หมายเหตุ – น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ส.ส.ร้อยเอ็ด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงภารกิจการทำหน้าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และเป้าหมายทางการเมืองของพรรค พท. ในการชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า
⦁ภารกิจการทำหน้าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นอย่างไร
หน้าที่หลักที่ได้รับมอบหมายในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), กรมประชาสัมพันธ์, บริษัท อสมท จำกัด, สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน ส่วนหนักใจหรือไม่ที่ต้องดูแล สคบ.ในช่วงที่คดีแชร์ลูกโซ่ได้รับความสนใจจากสังคม จริงๆ การทำธุรกิจในลักษณะหลอกลวงหรือเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ มีมานานมากแล้ว แต่ในระยะหลังที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไป ทำให้ช่องทางการสื่อสารมีความหลากหลายและเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนยกระดับรูปแบบ ทำให้บางครั้งการทำงานของภาครัฐยังไม่ทันท่วงที รวมถึงกฎหมายต่างๆ ก็ยังไปไม่ถึง เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ที่ผ่านมายังเกิดช่องว่าง ทั้งนี้เพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน ได้รับโอกาสทํางานในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีช่วงสะดุดหยุดลงจากเหตุการณ์คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ได้ทำงานต่อเนื่องซะทีเดียว แต่พยายามสานต่องานอย่างเต็มที่
บังเอิญมีคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เกิดปะทุขึ้นมา ถือเป็นงานหนักที่ต้องรับมือให้ดี เพราะนอกจากจะกระทบภาพรวมของประชาชน ยังพาดพิงไปถึงหลายวงการ ทั้งวงการบันเทิง วงการการเมือง อีกทั้งยังมีการพาดพิงมาถึงองค์กร สคบ. ว่ามีเทวดาเอื้อธุรกิจเหล่านี้ให้สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เลยต้องตั้งหลักเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคม โดยจะเห็นได้ว่าช่วงที่เกิดเรื่องใหม่ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึง สคบ. ทำงานกันค่อนข้างบูรณาการได้เป็นอย่างดี และจะเห็นได้ว่ากรณีนี้มีความคืบหน้าในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน การแจ้งข้อกล่าวหาจนนำไปสู่การจับกุม ส่วนในเรื่องเทวดา สคบ. ก็จำเป็นต้องให้ความกระจ่างกับประชาชน จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ไม่เอาคนในตรวจสอบกันเอง ต้องนำคนนอกเข้ามา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และมีความโปร่งใสมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวยังมีช่องว่าง เพราะกฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงการตรวจสอบ ดังนั้นเราอาจจะตั้งคณะกรรมการเพื่อบูรณาการการทำงานในระยะยาว เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่ในการตรวจสอบประเด็นนี้ และป้องกันไม่ให้ความเสียหายเกิดในวงกว้าง และในอีกระยะ คือการแก้กฎหมาย เพื่อให้มีความสอดคล้องกับปัจจุบันและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกฎหมายของ สคบ. คือ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.ขายตรงหรือตลาดแบบตรง ซึ่งต้องมีการนำขึ้นมาทบทวนใหม่ โดยนำภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมบูรณาการเพื่อการแก้ไขกฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบ
ส่วนที่สังคมมองว่า สคบ.เป็นเหมือนเสือกระดาษไม่มีอำนาจนั้น บางครั้งที่ สคบ.จะดำเนินคดีให้ผู้บริโภคที่มาร้องเรียน ก็ไม่อยู่ในอำนาจ ต้องประสานงานไปยังหน่วยงานที่กฎหมายให้อำนาจ เพื่อขอข้อมูลดำเนินการ จึงเกิดความล่าช้าและไม่มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ดังนั้น การสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูแลผู้บริโภค รวมถึงการแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ สคบ.สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในอนาคต
⦁กังวลหรือไม่ ที่มีการพาดพิงว่ามีคนในครอบครัวเกี่ยวข้องกับคดีดิไอคอน
ส่วนที่โดนพาดพิงเรื่องรับส่วย และถูกพาดพิงไปถึงบิดาด้วย ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาตนทำงานด้วยความซื่อตรง และตรงไปตรงมา ไม่เคยคิดรับผลประโยชน์อะไรอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี คนใกล้ตัวไม่มีใครเชื่อว่าตนทำ เป็นสิ่งที่ดีใจอย่างหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนก็ให้กำลังใจ และเชื่อว่าการพาดพิงดังกล่าวไม่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งตนในฐานะนักการเมือง ต้องชี้แจงให้ความกระจ่างกับประชาชน และได้ดำเนินคดีกับผู้ที่พาดพิงตนแล้ว ทั้งนี้ เข้าใจว่าภาพจํานักการเมืองของประชาชนในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเชิงบวกเท่าไหร่ แต่เมื่อหลังจากปี 2540 ที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองแข่งขันที่นโยบาย และเปิดพื้นที่ให้ใครก็ได้มาเป็นนักการเมืองเพื่อรับใช้ประชาชน จึงคิดว่าเรื่องนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และประชาชนก็ตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ดังนั้นเราต้องทำงานหนัก เพื่อให้ประชาชนเชื่อถือและไว้วางใจ และสร้างภาพลักษณ์นักการเมืองในแบบที่ควรจะเป็น
ส่วนจะสามารถกอบกู้ภาพลักษณ์ของ สคบ.ได้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าภายใต้การนำของดิฉัน ทำงานอย่างเต็มที่ เราทำงานด้วยความโปร่งใส ก็จะทำให้องคาพยพที่อยู่ในองค์กรเห็นถึงทิศทางการทำงาน ขณะเดียวกันก็ต้องปรับรื้อองค์กรในหลายมิติ ทั้งในเรื่องกฎหมาย โครงสร้าง และบุคลากร ในส่วนที่เป็นปัญหาก็แก้ไข ในส่วนที่ดีก็พัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป เป็นภารกิจใหญ่ แต่เชื่อว่าจะทำให้ สคบ.เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีข้อสั่งการแก้ไขประเด็นเรื่องธุรกิจหลอกลวง เพื่อสร้างปัญหาและให้ความยุติธรรมกับประชาชนโดยเร็ว จึงเป็นที่มาให้แต่ละหน่วยงานมีการทบทวนกฎหมายของตัวเอง เพื่อแก้ไขให้มีประสิทธิภาพ
⦁ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ มีแผนการประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ อย่างไร
วางหมุดนโยบายไว้ว่า อยากให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นสื่อที่พึ่งของประชาชน ทั้งในเวลาปกติและภาวะวิกฤต และสื่อสารนโยบายของรัฐบาลไปถึงประชาชน รู้ถึงสิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งจริงๆ แล้ว กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพมาก และบุคลากรพร้อมที่จะทำงานรับใช้ประชาชน เพียงแต่อาจจะต้องมีการปรับปรุงบางอย่างให้ทันสมัย ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง มีรายการใหม่ที่ใกล้ชิดและสะท้อนปัญหาของประชาชนมากขึ้น มีรายการที่สนับสนุนเรื่องซอฟต์
พาวเวอร์ รวมถึงปรับปรุงรายการเดิมให้ดียิ่งขึ้น และมีการทำงานที่ใกล้ชิดกับคณะอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ในแต่ละด้าน นอกจากนี้ ในปี 2568 จะมีการปรับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น และจะมีอีเวนต์ใหญ่ของช่อง NBT ที่เกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งหาก วัดเรตติ้งช่องโทรทัศน์ขณะนี้ จากที่เคยอยู่อันดับ 19 จาก 20 อันดับ แต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไต่มาถึงอันดับที่ 17 แล้ว ก็ถือว่าดีขึ้น แต่ยังไม่ดีที่สุด
ทั้งนี้การผลักดันซอฟต์พาวเวอร์เป็นนโยบายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ผลักดันคนหลัก และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่โดยส่วนตัว ไอเดียของตนเริ่มมาจากการเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี ซึ่งมีความชื่นชอบเหมือนวัยรุ่นทั่วไป จนกระทั่งได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท มีโอกาสได้ศึกษาถึงความสำเร็จของศิลปินเกาหลี ถึงทราบว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นปัจจัยการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่ร่วมกับภาคเอกชนช่วยขับเคลื่อน และมีการวางรากฐานมาหลาย 10 ปีแล้ว ทั้งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสร้างระบบนิเวศให้เอื้ออำนวย ทำหลายมิติเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ ตนจึงเกิดความสนใจในประเด็นนี้ และเมื่อได้มาทำงานกับพรรคเพื่อไทย ตัวพรรคและนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก จึงได้ใช้ความชอบของตัวเองเป็นสิ่งเล็กๆ ช่วยผลักดันเรื่องนี้
ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำ จะสำเร็จได้เหมือนที่ประเทศเกาหลีทำ ก็ตั้งเป้าให้ไปถึงระดับสากล เพราะการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ นอกจากทำให้คนไทยยอมรับกันเองแล้ว ต้องให้ต่างประเทศคล้อยตาม ยอมรับในคุณค่าความเป็นไทย แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นไทยอย่างเดียว แต่ต้องมีการใส่ความคิดสร้างสรรค์หรือสิ่งที่ต่างประเทศอยากเห็น ต้องดำเนินการตามสิ่งที่ตลาดอยากเห็น เรามีต้นทุนอยู่ อยู่ที่จะทําอย่างไร
⦁วางเป้าหมายการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร
พรรค พท. ที่มาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหน เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ต้องการชนะเลือกตั้ง เพื่อเป็นรัฐบาลนำนโยบายที่ได้หาเสียงไว้มาผลักดันแก้ปัญหาให้กับ
พี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความกินดี อยู่ดี นำไปสู่การพัฒนาประเทศได้ในอนาคต
ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค พท.หวังว่าจะชนะการเลือกตั้ง คิดว่าขณะนี้เราเป็นรัฐบาลได้ปีเศษ ก็สามารถผลักดันหลายนโยบายได้สำเร็จ แต่ยังมีอีกหลายนโยบายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา การผลักดัน เชื่อว่าในระยะเวลาอีก 2 ปีกว่าเกือบ 3 ปี ของอายุรัฐบาลนี้ ยังมีโอกาสให้พรรค พท.ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง หวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเหมือนเดิม ให้มีโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลดูแลประชาชน ผ่านนโยบายที่พรรค พท.ได้พัฒนาขึ้นมา
⦁ก่อนหน้านี้พรรค พท.ตั้งเป้าหมายชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ แต่ล่าสุดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตั้งเป้าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำ 200 คน ถือว่าเป็นการลดเป้าหมายลงมาหรือไม่
การเลือกตั้งทั้งปี 2562 และปี 2566 เป็นการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 มองว่าค่อนข้างเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพรรคการเมือง
การที่เราชูแคมเปญแลนด์สไลด์ เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการต่อสู้กับกลไกของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ได้เสียง ส.ส.มากที่สุด ให้เพียงพอต่อการตั้งรัฐบาลได้ แต่ผลเลือกตั้งที่ออกมาอาจไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ซึ่งทุกท่านได้ประเมินแล้วว่าด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญแบบนี้ จึงเป็นเรื่องยากที่แต่ละพรรคจะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ได้
ที่นายทักษิณประเมินว่าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 คนนั้น ดิฉันเชื่อว่าเป็นการประเมินเบื้องต้นจากการที่รัฐบาลได้ทำงานมากว่า 1 ปี ส่วนตัวเชื่อว่าด้วยผลงานที่ผ่านและความนิยมในพื้นที่ ที่พรรค พท.ยังเป็นที่ยอมรับและศรัทธาต่อพี่น้องประชาชน จึงเชื่อว่า ส.ส. 200 คน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ใช่เป้าที่เกินจริง อีกทั้งยังเหลือเวลาอีกเกือบ 3 ปีของรัฐบาลชุดนี้ ที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่ได้หาเสียงไว้ออกมาอีก ช่วงใกล้ๆ การเลือกตั้งคงจะมีการประเมินเป้าหมายจำนวน ส.ส.กันอีกครั้ง
⦁ความสัมพันธ์กับพรรคประชาชน (ปชน.) ในเวลานี้เป็นอย่างไร และจะมีโอกาสกลับมาร่วมงานกันได้อีกหรือไม่
จริงๆ ระหว่างพรรค พท.กับพรรค ปชน. เราไม่ใช่ศัตรู แต่เราเป็นคู่แข่งขันทางการเมืองกัน ไม่ใช่แค่พรรค ปชน. แต่เป็นคู่แข่งกับทุกพรรคด้วย เมื่อมีการเลือกตั้งเราก็แข่งขันกันอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องนโยบาย เรื่องการทำงานตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย การแข่งขันในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ดีกับประชาชนด้วยซ้ำ เพราะทุกพรรคแข่งกันทำงานเพื่อให้ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชน ให้ได้เป็น ส.ส. ให้ได้เป็นรัฐบาลในที่สุด
ส่วนในอนาคตเราจะร่วมมือกับพรรค ปชน. และพรรคอื่นๆ ได้หรือไม่นั้น โดยหลักการพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมีอุดมการณ์ จุดยืน นโยบายของตัวเอง ถ้าจะร่วมรัฐบาลกัน ต้องยอมรับนโยบายระหว่างกันได้
⦁กรณีศาล รธน.ไม่รับคำร้องที่นายทักษิณ ชินวัตร และพรรค พท. ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ เป็นผลบวกต่อพรรค พท.อย่างไร
พรรค พท.ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคต้องมาลุ้นกับคดีในลักษณะนี้ ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจนถึงพรรค พท.
เมื่อคำตัดสินออกมาในทางบวก เราก็มีกำลังใจที่ดีในการทำงาน เพราะต้องยอมรับว่าคดีดังกล่าวไม่ได้กระทบกับพรรคเพียงอย่างเดียว แต่ในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีการผลักดันในหลายนโยบาย เราต้องการให้เกิดความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบาย
⦁การเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มองว่าจะส่งผลต่อพรรค พท.อย่างไร
ต้องยอมรับว่า นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารประเทศ จนเกิดความนิยมต่อประชาชน ได้รับการยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ และต้องยอมรับว่า นายทักษิณ คือต้นฉบับการชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ของจริง
ไม่ว่านายทักษิณจะเคลื่อนไหวเรื่องใดก็จะได้รับความสนใจจากทุกฝ่าย ถือเป็นเรื่องปกติ การที่นายทักษิณถือเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าของประเทศคนหนึ่ง แทนที่จะให้นายทักษิณอยู่นิ่งๆ สู้ที่จะดึงเอาศักยภาพของนายทักษิณมาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศน่าจะเป็นแนวทางที่ควรจะเป็นมากกว่า

