ศุภชัย ปทุมนากุล
นั่งปลัด อว.คนใหม่
ชูกระทรวงแห่งความหวัง
หมายเหตุ – ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ “มติชน” กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง อว.แทนนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้
⦁วางแผนการขับเคลื่อนงานในการเข้ามารับตำแหน่งปลัด อว.ไว้อย่างไร
งานสำคัญงานแรกที่จะดำเนินการคือการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ตามที่ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. ผ่าน 23 โครงการสำคัญของกระทรวง อว. เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข ซึ่งจะมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยให้ได้มากที่สุด
โดยทั้ง 23 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการจิตอาสาทำความดี “ทุกยูนิต รวมหัวใจ ชาว อว.พร้อมใจบริจาคโลหิต” 2.โครงการปลูกต้นไม้ และ 3.โครงการเดิน วิ่ง ปั่น เฉลิมพระเกียรติฯ โดยโครงการนี้ได้กำหนดจัดพร้อมกันทั่วประเทศ 4.เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 5.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 6.สัปดาห์การแพทย์แผนไทย กินอยู่อย่างไทย ห่างไกลโรค 7.โครงการวันนอนหลับโลก 2024 8.เรียนรู้ประวัติศาสตร์ก้าวสู่อนาคตอย่าง
แข็งแรงกับคนวังหลัง
9.โครงการบ่มเพาะเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม 10.โครงการพัฒนาระบบและมาตรฐานในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนแปรอักษรเพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับประเทศไทย 11.โครงการวิจัยสืบสาน รักษา ต่อยอด ราชประศาสนศาสตร์ 12.โครงการก้าวใหม่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม 13.โครงการดาราศาสตร์สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น 14.โครงการพัฒนานวัตกรรมสร้างอาชีพ 15.โครงการชุมชนเกษตรปลอดภัยเทิดไท้องค์ราชัน 16.โครงการรวมใจภักดิ์อนุรักษ์แหล่งน้ำพื้นที่หมู่บ้านคชานุรักษ์ 17.โครงการคลังข้อมูลดิจิทัล
18.โครงการ KidBright at school ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19.โครงการ SLRI ปันน้ำใจบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ 20.5 กอง 5 กิจกรรมจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจถวายเป็นพระราชกุศลฯ 21.โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโรงเรียนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ 22.โครงการคาราวานวิทยาศาสตร์ อว.สืบสาน รักษา ต่อยอดสู่ความยั่งยืน และ 23.โครงการนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้ทุกหน่วยงาน ทุกองคาพยพของกระทรวง อว.จะร่วมมือ
กันดำเนินการ
สิ่งแรกที่ผมอยากจะทำคือ อยากจะสร้างคนเก่งให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ ทำให้คนไทยรู้เท่าทันกับองค์ความรู้ใหม่ๆ อุตสาหกรรมใหม่ๆ รวมทั้งสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ภายในประเทศ สร้างคนเก่งให้เร็วที่สุด ดีที่สุด โดยเฉพาะด้านดิจิทัล เอไอ คือต้องเก่งและมีคุณภาพ เนื่องจากในระยะยาวหากเรามีคนเก่งไม่เพียงพอ อุตสาหกรรมจากต่างประเทศจะไม่เข้ามาลงทุนกับเรา
⦁การสร้างคนเพื่อออกไปสร้างงานนั้น อว.เปรียบเสมือนสารตั้งต้นที่จะผลิตบุคลากรออกไปดำเนินการเพื่อให้งานออกมาสำเร็จ พัฒนาประเทศและสร้างเงิน หน้าที่ของ อว.จึงต้องประสานรอบทิศทางกับทุกหน่วยงาน เพื่อป้อนคนให้ตรงกับความต้องการของงาน มีแนวทางอย่างไร
สำหรับแผนงานที่ต้องการขับเคลื่อนหลังจากรับหน้าที่ปลัดกระทรวง อว.อันดับแรกคือ การสานต่องานเดิมที่ได้ร่วมดำเนินการตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อว. โดยเฉพาะการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูประบบอุดมศึกษาในหลายๆ เรื่อง ทั้งในเรื่องของ “Life long learning”หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต, การจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา, การจัดทำ “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” (National Credit Bank) เพื่อรองรับการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย, การจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือหลักสูตร Sandbox, การจัดทำเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่ที่ไม่จำกัดการจบการศึกษาแบบเดิมคือ 4 ปี และห้ามเกิน 8 ปี ให้นักศึกษาสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ใน 2 ปี แต่ต้องได้มาตรฐานตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยจะดีไซน์หลักสูตรเรียนเกิน 8 ปีก็ได้ หรือให้เด็กเรียน 1 ปี ฝึกประสบการณ์ทำงาน 5 ปี กับสถานประกอบการจริง และการผลิตคนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และ EV เป็นต้น
ที่สำคัญคือการเปิดให้มหาวิทยาลัยไทยให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาส สำหรับทุกคนทุกช่วงวัย เป็นพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ในการสร้างธุรกิจเทคสตาร์ตอัพ (Tech startup) สร้างวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) สร้างอาชีพใหม่ๆ เป็นพื้นที่ของคนในวัยทำงานที่จะมาเรียนเอาความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อไปพัฒนาต่อยอดอาชีพและธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นพื้นที่ของคนสูงวัยที่จะกลับมาเรียนรู้ ปรับตัวเพื่อให้สามารถเข้ากับสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถกลับเข้าสู่การทำงานที่เหมาะสมกับวัยและมีคุณภาพชีวิตในวัยเกษียณที่ดี
⦁การเดินหน้ากระทรวง อว.ให้เป็นไปตามเป้าหมายกระทรวงแห่งความหวังของประเทศจะเป็นอย่างไร
ขณะนี้สิ่งที่ต้องเดินควบคู่กันไปคือ ทำให้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นลมหายใจของเศรษฐกิจไทย ด้วยการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยและหน่วยวิจัยต่างๆ มาช่วยยกระดับ SMEs และภาคธุรกิจให้เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise: IDE) พร้อมร่วมทำวิจัยกับภาคเอกชน รวมถึงการผลิตและพัฒนาบัณฑิตให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บัณฑิต การพัฒนาทักษะสมัยใหม่ๆ (Up-skill/Re-skill) ให้กับกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจ
ขณะเดียวกันต้องเดินหน้าพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่ระดับขั้นแนวหน้า เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต เร่งสร้างนักวิจัยและงานวิจัยในสาขาที่เป็นอนาคตและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด รวมถึงนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เหมาะสมในการเข้าไปช่วยแก้ปัญหาชุมชน การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนการแก้ปัญหาและพัฒนาเชิงพื้นที่
หน้าที่ของผมคือการทำให้กระทรวง อว.นอกจากเป็นกระทรวงแห่งปัญญา โอกาส อนาคตแล้ว ผมจะทำให้กระทรวงนี้เป็นกระทรวงแห่งความหวังด้วย เพื่อให้นิสิต นักศึกษา มองเห็นสังคมไทยและประเทศไทยในเชิงบวก เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ชาวต่างชาติอยากมาใช้ชีวิตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำคือ การเปิดโอกาส เปิดเวที หรือพื้นที่ หรือสร้างกิจกรรมเพื่อดึงให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เช่น การประกวดแข่งขันแนวคิดเพื่อการพัฒนาในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม ธุรกิจใหม่ๆ หรือการพัฒนาชุมชน ให้นิสิต นักศึกษา มาร่วมกันคิด ร่วมกันพัฒนาประเทศ เอาความรู้ที่มีลงสู่ชุมชนไปช่วยชาวบ้าน โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ในเวทีโลก
จริงอยู่ปัญหาต่างๆ ของสังคม หรือของประเทศยังมีอยู่ ซึ่งผมไม่ปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นปัญหาเราต้องเข้าไปแก้ไขในทางที่สร้างสรรค์ เหมือนกับที่ทำไมเราถึงต้องปฏิรูประบบอุดมศึกษาของประเทศให้ทันสมัย สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง นี่คือหน้าที่ของผมที่จะทำให้ระบบอุดมศึกษาของไทยมีความหวัง รวมทั้งองคาพยพอื่นของกระทรวงด้วย
⦁เรื่องการบาลานซ์ระหว่างงานการศึกษาและงานด้านวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ควรเป็นอย่างไร
เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เนื่องจาก 80-90% ของนักวิจัยนั้นอยู่ในมหาวิทยาลัย สิ่งที่จะต้องทำคือนอกเหนือจากเพิ่มคุณภาพของคนที่เรียนปริญญาแล้ว ต้องไปเพิ่มทักษะให้คนทำงานอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น ด้านการผลิตไมโครชิป อุตสาหกรรมอีวี อุตสาหกรรมเอไอ และอุตสาหกรรมใหม่ๆ ทั้งหลาย
ศ.ดร.ศุภชัยกล่าวด้วยว่า ผมเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทย เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อผมและครอบครัวตลอดมา ดังนั้น ผมจะต้องตอบแทนคุณของแผ่นดินและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมจะต้องปฏิรูปอุดมศึกษาเพื่อให้เป็นแสงสว่างกับเยาวชนและประเทศชาติ ความรู้ทำให้เกิดปัญญา ทำให้เรายกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น การศึกษาที่ดีจะเปลี่ยนชีวิตของเราได้ ผมจึงให้ความสำคัญกับการศึกษามาก และอยากทำให้เยาวชนและคนไทยทุกคนเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียม สร้างแพลตฟอร์มที่เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เพื่อให้พวกเขาก้าวไปสู่อนาคตที่คาดหวังได้ด้วยมือของตัวเอง

