We Watch เล่านาทีถูกชี้เป้า ทำให้กลัว – เผยมีปชช.ถูกขู่ จับพิรุธเลือก ส.ว.

11.06.24 | 17:20 น.

We Watch พ้อให้ดูแค่จอ ชี้ 4 อุปสรรคเก็บหลักฐานไม่ได้ เล่านาทีถูกชี้ตัวทำให้กลัว เผยมีอาสาถูกขู่ จับพิรุธเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “บอกเล่าประสบการณ์ผู้สมัคร ส.ว. ดวงแตก”

บรรยากาศเวลา 13.00 น. เริ่มการแถลงข่าวปัญหาการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ นำโดย นายฉัตรชัย พุ่มพวง Actlab, นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.),นายกฤต แสงสุรินทร์ We Watch และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

นายกฤต ตัวแทน We Watch กล่าวว่า เมื่อสักครู่ นายฉัตรชัย พุ่งพวง หรือ แชมป์ ได้กล่าวถึงปัญหาในการพิทักษ์สิทธิ แต่จริงๆ แล้วในการเลือก ส.ว. มีปัญหาในเชิงกลไกอย่างไรบ้าง หลังจากช่วงรับสมัคร 1- 2 วันก่อน และแม้การเลือกระดับอำเภอผ่านไปแล้วลุล่วง แต่เราก็จะรู้กันว่า มันไม่ได้จัดการได้อย่างมีคุณภาพขนาดนั้น ซึ่ง ทาง กกต. บอกว่ามันไม่มีปัญหา มีเรื่องร้องเรียนน้อยมาก มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแค่ 22 กรณีที่ร้องเรียนเข้ามาจากที่แถลงในวันนั้น

“เราจึงอยากชี้แจ้งว่า การที่เรื่องร้องเรียนน้อยมันอาจจะไม่ใช่ว่า ไม่มีปัญหา แต่การร้องเรียนมันยาก เพราะว่ากฎหมายไม่เอื้อให้ประชาชนร้องเรียนเลยต่างหาก เพราะอย่างแรกเลย คือตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 64 บอกว่า เขาให้เฉพาะผู้สมัครเท่านั้นที่มีสิทธิร้องเรียน ผู้สมัครที่เลือกอำเภอนั้นที่มีสิทธิร้องเรียน แล้วก็ต้องมีกรณีที่ไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ซึ่งก็ต้องร้องเรียนภายใน 3 วัน นับจากวันเลือกก็คือวันสุดท้าย คือพรุ่งนี้” นายกฤตชี้

Advertisement

นายกฤตกล่าวต่อว่า ยังมีอีกมาตราหนึ่ง คือมาตรา 78 บอกว่า ห้ามแจ้งความเท็จ ผู้ใดที่กระทำการให้เข้าใจว่า ผู้สมัครคนอื่นทำผิดกฎหมาย จงใจให้เข้าใจผิด ก็มีโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งถ้าจะร้องเรียนได้ ก็ต้องร้องเรียนภายใน 3 วัน แต่ถ้าจะปลอดภัยกับตัวเอง ไม่มีความเสี่ยงก็ต้องมีหลักฐานด้วย จึงทำให้การร้องเรียนมันเกิดขึ้นยากมาก ผู้สมัครที่จะมีหลักฐานก็หายาก ก็เพราะว่า เราเข้าไปในสถานที่เลือก เราไม่สามารถนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปได้ ไม่สามารถนำกล้องเข้าไปได้ ไม่สามารถบันทึกอะไรได้เลย

“พอมันเป็นอย่างนี้ การจะมีหลักฐาน มันไม่ใช่เรื่อง่าย ดังนั้นถ้าเขาบอกว่า การมีเรื่องร้องเรียน 22 เรื่อง จากการเลือก ส.ว. 928 อำเภอ นับว่าการเลือกที่ผ่านมาไม่มีปัญหาจึงอาจจะไม่ใช่ เพราะมันต้องมีหลักฐานในการเอาผิด หลักฐานในการทุจริต หลักฐานในการร้องเรียน ผู้สมัครแทบจะไม่สามารถทำได้เลย เพราะเข้าไปไม่มีมือถือ มีอีกส่วนที่สามารถเก็บหลักฐานได้ ก็คือประชาชนที่เข้าไปสังเกตการณ์” นายกฤตระบุ

นายกฤตกล่าวต่อว่า ในส่วนของการสังเกตการณ์ที่เกิดขึ้น มีปัญหาอยู่หลักๆ 4 เรื่อง ที่ทำให้ไม่สามารถเก็บหลักฐานมาได้

1.เราพบว่า กกต. ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเข้าไปสังเกตการณ์ แม้ว่าเขาจะมีหนังสือไปถึงกกต.ทุกจังหวัด ทั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่พบว่าจังหวัดที่มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนไปสังเกตการณ์ โดยต้องให้ไปลงทะเบียนก่อนต่างๆ มีเฉพาะ จ.อุดรธานี แพร่ และสุพรรณบุรี แค่ 3 จังหวัด จังหวัดอื่นๆ ไม่พบเลยว่ามีการเชิญชวน

จนกระทั้งมาถึงวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา คือหนึ่งวันก่อนเลือก ตอนประมาณช่วง 18.00 น. กกต.ก็ออกประกาศประชาสัมพันธ์มาว่าประชาชนสามารถไปสังเกตการณ์ได้ แต่ว่าห้ามเข้าไปดู ให้ดูผ่านจอโทรทัศน์เท่านั้น พอประชาชนเข้าไม่ได้ ก็ไปดูผ่านจอโทรทัศน์ เลยไม่รู้จะได้หลักฐานมาได้อย่างไร มันอาจจะมีบางพื้นที่ให้อาสาเข้า มันนำมาสู่ปัญหาที่ 2 คือ เขาไม่ให้เข้าสังเกตการณ์ ให้ดูแค่จอ

“ต้องบอกว่า หลายอำเภอมีการอำนวยความสะดวก มีการจัดพื้นที่ให้ประชาชนและอาสาสมัคร เข้าไปสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดเลย โดยไม่ได้เข้าไปในแถบกั้น แต่ว่าอยู่ในพื้นที่ที่เขาจัดไว้ให้ โดยที่ไม่กระทบต่อการดำเนินการเลือก ส.ว. ไม่ได้พูดคุยกับผู้สมัคร ซึ่งมันก็ทำให้เราพอจะได้ข้อมูลนั้นมาบ้าง

แต่พบว่าในหลายๆ อำเภอ เขาไม่ให้เข้า และให้ดูจออยู่ข้างนอกอย่างเดียว มันเลยทำให้ไม่สามารถที่จะดูอะไรได้เลย อย่างแรกภาพมันไกลมาก ไม่เห็นรายละเอียดอะไรเลย ทุกคนอาจจะเห็นภาพที่ออกมา เห็นจอเป็นมดตัวเล็กๆ บางพื้นที่จอดับ จออยู่ไกล หรืออย่างที่ 2 จอไม่มีเสียง พอจอไม่มีเสียงเราเห็นเขานับคะแนนก็ตาม ภาพก็ไม่เห็นอยู่แล้ว นับคะแนนก็ไม่มีเสียง ไม่รู้จะดูอะไร” นายกฤตเผย

2.พื้นที่จะพอเข้าไปได้บ้าง หรือดูจอแล้วมันจะพอสอดส่องเข้าไปได้ มันก็มีบางอำเภอที่ห้ามประชาชนถ่ายภาพอีก

“บอกว่าผิดกฎหมายนะ ขู่ประชานชนว่าผิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุก แต่ในตัวระเบียบการเลือก ส.ว. เขาห้ามพกพาเครื่องมือสื่อสาร เฉพาะผู้สมัคร กรรมการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนหรืออาสาสมัครที่ไปสังเกตกาณ์ไม่ได้ห้ามถ่ายรูป เพราะถ้าห้ามถ่ายจะไปเก็บหลักฐานได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่เข้าใจผิด และทำให้ประชาชนที่ไปดูก็ยิ่งกลัวกว่าเดิม”

3.ในทางปฏิบัติแล้ว เวลาอาสาขอไปสังเกตการณ์ บางที่ในจอเขาดูเห็นแวบๆ ว่ามันคนหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาหรือเปล่า ให้กรรมการเช็ก กรรมการก็บอกว่าเขาย้อนหลังคลิปให้ดูไม่ได้ เขาเอาหลักฐานมาให้ดูไม่ได้ เพราะว่ากล้องไม่ใช่อำเภอเป็นคนติด แต่ กตต.เป็นคนติด ถ้าใครอยากจะดูต้องไปทำเรื่องขอ กกต. ซึ่งยากมาก ถึงมีคนไปดูถ้ามันไปดูแค่จอก็ไม่เห็นอะไร ไม่สามารถเก็บหลักฐานมาได้

4.เราพบว่าหลายอำเภอ หลายจังหวัด มีกรณีที่อาสาสมัครหรือประชาชนที่ไปสังเกตการณ์ ถูกกดดัน ถูกคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นการถูกตามถ่ายภาพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามประกบตลอดเวลา มีการเข้ามาสอบถามขอเบอร์ ขอข้อมูลส่วนตัว ว่ามาทำไม มาทำอะไร หรือแม้กระทั้ง มีการบอกให้อาสาสมัครของ We Watch ยืนขึ้น แล้วกรรมการก็บอกคนนี้มาจาก We Watch ให้ดูไว้ ซึ่งก็ทำให้รู้สึกหวาดกลัว กรณีพวกนี้ก็ทำให้นอกจากถ่ายภาพได้ เข้าไปก็ยากอยู่แล้ว เข้าไปก็ยังเจออะไรพวกนี้ มันทำให้ หลักฐานที่ได้มาก็น้อยหรือมีหลักฐานบางอย่างแล้ว แต่ก็ทำให้อาสาไม่ปลอดภัย

“ปัญหาเหล่านี้มันทำให้โดยรวม เราคงไม่สามารถพูดได้ว่าการเลือก ส.ว. ที่ผ่านมามันเป็นไปอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ สุจริตเป็นธรรม อย่างที่ กกต.กล่าวอ้าง เพราะถ้าสุจริตจริง ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากการเปิดเผยให้เราดู

กล้องไหนๆ ก็ติดแล้ว ก็ถ่ายทอดสดออนไลน์ก็ทำได้ ผมคิดว่าเรื่องตรงนี้เป็นปัญหาสำคัญมากที่ทำให้การเลือก ส.ว.ที่ห่างไกลจากประชาชนอยู่แล้ว ยิ่งห่างไกลไปอีก และ กกต.ก็จะมาชี้แจ้งว่าการเลือก ส.ว. ไม่มีปัญหาเพราะว่ามีเรื่องร้องเรียนน้อยไง ซึ่งไม่ใช่ เพราะมันร้องเรียนไม่ง่าย หลักฐานก็ไม่มี” นายกฤตกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าว : ‘ยิ่งชีพ’ นั่งจ้อง 6 ชม. ไม่เห็นแถมไม่ได้ยิน ร้อง กกต.เอาให้ชัด จ่อจัดเวทีแนะนำตัวส.ว