เปิดใจ “แอกเนส ชาน” ไม่เชื่อว่าการตีจะช่วยให้ลูกเป็นคนดี

28.03.19 | 18:26 น.
แอกเนส ชาน

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ศูนย์การเรียนรู้และธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จัดงานเปิดตัวหนังสือ “50 วิธีสอนลูกทั้งสามเข้าเรียนสแตนฟอร์ด” เขียนโดยแอกเนส ชาน ไอดอลญี่ปุ่นในยุค 70 นักร้อง-นักแสดงยอดนิยมแห่งเอเชียในขณะนั้น แปลโดย เกวลิน โดยนายอาทร เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เชิญแอกเนส ชาน ซึ่งบินตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น และอาเธอร์บุตรชายคนโต ที่บินมาสมทบจากอังกฤษ มาร่วมแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือในครั้งนี้

แอกเนส ชาน กล่าวว่า ฉันเดินทางมาประเทศไทยครั้งแรกตอนอายุ 17 ปี ตอนนั้นมาโปรโมทภาพยนตร์ที่แสดง ส่วนครั้งนี้มาอีกครั้งในฐานะแม่ของลูก 3 คน มาโปรโมทหนังสือที่ฉันเขียนด้วยตัวเองทั้งสองเล่ม คือ “อัตตชีวประวัติ แอกเนส ชาน” และ “50 วิธีสอนลูกทั้งสามเข้าเรียนสแตนฟอร์ด” โดย หนังสือ 50 วิธีสอนลูกทั้งสามเข้าเรียนสแตนฟอร์ด เล่าเกี่ยวกับวิธีการเลี้่ยงลูกทั้งสามคน

แอกเนส ชาน กับลูกชายคนโต อาเธอร์
กับแฟนคลับ

แอนเนส ชาน บอกว่า ตัวเองไม่ได้ตั้งเป้าให้ลูกๆ ต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แต่การที่ลูกเข้าที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เป็นผลลัพธ์จากการเลี้ยงดู ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายหลัก ฉันสอนให้ลูกเป็นคนใฝ่เรียน แต่ไม่ได้หมายถึงต้องเรียนเก่ง เพราะการเป็นนักเรียนเรียนเก่งหมายถึงการทำข้อสอบเก่ง และบอกเคล็ดลับของการเลี้ยงลูกทั้งสามว่า การสอนให้ลูกมีความเชื่อมั่นตนเองสูง (Self Esteem) คือ ต้องทำให้ลูกรู้จักชื่นชมตัวเอง ยอมรับจุดดีและจุดด้อยของตัวเอง เพราะเมื่อเข้าใจตัวเองได้ ก็จะเข้าใจผู้อื่นเป็น

“สิ่งที่สำคัญคือ พ่อแม่ต้องไม่เอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่น ต้องมอบความรักให้ลูกร้อยเปอร์เซ็นต์ และทำให้เข้ารู้ว่าเรารักเขาในตัวตนที่เราเป็นอยู่ เมื่อเขาสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรามอบให้ จะทำให้เขารู้จักรักตนเอง นี่เป็นเพียงหนึ่งใน 50 วิธีของการเลี้ยงลูกที่เขียนลงในหนังสือเล่มนี้”

เมื่อถามว่ามีวิธีการลงโทษลูกเมื่อทำผิดอย่างไร ไอดอลยุคเซเว่นตี้คุณแม่ลูกสามบอกว่า จะไม่ตีลูก เพราะคิดว่าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง แต่จะใช้วิธีการพูดกันด้วยเหตุผล เพราะเวลาที่ตีลูก นอกจากจะทำให้ลูกเจ็บ การที่ลูกพูดขอโทษ เราก็ยังไม่รู้ว่าลูกเข้าใจสิ่งที่เราพูดหรือไม่ ขณะเดียวกันอาจจะทำให้ลูกคิดว่า ลูกสามารถทำเช่นนั้นได้เมื่อแม่ไม่อยู่ เท่ากับไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ไม่อยากให้ลูกทำแบบนั้นอีกและเข้าใจถึงสิ่งที่เขาทำผิด
ขณะที่ อาเธอร์ บอกว่า ดีใจที่ได้มาเมืองไทย แม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้มาที่นี่ แต่ก็ยังรู้สึกอบอุ่นเหมือนเช่นทุกครั้ง อาเธอร์บอกว่ารู้สึกแปลกๆ ที่ต้องมาพูดว่าตนเองเติบโตขึ้นมาอย่างไร

Advertisement

“ตอนเด็กๆ ผมก็คิดว่าผมเองโตขึ้นมาเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ไม่เคยรู้เลยว่าการเติบโตขึ้นมาของผมจะอยู่ในแผนการเลี้ยงลูกที่ยอดเยี่ยมของคุณแม่” อาเธอร์บอก