหลัง สิ่งไหนดีต้องเก็บรักษาไว้และทำให้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องทำไปข้างหน้าคือ ต้องทันสมัย ทันสถานการณ์ โดยนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนการทำงาน คือ การพัฒนาองค์ความรู่ให้เท่าทันต่อยุคสมัย และเท่าทันต่อองค์กร ก้าวต่อไป

คือต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งองค์กรและบุคลากร ด้วยการถ่ายทอดนโยบายจากผู้บริหาร ลงไปสู่ผู้ปฎิบัติในทุกระดับถึงหน่วยงานกระทรวงยุติธรรม ระดับพื้นที่ โดยหน่วยงานในพื้นที่ต้องรับทราบนโยบายแนวทางการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานไปพร้อมกัน”

ปลัดพงษ์สวาท ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม มาแล้ว ถึง 4 รัฐมนตรี  4  พรรคการเมือง นับแต่ปี 2562 เป็นต้นมา สมัย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” พรรคพลังประชารัฐ เป็นรมว.ยธ. ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ปี 2562-2566

พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง พรรคประชาชาติ เป็นรมว.ยธ. 2 รัฐบาล รัฐบาลเพื่อไทย มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ช่วง 1 ก.ย.2566-3 ก.ย.2567 และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ช่วง 3 ก.ย.67-18 ก.ย.2568

และสมัย พล...รุทธพล เนาวรัตน์  รมว.ยุติธรรม สมัยรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล  ปี2568  และสมัยที่ 2 อนุทิน ชาญวีรกูล 2569   

การโยกย้าย ครั้งล่าสุดนี้ จึงอาจมอง ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ การจัดทัพข้าราชการระดับสูง ให้สอดรับกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 

แต่การโยกย้าย ปลัดพงษ์สวาท ไปนั่งเป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนี้  ในทางเทคนิคคือการปรับย้ายปกติ เพราะครองตำแหน่งปลัดยุติธรรม ครบแล้ว 4ปี  แต่ในเชิงการเมือง คือการ “ลดบทบาท” ที่ใครก็ดูออก  เพราะตำแหน่งที่ปรึกษานากรัฐมนตรี  ในช่วงอายุราชการที่เหลือ อีก 1 ปี ต้องขยับไปนั่งในกรุ ตบยุง ตามที่หลายคนเข้าใจ 

อีกทั้งทันทีทีข่าวสะพัดว่า ปลัดพงษ์สวาท ยื่นหนังสือลาออก พล...รุทธพล เนาวรัตน์  รมว.ยุติธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่ารับทราบเรื่องแต่ยังไม่ได้อนุมัติลาออก เนื่องจาก มีชื่อปลัดพงษ์สวาท ไปผูกติดกับ “ปมร้อน” อย่างคดีชั้น14 รพ.ตำรวจ ที่ ป.ป.ช. กำลังไล่บี้อย่างหนัก

อีกประเด็นที่หลายคนใส่ใจคือเหตุผล หรือ ภารกิจ หรือ เป้าหมายสำคัญ ของ ปิยะศิริ ปลัดยุติธรรมคนใหม่ คืออะไรกันแน่ ย้ายคนเดิม ตามวงรอบจริงหรือไม่? ก็หวังว่าไม่ใช่ภารกิจ ที่เสียงในหัว ของหลายคนในตอนนี้ หลายคนกำลังพูดถึงคิดวิเคราะห์กัน

เนื่องจากมี การตั้งข้อสังเกตุลือกันสนั่น ว่าเมื่อครั้ง ปลัดพงษ์สวาท  เป็นกรรมการคดีพิเศษ ให้ความเห็น ทางกฎหมาย ว่า ดีเอสไอมีอำนาจรับ “คดีฮั้ว สว.” เป็นคดีพิเศษในข้อหา “อั้งยี่-ฟอกเงิน” ได้ทันที โดยไม่ต้องรอ กกต.

อย่างไรก็ตาม  ปิยะศิริ ปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ กำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ร้อนระอุท่ามกลางกระแสการเมืองที่ถาโถม นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่พิสูจน์ว่า กระทรวงยุติธรรม จะยังคงเป็นที่พึ่งของประชาชน หรือจะกลายเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในเกมการเมือง !!