สัมภาษณ์พิเศษ : ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ กางโรดแมป จะทำงานเหมือนพรุ่งนี้โลกแตก

หมายเหตุนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “มติชน” ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานใน ทส. รวมทั้งการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร และเสถียรภาพของรัฐบาล

“ ใครจะวุ่นใครจะวิ่งก็เรื่องของเขา แต่ตอนนี้ผมนิ่งสนิทบางทีวิ่งมากก็ใช่ว่าจะได้ หรือบางทีอยู่เฉยๆ นิ่งๆ บางทีก็ได้ แต่ทุกกรมมีวิ่งหมด”

⦁ งานใน ทส.เริ่มลงตัวและรู้จักกับผู้บริหารในแต่ละกรมหรือยัง

เริ่มลงตัว และพอจะรู้เส้นสนกลในการบริหารจัดการในแต่ละกรมบ้างแล้ว เวลานี้ชัดเจนแล้วในส่วนของปลัดกระทรวง คณะรัฐมนตรี ได้แต่งตั้ง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงแล้ว

⦁ มติ ครม.เห็นชอบแต่งตั้งปลัด ทส.จะเกี่ยวข้องกับสถานะของ ครม.ในระหว่างการตรวจสอบเรื่องถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนจะมีปัญหาย้อนหลังหรือไม่

เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกรัฐมนตรีและ ครม.นั้นได้กระทำต่อพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือว่าได้ผ่านขั้นตอนและกระบวนการไปเรียบร้อยแล้ว ประเด็นสำคัญของผมในวันนี้คือการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนฝ่ายค้านจะมีประเด็นการตรวจสอบเรื่องใดก็สามารถทำได้ผ่านกลไกของรัฐสภา แต่ส่วนตัวผมในฐานะที่ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารก็จะทำหน้าที่ฝ่ายบริหารให้เต็มที่ หากจะมานั่งกังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้จนทำให้งานของฝ่ายบริหารเสียไปคงจะไม่ได้ ยิ่งเวลานี้มีทั้งปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ในฐานะฝ่ายบริหารจึงต้องเร่งคลี่คลายปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็วเช่นกัน ส่วนเรื่องในสภาก็จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติให้ทำงานอย่างเต็มที่

⦁ ในฐานะฝ่ายบริหารจะจัดสรรเวลามาทำงานด้านนิติบัญญัติในสภาอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตในสภาเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา ในเรื่องข้อบังคับการประชุมสภา

การทำงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ทุกอย่างสามารถหาจุดลงตัวและสมดุลได้ อย่างที่ผมบอก พอรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็บอกว่าห่วงว่าจะไม่รอด แต่พอเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก บางกลุ่ม บางพวกก็มองว่าเป็นรัฐสภา พวกมากลากไป เป็นเผด็จการรัฐสภาบ้าง ผมเชื่อว่าเหตุการณ์เรื่องการประชุมสภาแล้วแพ้โหวตฝ่ายค้านคงจะไม่เกิดขึ้นอีก ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้ความสำคัญกับเรื่องเสียงในการประชุมสภามาก โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายที่สำคัญๆ แต่ละฉบับ อย่างการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี จะไม่มีปัญหาเรื่องเสียงโหวตแน่นอน เสียงโหวตต้องปึ้กแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ทำหน้าที่ในสภา คงไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกันพิเศษ เพราะพรรค ชทพ.มีเพียง 10 เสียง ส.ส.ทุกคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่เป็นอย่างดี รวมทั้งจะมีสมาชิกของพรรค ชทพ.ช่วยมอนิเตอร์งานในสภาอยู่ตลอด ในส่วนของผมอาจมีติดภารกิจงานของรัฐมนตรีอยู่บ้าง แต่สามารถเคลียร์เวลา ไม่ให้กระทบกับงานในสภาได้ โดยเฉพาะการตอบกระทู้ถาม ผมจะมาตอบด้วยตัวเองทุกครั้ง อย่างการประชุมสภาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เป็นการตอบกระทู้ครั้งแรกของผม คนถามกระทู้ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกัน จึงรู้สึกตื่นเต้นด้วยกันทั้งคู่

ผมมองว่าเวลาเพื่อนๆ สมาชิกในสภาถามกระทู้มา เราก็ต้องให้เกียรติตอบคำถามสมาชิกด้วย เพราะชาวบ้านมีความเดือดร้อน เวลาสมาชิกมาถามคำถามแทนชาวบ้านจะได้มีคำตอบกลับไปให้กับชาวบ้านในพื้นที่นั้นๆ ได้ ส่วนตัวผมยืนยันว่าทำงานแบบไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างก็มีประชาชนที่ต้องดูแลเหมือนกัน ทำหน้าที่อย่างเสมอภาคกัน

⦁ มั่นใจหรือไม่ว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพ อยู่จนครบวาระ

ส่วนตัวผมมั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวแน่นอน แต่คงไม่มานั่งนับวันว่าจะอยู่ถึงกี่่เดือน กี่ปี ขอทำงานในหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส.ให้ดีที่สุดจะดีกว่า การทำงานของผมจะยึดคติจะทำงานให้เหมือนกับว่าวันพรุ่งนี้โลกจะแตก จึงต้องทำงานในทุกวันให้ดีที่สุด ยิ่งเห็นบรรยากาศการทำงานของ ครม.ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาถือว่าดีมากๆ นายกฯและรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวงทำงานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

หากเปรียบนายกฯและ ครม.เป็นผ้า 1 ผืน วางอยู่บนปากหลุม นายกฯจะอยู่ในจุดศูนย์กลางของผ้า แล้วล้อมรอบด้วย ครม. หากหยิบผ้าขึ้นมาในตำแหน่งตรงกลาง เมื่อนายกฯขึ้นมาได้ก็จะดึง ครม.ขึ้นมาด้วย ในทางกลับกันหากกดจุดผ้าตรงกลาง คือจุดของนายกฯให้จมลงหลุมไป ก็จะดึงให้ ครม.จมลงหลุมไปด้วย ครม.ทุกคนจึงเข้าใจตรงกันว่า ถ้านายกฯรอด ครม.ก็จะรอดไปด้วย เพราะไม่ว่า ครม.จะเก่งเพียงใด แต่ถ้านายกฯไม่รอด ครม.ก็ไม่รอดด้วยเหมือนกัน

⦁ เข้ามา ทส.ในช่วงเวลาข้าราชการระดับ 8-9-10 เกษียณอายุมาก เป็นเหตุให้มีข่าวลบมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง

มีข่าวลือมากจริง ยอมรับเลย แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ เพราะว่าตัวเองเห็นเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก คลุกคลีกับเรื่องการเมืองมา แต่ยังจำความได้ มันจะมีช่วงเวลาแบบนี้ ช่วงที่ถึงเวลาของการโยกย้าย เวลานี้มีทั้งฝ่ายได้ประโยชน์ ฝ่ายเสียประโยชน์ คนกลุ่มนี้ก็ต้องมีการเคลื่อนไหวในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างแน่นอน ผมไม่แปลกใจเลย และยืนยันว่ารับมือกับเรื่องพวกนี้ได้ และจะพิจารณาเรื่องของการโยกย้ายตามความเหมาะสมอย่างแน่นอน

⦁ อะไรคือความเหมาะสม

ดูที่ศักยภาพการทำงาน ต้องยอมรับว่าข้าราชการเขาทำงานกันมานานแล้ว เราเพิ่งเข้ามา อยู่ๆ มาเขย่าเขาใหม่หมดเลยไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นก็กลายเป็นว่าต้องมาแก้ปัญหากับเรื่องหลังจากเขย่าใหม่อีก งานหลักๆ ไม่ต้องทำกันพอดี ผมก็เห็นและมีข้อมูลอยู่ว่าแต่ละกรมเป็นอย่างไร ผมอยากให้ ทส.มีบทบาทการทำงานป้องกันในเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่

⦁ กรมใหญ่ๆ 3 กรมนั้นวุ่นวายมากหรือไม่

ใครจะวุ่นใครจะวิ่งก็เรื่องของเขา แต่ตอนนี้ผมนิ่งสนิท บางทีวิ่งมากก็ใช่ว่าจะได้ หรือบางทีอยู่เฉยๆ นิ่งๆ บางทีก็ได้ แต่ทุกกรมมีวิ่งหมด ทั้งวิ่งข้ามรั้ว กระโดดไกล กระโดดค้ำถ่อ ยังมีเลย แต่ที่สุดแล้วคืออยู่ที่ผม ยืนยันว่าจะทำอย่างเหมาะสมที่สุด

⦁ 3 กรมใหญ่ คือกรมอุทยานฯ กรมทะเล และกรมป่าไม้ จะมีการเปลี่ยนตัวอธิบดีไหม

กรมทะเลเปลี่ยนแน่ๆ เพราะอธิบดีจตุพรขึ้นไปเป็นปลัด ทส.แล้ว กรมป่าไม้ก็ตัวสูงใหญ่ทำงานแข็งขัน กรมอุทยานฯที่ก็อยู่มานาน ทั้งหมดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ก็คอยดูไปแล้วกัน ที่บอกได้ตอนนี้คือเพื่อไม่ให้งานที่กำลังทำอยู่สะดุด จะต้องย้ายในระนาบเดียวกันก่อน คือ 10 ไป 10 ตอนนี้ที่ว่างแน่ๆ แล้วคือกรมทะเล กรมน้ำ และกรมน้ำบาดาล 2 กรมหลังนั้นอธิบดีเกษียณอายุราชการก็ต้องดูระนาบเดียวกันก่อน

⦁ เดือนกว่าๆ ที่เข้ามาทำงานเห็นข้อบกพร่องอะไรเป็นเรื่องแรก และพอใจกับบทบาทหน้าที่ของ ทส.แค่ไหน

ทส.เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในการทำงานสูงมาก เข้มแข็งมาก แต่ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์กับการทำหน้าที่ของตัวเองบางหน่วยงานนั้นยังน้อยเกินไป ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งยังเข้าใจการทำงานผิดอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดร้องเรียนเรื่องมลพิษขึ้นมา มีก๊าซพิษ มีขยะ มีน้ำเสีย มีฝุ่น ประชาชนจะนึกถึงกรมควบคุมมลพิษ การทำหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษก็ได้แค่ไปตรวจวัด แต่การจะเอาผิดหรือลงโทษนั้นต้องเป็นอีกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง หรือฝ่ายกฎหมาย อันนี้ผมไม่ได้โทษใคร แต่มองว่าหลังจากนี้ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจในบทบาทของพวกเรามากขึ้น และพวกเราเองต้องประสานงานกับหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวเนื่องกับพวกเราให้มากขึ้นด้วย

⦁ เรื่องที่นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าฯ ที่ออกมาแถลงข่าว 3 ประเด็น ว่าหากรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องโฉนดทองคำ เรื่องการตัดถนนผ่านป่าคลองลาน-อุ้มผาง และที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ยกบางส่วนของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานให้กับ ส.ป.ก.โดยบอกว่าหากรัฐบาลยินยอมให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

ก่อนอื่นผมขอชื่นชมการทำงานของท่านดำรงค์ พิเดช ก่อน ท่านเป็นคนที่รักและดูแลพื้นที่ป่ามานาน ตามชื่อพรรคท่านนั่นแหละ และที่ผ่านมาผมก็บอกท่านเองว่ามีอะไรชี้แนะก็บอกผมได้ตลอดเวลา กับประเด็นที่ท่านดำรงค์ท้วงติงมานั้น ท่านนายกฯได้สั่งการมาที่ผมแล้วว่าให้ไปปรึกษากับท่านดำรงค์จะต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรถึงจะเหมาะสมที่สุด เพราะตามหลักการของรัฐบาลแล้วประชาชนคนยากจนอยู่กับป่าได้ แต่ต้องไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า ในแบบที่มีการบุกรุกใหม่อย่างเด็ดขาด

⦁ สามารถทำงานร่วมกับนายดำรงค์ได้ไหม

ไม่มีปัญหาเลย ที่ผ่านมาท่านดำรงค์น่ารักมาก เมื่อรู้ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาได้เป็นพรรคที่มาทำงานใน ทส.ท่านก็ออกตัวเลยว่าท่านไม่ยุ่ง ไม่ขอรับตำแหน่งอะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผมก็ว่าผมจะไปขอคำแนะนำจากท่านอยู่หลายเรื่อง เพราะผมนั้นไม่ใช่ว่าเป็นรัฐมนตรี ทส.เพียงข้ามวันแล้วจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและรู้ทุกสิ่งขึ้นมาทันที การมีท่านดำรงค์คอยแนะนำผมจะปฏิเสธทำไม

⦁ กฎหมายปราบปรามการรุกป่าอ่อนไปหรือไม่ ต้องแก้ไขอะไรไหม

ผมว่ากฎหมายมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นบางที่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่บางคนใช้ช่องว่างที่มีอยู่ในทางที่ไม่ถูก หากเราเข้มงวดกับการใช้กฎหมายผมว่าไม่จำเป็นที่ต้องแก้ไขกฎหมายแล้ว

⦁ ล่าสุด มาเรียมตาย จะมีผลอะไรกับคนที่ดูแลไหม

ผมยิ่งต้องให้กำลังใจพวกเขาให้มากๆ เลย ทำงานหนักกันมาตลอด น่าชื่นชมน้ำใจเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มาก ผมบอกไว้เลยว่า ทส.หรือกระทรวงไหนๆ ก็ตามความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะรัฐมนตรี ไม่ใช่เพราะอธิบดีเก่ง แต่เป็นเพราะการทำงานขอเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการต่างหาก ทส.จะทำงานประสบความสำเร็จมากแค่ไหนอยู่ที่ พนักงานพิทักษ์ป่า สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เจ้าหน้าที่เจาะบ่อบาดาล เจ้าหน้าที่ตรวจวัดมลพิษ คนเก็บตัวอย่างน้ำ ฯลฯ เหมือนที่เขาพูดกันว่า โซ่ข้อที่อ่อนที่สุดจะเป็นตัวกำหนดความเข้มแข็งของโซ่ทั้งเส้น และหน้าที่ของผมเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาแค่สั่งการให้ใครทำ แต่หน้าที่ผมคือเข้ามาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน ขาดเหลืออะไรก็ให้บอก จะแก้ไขให้และผมมีนโยบายแบบนี้ ขอให้เอานโยบายผมไปปฏิบัติด้วย

บทความก่อนหน้านี้น.3คอลัมน์ : ใครถูก ใครผิด ถวายสัตย์ ปฏิญาณตน ฝ่ายค้าน รัฐบาล
บทความถัดไปป.ป.ช.กับกรณีทุจริต