‘จุลพันธ์’ย้ำปี’69 ปชต.เบ่งบาน
ปชช.เลือกอนาคตประเทศ
ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าการเมืองในปี 2569 จะผลิบานได้หรือไม่ อย่างไร
เป็นปีที่ประชาธิปไตยเบ่งบานแน่นอน อย่างแรกคือเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง เป็นโอกาสของประชาชนที่จะได้มีสิทธิตัดสินใจเลือกอนาคตอีกครั้งหนึ่ง พรรคเพื่อไทยเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือก เราจะนำเสนอในแง่ของนโยบายและตัวบุคคลที่ตอบโจทย์ประชาชนทั้งสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ ปัญหาความแตกแยก ความขัดแย้ง คอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด และปัญหาอีกมากมาย พรรคเพื่อไทยขอโอกาสอีกครั้งที่จะกลับไปทำงานและเราเชื่อว่าเรามีความพร้อม และเรามีศักยภาพมากเพียงพอในการที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้
ในฐานะที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน มองบทบาทการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าจะมีผลในการทำให้การเมืองผลิบานอย่างไร
ก่อนการเลือกตั้ง พรรค พท.เป็นฝ่ายค้าน และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เราก็คาดหวังว่าเราจะได้เป็นรัฐบาลเพื่อไปขับเคลื่อนประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาระหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญที่มอบหมายให้ ส.ส. เราเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การทำงานเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม จะเป็นรัฐบาลพรรค พท. หรือรัฐบาลพรรคอื่น ในเรื่องของการตรวจสอบพวกตนทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้วเพื่อให้เม็ดเงินของพี่น้องประชาชนผ่านระบบภาษีเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้การแก้ปัญหาของประชาชนสามารถตอบโจทย์และตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมกันในการขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่
ตามไทม์ไลน์ในปี 2569 จะมีการเลือกตั้งทั่วไป ในส่วนของภาคการเมือง จะเป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าอย่างไร
อย่างที่บอกว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นโอกาสของประชาชนในการตัดสินใจที่จะเลือกทิศทางอนาคตของประเทศ วันนี้อยากเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ การเลือกตั้งมาแน่นอน อยากให้ประชาชนใช้สิทธิใช้เสียง อย่าตกอยู่ภายใต้วังวนของการเมืองที่เป็นระบอบอุปถัมภ์ การเมืองที่ใช้เม็ดเงินในการซื้อสิทธิขายเสียง อยากให้เลือกจากนโยบาย อยากให้เลือกจากตัวบุคคลที่จะสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ พรรคเพื่อไทยพร้อมและเราขอเป็นตัวเลือกหนึ่งที่จะตอบโจทย์ในการเข้าไปขับเคลื่อนประเทศ
มั่นใจพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่นำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้างเพื่อพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาให้ประชาชน และผลักดันให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า เราจะต่อสู้กับพลังที่ฉุดรั้งประเทศให้ถดถอย เช่น เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล และเรื่องปัญหานิติรัฐ นิติธรรม เพื่อก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ พรรคเพื่อไทยขอเสนอตัวเป็นพลังร่วมกับพี่น้องประชาชน ในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ผ่าน 3 เสาหลักในการออกแบบนโยบายของพวกเรา คือ เสาทางเศรษฐกิจ เสาด้านความมั่นคง และเสานิติรัฐนิติธรรม
เสาเศรษฐกิจเราต้องตั้งเข็มทิศให้กับประเทศให้แม่นยำ และชัดเจน พรรคเพื่อไทยวางเป้าหมายภายในระยะเวลา 4 ปีเราจะขับเคลื่อนให้ประเทศมีความเจริญเติบโตทางจีดีพีไม่น้อยกว่า 5% เราจะตั้งเป้าในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ เราจะต้องมียุทธศาสตร์เรื่องภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ ผ่านนโยบายการค้าและการคลัง เราจะยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศรายได้สูงผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
เสาที่สอง คือเสาความมั่นคง พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านการทหาร ความมั่นคงด้านไซเบอร์ และความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม
เสาที่ 3 คือ เสานิติรัฐ นิติธรรม นอกจากมิติด้านเศรษฐกิจแล้ว เราตระหนักเรื่องความยุติธรรม การธำรงไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยจะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ในการได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ด้วยสาม 3 หลักนี้ ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ที่พรรคไทยรักไทย ก่อตั้งขึ้นมาโดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรายังคงเป็นพรรคการเมืองที่ทำนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน
เรายังคงยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนเสมอมา พรรค พท.เป็นสถาบันการเมืองที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับประชาชน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึง เป็นการเลือกตั้งที่ประเทศไทยรุมล้อมด้วยวิกฤตหลายด้าน ทั้งวิกฤตด้านการเมือง วิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตความแตกแยกในสังคม วิกฤตปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย เรามาประกาศความพร้อมของพรรค พท.ว่า พรรค พท.พร้อมแล้ว ประเทศไทยพร้อมแล้ว การเปลี่ยนแปลงจะต้องเริ่มตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป โอกาสและความหวังของประชาชนเริ่มที่นี่ พรรค พท.ทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้
ปี 2569 จะต้องอาศัยปัจจัยใดที่เกี่ยวข้องบ้าง รวมทั้งมีแนวทางอย่างไรเพื่อจะขับเคลื่อนประเทศให้ไปต่อ
โจทย์นี้ตอบกว้างมาก แต่ปัญหาหลักของประชาชนในขณะนี้คือเรื่องปากท้อง หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่กลไกของรัฐที่จะเข้าไปดูแลเรื่องความเป็นอยู่ สวัสดิการต่างๆ ยังคงไม่เพียงพอด้วยข้อจำกัดของเม็ดเงินงบประมาณ ด้วยข้อจำกัดของรายได้รัฐ ซึ่งเราเห็นถึงปัญหาโครงสร้างนี้ กระบวนการในการเข้าไปทำ คือ การทำนโยบายใหม่ที่จะได้เห็นกันคือการปฏิรูประบบสวัสดิการของรัฐ เราจะมีนโยบายที่จะเข้าไปทำระบบที่จะเข้าไปช่วยเหลือเม็ดเงินที่จะเข้าไปอุดหนุนจุนเจือประชาชนในมิติต่างๆ จะเป็นระบบที่ยืนยันได้ว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
การเลือกตั้งครั้งนี้ประเทศไทยรุมล้อมด้วยวิกฤต ทั้งด้านการเมือง วิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตในเรื่องความแตกแยกในสังคม วิกฤตปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน วิกฤตในเรื่องของจีโอโพลิติกส์ และวิกฤตด้านเศรษฐกิจปากท้อง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย พรรค พท.พร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง เมื่อกลับมาเป็นรัฐบาล พรรค พท.ไม่เคยละทิ้งเกษตรกร จึงนำเสนอนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับความผันผวนของราคา พร้อมด้วยนโยบายพักหนี้เกษตรกร และตั้งเป้าหมายราคาสินค้าเกษตรหลัก เช่น ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือก 10,000 บาทต่อตัน ยางพารา 70 บาทต่อกิโลกรัม ข้าวโพด 7.25 บาทต่อกิโลกรัม และมันสำปะหลัง 3 บาทต่อกิโลกรัม
พรรค พท.จะทำให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในราคาที่เหมาะสม ค่าไฟจะต้องไม่เกิน 3.70 บาทต่อหน่วย พรรค พท.ทำได้แน่นอน เรื่องยาเสพติดเราจะสานต่อ นโยบายซีล สต๊อป เซฟ และทำนโยบายหนึ่งจังหวัดหนึ่งศูนย์บำบัด เพื่อดูแลผู้ติดยา รวมทั้งยกระดับความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งความมั่นคงทางทหาร ความมั่นคงไซเบอร์ เพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาสแกมเมอร์ เรายกระดับความปลอดภัยของธุรกรรมออนไลน์ โดยให้ธนาคารและผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย เราจะตั้งกองทุนเพื่อคืนเงินให้แก่ผู้ถูกหลอกจากมิจฉาชีพทุกประเภท เราจะขึ้นบัญชีดังอาชญากรรมข้ามชาติ และแสวงหาความร่วมมือจากนานาชาติในการปราบอาชญากรรมออนไลน์และการค้ามนุษย์
“สิ่งที่พรรค พท.เสนอในครั้งนี้ ไม่ใช่คำสัญญา แต่คือความพร้อมของพวกเราในการลงมือทำ พวกเราที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า พวกเราคือพรรค พท. มีแต่พรรค พท.เท่านั้นที่ทำได้”

