สัมภาษณ์พิเศษ : ‘อนุทิน’ ย้ำชัด คนนั่ง หน.พรรค-พร้อมเป็นนายกฯ

หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” หลังจากที่มีภาพเผยแพร่ผ่านสื่อว่าเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเวทีเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วม ตลอดจนความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2562


การปรากฏตัวที่เวทีเดียวกับนายกฯที่ออสเตรเลียมีนัยยะอะไรหรือไม่

ไม่มี ผมมีกิจการของครอบครัวซึ่งทำมาหากินที่ออสเตรเลีย จึงถือเป็นคู่ค้าสำคัญคนหนึ่งของออสเตรเลียครั้งนี้ ออสเตรเลียจัดประชุม อาเซียน-ออสเตรเลีย ซีอีโอฟอรั่ม ซึ่งหมายถึงภาคธุรกิจของอาเซียนและออสเตรเลีย ส่วนระดับผู้นำประเทศก็มีอาเซียน-ออสเตรเลีย ซัมมิตจัดคู่กัน ผมไม่ได้ไปเพราะเป็นคณะของนายกรัฐมนตรีไทย แต่ถูกเชิญในฐานะแขกของรัฐบาลออสเตรเลีย กระทรวงการต่างประเทศของไทยจึงได้เชิญผมไปให้ข้อมูลเรื่องการทำธุรกิจกับนายกฯไทย ก่อนที่นายกฯจะพบกับนายกฯออสเตรเลียในการหารือทวิภาคี ถ้าถามว่ามีคุยเรื่องการเมืองหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่มี

ถือเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีปัญหากับพรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีปัญหากับใครอยู่แล้ว จึงไม่เกี่ยวว่าการพบกันจะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าท่านไม่ได้เกลียดเรา พูดจาให้เกียรติชื่นชมในฐานะผู้ประกอบการที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เรื่องการเมืองไม่ต้องคุยถึงออสเตรเลีย คุยเมืองไทยนี่แหละ เดือนมิถุนายนท่านก็จะเชิญแล้ว

กติกาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมอย่างไรบ้าง

พร้อมหมด ทั้งเรื่องสมาชิก เรื่องพื้นที่และเรื่องนโยบาย แต่ยังประกาศไม่ได้เพราะยังไม่ปลดล็อก

มีความพร้อมลงสนามขนาดนี้ พรรคภูมิใจไทยจะส่ง ส.ส.ลงครบทั้ง 350 เขตทั่วประเทศหรือไม่

พยายามส่งให้มากที่สุด รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าทุกคะแนนสามารถนำมาคำนวณเป็นสมาชิกบัญชีรายชื่อ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะส่งได้ทั้ง 350 เขตหรือไม่ เลือกตั้งครั้งที่แล้วส่งไป 130 กว่าเขต ครั้งนี้ต้องส่งมากกว่าคราวที่แล้ว แต่เราไม่ได้หวังว่าต้องชนะทุกเขต แค่หาคนที่มีความนิยมระดับหนึ่ง ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ผู้สมัครต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้นถึงจะเดินเข้าสภาได้ แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่มีคำว่า ส.ส.สอบตก ในจำนวนคะแนนเสียงที่ได้รับ ต่อให้เป็นที่ 2 ที่ 3 แต่แค่เขามีคนละ 20,000 คะแนน เราก็มีความสุขแล้ว จึงถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองอย่างพรรคภูมิใจไทย จะได้มีพื้นที่มีสิทธิมีเสียงสามารถเจรจายื่นขออะไรบางอย่างเพื่อให้ผู้แทนของพรรคนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ลงไปสู่ประชาชนในพื้นที่ได้

มีคำปรามาสว่าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนแค่ที่บุรีรัมย์

ไม่เป็นไร คนปรามาสก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเราไม่มีความสำคัญ ไม่เป็นที่น่าเกรงขาม เขาจะพูดถึงเราทำไม

พรรคภูมิใจไทยคาดหวังในพื้นที่ใดมากที่สุด

คาดหวังทุกที่เพราะส่ง ส.ส.ลงทุกเขตให้มากที่สุด อย่าลืมว่าการเลือกตั้งเที่ยวนี้มีรายละเอียด ไม่ใช่อยากจะส่งใครลงเขตไหนก็ลง ต้องมีระบบไพรมารี ต้องมีสมาชิกพรรคในแต่ละจังหวัดแต่ละภาคให้การรับรอง คนเหล่านั้นต้องมีคุณสมบัติ พรรคต้องกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้น ประวัติต้องขาวสะอาด หากมีคดีก็ต้องเป็นคดีมโนสาเร่ที่เกิดจากการสารภาพว่าประมาทเลินเล่อแต่ไม่ใช่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ค้ามนุษย์ค้ากาม แม้คะแนนเสียงจะดีขนาดไหน ไม่มีทางตราบใดที่หัวหน้าพรรคยังชื่ออนุทิน

มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยพยายามดูด ส.ส.ภาคอีสานและภาคกลางตอนล่างจากพรรคเพื่อไทย

ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น การเป็นพรรคการเมืองก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นที่รวมของคนทุกหมู่เหล่า เมื่อถึงเวลาตามกฎหมายกำหนด ใครเชื่อในแนวทางของพรรคและผู้บริหารของพรรคก็มาสมัคร พรรคก็จะคัดเลือกคนเหล่านั้น เป็นขั้นตอนที่ตรวจสอบได้ทุกกระบวนการ

มองปรากฏการณ์พรรคการเมืองใหม่ที่จะมาเป็นคู่แข่งอย่างไร

ดี จะได้มีตัวเปรียบเทียบ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งยิ่งมีตัวเลือกมากก็ยิ่งตัดสินใจได้มาก การทุจริตก็จะน้อยลง พรรคเก่าพรรคเก๋าพรรคเล็กจะได้มีความตั้งใจ มุ่งมั่นคิดนโยบายเพราะต้องแข่งขัน ประชาชนก็ใช้สิทธิเต็มที่ นี่คือความสง่างามของระบอบประชาธิปไตย

พรรคอนาคตใหม่ของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือเป็นพรรคที่น่ากลัวหรือไม่

ทุกพรรคน่ากลัวหมด แต่เราต้องมั่นใจว่า เรามีนโยบายอย่างไร เข้าถึงชาวบ้านได้แค่ไหน บางทีกระแสกับการเข้าถึงชาวบ้านไม่ได้ไปด้วยกัน กระแสเป็นสิ่งที่วูบวาบ แต่ความน่าเชื่อถือหรือความนิยมที่เรามีจะอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นคนที่จะมีความนิยมได้ต้องมี ต้องมีผลงาน การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การบริหารองค์กรส่วนบุคคล ต้องใช้ทั้งบารมี ความดี ความน่าเชื่อถือ อำนาจ ทุกอย่างประกอบกัน ใครมีครบคนนั้นก็เอาไป

จุดยืนเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก พรรคใหญ่ชัดเจน ขณะที่ภูมิใจไทยยังกั๊ก

ภูมิใจไทยไม่เคยกั๊ก อย่าเอาภูมิใจไทยไปเทียบกับพรรคอื่น สถานะและความจำเป็นของพรรคไม่เหมือนพรรคอื่น สิ่งที่ภูมิใจไทยพูดมาตลอดคือไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย พรรคใหญ่ก็ต้องดันกระแสคนใน พรรคไม่ใหญ่ก็ต้องมองว่าอะไรที่เหมาะสมที่สุด ตามหลักประชาธิปไตย พรรคภูมิใจไทยก็บอกได้ว่าต้องให้ความสำคัญกับคนในก่อน แต่ก็ต้องถามว่าพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวจะดันคนในไหวหรือเปล่า ถ้าอยากให้ภูมิใจไทยเลือกคนในแน่ๆ ก็เลือกพรรคภูมิใจไทยเยอะๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่มีใครได้แอ้มหรอก หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนี่แหละจะเป็นคนในเอง แต่ถ้าพรรคไม่ได้รับความไว้วางใจ จะมาถามอะไรคนในคนนอกทำไม ต้องไปปิดโอกาส ถ้าคนในมาจากกระบวนการที่พวกมากลากไป ไม่เป็นที่ยอมรับ เข้ามาแล้วเป็นผลเสียกับบ้านเมือง ตามวิจารณญาณของคนระดับหัวหน้าพรรค ในการเมืองมีอยู่ไม่กี่คน จิ้มไปก็รู้ว่าประวัติของคนนี้เป็นอย่างไร ขนาดรัฐธรรมนูญยังไม่ได้กำหนดเลยว่าต้องให้สัตยาบันอะไรก่อนการเลือกตั้ง ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นเมื่อเรารู้ว่า แต้มเรามีเท่าไหร่

แสดงว่าคุณอนุทินพร้อมที่จะเป็นนายกฯ

ถ้าไม่พร้อมเป็นนายกฯ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองทำไม

พรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมรัฐบาลกับทุกภาคฝ่าย

ทุกอย่างต้องดูผลการเลือกตั้ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถ้ามีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน จะสามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้มากกว่าฝ่ายที่ไม่มีอำนาจ ผมเป็นคนไม่สร้างศัตรู ผมแฟร์พอที่จะเข้าใจว่าชาวบ้านคือประชาชนคนหนึ่ง ต่อให้เขาเลือกคนที่ไม่ใช่ของพวกผม แต่ถ้าผมอยู่ในภาคของการบริหารราชการแผ่นดิน ผมแยกไม่ได้ สมัยผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมอนุมัติโรงพยาบาลในภาคใต้มากกว่าภาคอีสาน เพราะมีความจำเป็นในตอนนั้นมากกว่า ผมถูกสมาชิกพรรคไทยรักไทยในขณะนั้นโจมตีว่าไปดูแลฝั่งคู่แข่ง ผมก็ยืนยันอยู่คำเดียวว่า ผมไม่มีเวลาไปถามคนป่วยว่าเขาเลือกพรรคประชาธิปัตย์หรือไทยรักไทย ผมรู้อย่างเดียวคือเขาเป็นคนป่วย ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข ผมก็ต้องดูแลทั้งหมด

ถ้าพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทยจับมือกันเป็นรัฐบาล จะพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

ผมก็เป็นผู้นำฝ่ายค้านสิ จะเป็นฝ่ายค้านที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่ใช่ค้านไปทุกประเด็น ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ยอมกันหรือเปล่า ผมจะเป็นฝ่ายตรวจสอบแบบใจกว้าง บ้านเมืองจะสงบ เศรษฐกิจจะดี ประชาชนจะมีความสุข ผมบอกอย่างเดียวว่าถ้าพรรคของผมไม่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากที่มีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผมไม่คิดมักใหญ่ใฝ่สูงหรอก ผมให้คนที่ประชาชนให้ความไว้วางใจมาได้เป็นผู้บริหารประเทศดีกว่า แล้วผมก็จะร่วมกันทํางานไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหน ไม่ใช่เข้ามาห้ำหั่นทำร้ายกัน ไม่เกิดประโยชน์ สภาอยู่ได้ด้วยมือนะครับ ถ้าคุณเป็นคนนอก ไม่ได้เป็นเจ้าของที่แท้จริงของมือ คุณก็นอนสะดุ้งทุกวัน ผมไม่เห็นต้องมากังวลเรื่องนี้เลย ถามร้อยครั้งผมก็ตอบแบบนี้ ไม่มีอะไรโง่ไปกว่าการยืนยันหรือให้สัญญาอะไร ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่ในมือ ผมมีแนวทาง เมื่อแนวทางผสมกับผลลัพธ์ที่จะได้มาจากการเลือกตั้ง ตอนนั้นจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปในทิศทางใด

คนมักจะมองว่าการเมืองไทยเป็นเรื่องของนักธุรกิจ เพราะส่วนใหญ่หัวหน้าพรรคเป็นนักธุรกิจ

ไม่จริง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นใคร คุณชวน หลีกภัย ล่ะ คำว่านักธุรกิจคือพื้นเพไม่ได้มีความสำคัญ อยู่ที่วัตรปฏิบัติ อยู่ที่บารมี ต้องไปสั่งสมให้เกิดความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือเข้ามาแล้วทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองหรือเปล่า

พรรคการเมืองต่างประเทศจะชัดเจนในอุดมการณ์ แล้วพรรคการเมืองไทยเป็นอย่างไร

ไม่มีอนุรักษนิยมหรือเสรีนิยม ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือประชาธิปไตยแบบไม่มีหลัก ซึ่งเราต้องเปลี่ยนค่านิยมนี้ให้หมด อย่าซื้อประชาชน หมายถึงอย่าแถมแลกแจกสะบัด รัฐบาลต้องสร้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อำนวยความสะดวก สาธารณูปโภค ถนนหนทาง น้ำ ไฟฟ้า โลจิสติกส์ ให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ใช่เอาเงินไปให้ประชาชน แต่นี่ไม่ใช่อันเดียวกับประชานิยม ประชานิยมมันกว้าง การสร้างสาธารณูปโภคให้ประชาชนสัญจรได้ค้าขายได้ก็คือประชานิยม แต่ประชานิยมที่ผ่านมาคือคุณให้เขาเลยโดยที่เขาไม่ต้องลุ้น ไม่ทำให้เขาเกิดความต้องการแข่งขันสร้างผลผลิตที่เหนือกว่าคนอื่น เขาถึงอ่อนแอไง สิ่งที่บ้านเมืองของเราควรจะทำหลังจากนี้คือ นโยบายอะไรที่ดีต้องสานต่อ ไม่ใช่เข้ามาปุ๊บก็ล้ม คนเดือดร้อนคือประชาชน

การเป็นนักธุรกิจถือว่าปลอดภัยอยู่แล้ว แต่เลือกเข้ามาทำงานการเมืองเพราะต้องการเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร

มนุษย์เราต้องเปลี่ยนบทบาทไปได้เรื่อยๆ อย่างผมมาอยู่การเมืองเพราะรู้สึกว่า ทำธุรกิจแล้วอิ่มตัว อยากหาความท้าทายใหม่ๆ แต่เป้าหมายในการทำธุรกิจนั้นชัดกว่าการทำการเมือง จะใช้เป้าหมายหรือประสบการณ์จากธุรกิจมาเป็นตัวชี้วัดไม่ได้ ทุกอย่างจึงต้องประกอบกัน บ้านเมืองจะเจริญได้ ผู้คนจากหลายสาขาอาชีพต้องระดมสมองกัน

ภูมิใจไทยจะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมพรรคในอนาคตหรือไม่

เราจะมีคนดีก็ต่อเมื่อเราวางพื้นฐานที่ดี กรุณาเลือกพรรคภูมิใจไทยเยอะๆ เพื่อให้เราวางพื้นฐาน แล้วคนก็จะมาเข้าพรรคภูมิใจไทย เริ่มทำงานตามแนวของพรรค ประชานิยม สังคมเป็นสุข สงบ สันติ สามัคคี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ค่าตัวควีน กับ เจ้าชาย ในเดอะ คราวน์ กลายเป็นประเด็นนักแสดงหญิง ‘ถูกกดค่าตัว’
บทความถัดไปนายกเล็กเมืองอุตรดิตถ์ ลั่น ปาร์ตี้โฟมงานสงกรานต์อุตรดิตถ์งดจัด เหตุ สตง.ห้ามนำงบไปจัด