เยี่ยมห้องหนังสือ ‘บัญชร ชวาลศิลป์’ นายทหารนักเขียน เจ้าของผลงานฮอต ‘2475 : เส้นทางคนแพ้’

26.06.19 | 15:08 น.

เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ลือชื่อในด้านผลงานเขียนมานานหลายสิบปี สำหรับ พลเอกบัญชร ชวาลศิลป์ อดีตโฆษกกระทรวงกลาโหม เจ้าของผลงาน ‘2475 : เส้นทางคนแพ้’ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากนักอ่านในห้วงเวลานี้ เช่นเดียวกับคอลัมน์ใหม่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม นามว่า ‘แทบพื้นทรายสมัย’ ที่แฟนานุแฟนตอบรับอย่างอบอุ่น ด้วยเนื้อหาแนวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับทหารที่ต้องเป็น ‘วงใน’ เท่านั้น จึงจะรู้ลึกได้ถึงขนาดนี้

ไม่เพียงเป็นนักเขียนมือทองและคิวทอง แน่นอนว่า พลเอกบัญชร เป็นนักอ่านอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวที่รักในการอ่านหนังสือ จึงได้อ่านและซื้อหาหนังสือไว้มากมายตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น กระทั่งมีโอกาสโลดแล่นในแวดวงนักเขียน ภายใต้นามปากกา วิชัย ภูเวียงกล้า โด่งดังจากผลงาน ‘สอยดาวมาร้อยบ่า’

“ผมเกิดในครอบครัวนักอ่าน พ่อเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ยุคนั้นอธิบดีกรมตำรวจคือ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ซึ่งเป็นคนมีความคิดก้าวหน้า แล้วทำให้ตำรวจในยุคท่านมีความคิดก้าวหน้าตามไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทันได้ถามพ่อ แต่พ่ออ่านหนังสือทั้งนิยาย และอะไรต่ออะไร แม่ก็จะอ่านต่อ ผมเป็นพี่ชายคนโต ก็เข้าคิวต่ออีก แล้วพ่อคงอยากให้ลูกๆ เป็นนักอ่านด้วย จำได้ว่าตอนเรียน ม.6 อยู่โคราช พ่อซื้อหนังสือชุดบุคคลสำคัญมาให้อ่าน ในนั้นมีเรื่องของยอร์ช วอชิงตัน โธมัส อัลวา เอดิสัน ไอแซ็ค นิวตัน ผมเลยเริ่มอ่านมาจากหนังสือที่ค่อนข้างมีสาระ แต่พอมีโอกาสหาหนังสืออ่านเองก็อ่าน พล นิกร กิมหงวน การ์ตูนตุ๊กตา เหมือนเด็กๆทั่วไปด้วย”

‘มติชนออนไลน์’ ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยม ‘ห้องหนังสือ’ ในบ้านย่านปากเกร็ด ซึ่งอัดแน่นด้วยหนังสือหลากหลาย ตั้งแต่พื้นจรดเพดานห้อง ทั้งหนังสือปกแข็ง ปกอ่อน พ็อกเก็ตบุ๊คส์ นิยาย หนังสือชุดที่จัดพิมพ์พิเศษในโอกาสต่างๆ ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ อีกทั้งนิตยสารรายเดือน

พลเอกบัญชรบอกว่า ไม่เคยนับว่ามีกี่เล่ม เป็นคนที่เห็นหนังสือเล่มไหนแล้วชอบ ก็ซื้อทันที บางครั้งเพิ่งได้เอามาใช้หลังจากผ่านไป 20 ปี เมื่อตรงกับสิ่งที่ต้องการค้นคว้า

Advertisement

ถามว่า มีหนังสือเล่มไหน หรือชุดใดที่หวงแหนเป็นพิเศษหรือไม่ รับคำตอบว่า ไม่มี แต่มีเล่มที่ตอนนี้กำลังหาซื้อเป็นครั้งที่ 3 ทั้งที่เคยมีแล้ว 2 เล่ม เพราะถูกใช้มากจนอยู่ในสภาพยับย่น นั่นก็คือ ‘แผนชิงชาติไทย ว่าด้วยรัฐและการต่อต้านรัฐ สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2491-2500)’ ของรศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักประวัติศาสตร์ชื่อดังรั้วจามจุรีผู้ล่วงลับ

“หนังสือที่ใช้มากตอนนี้กำลังจะไปหาฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 คือแผนชิงชาติไทย ของ อ .สุทธาชัย เห็นว่ามีพิมพ์ใหม่ ปกสีแดง วันก่อนไปถามหา ไม่เจอ  เล่มแรกยับย่น เละไปแล้ว เล่มที่ 2 กำลังจะเละตามเพราะใช้มาก”

ส่วนหนังสือพิมพ์รายวันก็ยังรับอยู่ แม้ใช้สมาร์ทโฟน เล่นไลน์ ใช้เฟซบุ๊ก ที่เจ้าตัวตอบแฟนหนังสือทุกคอมเม้นต์’ ในเพจ Gen.Bunchon – บัญชร ชวาลศิลป์ จนลูกสาวออกปากชมว่า พ่อตอบหมดเลย!

ย้อนมาที่ คอลัมน์ ‘แทบพื้นทรายสมัย’ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม พลเอกบัญชรเล่าว่า นำชื่อนี้มาจากบทกวีที่เป็นพระราชนิพนธ์แปลโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งส่วนตัวประทับใจเป็นพิเศษ

“ท่อนนี้เป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งแปลจากบทกวีของ Henry Wadsworth Longfellow ชาวอเมริกัน ผมติดใจตรงบาทสุดท้ายที่พระองค์ทรงใช้คำว่า แทบพื้นทรายสมัย พอไปดูจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า sand of time ซึ่งก็เพราะอยู่แล้ว และพอรัชกาลที่ 6 ทรงแปล ก็ยิ่งรู้สึกมหัศจรรย์มาก นอกจากไพเราะแล้วยังตรงกับภาษาอังกฤษด้วย เลยมาปรึษาคุณสุพจน์ แจ้งเร็ว บก.ศิลปวัฒนธรรมว่าอยากเขียนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของทหาร ลงไปแล้ว 1 ตอนว่าด้วยเรื่องของเสรีไทย”

ไม่ใช่แค่หนังสือเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในห้องนี้ หากแต่ยังมีข้าวของกระจุกกระจิกที่มากมายด้วยความทรงจำ อาทิ ปลาทะเลตัวโตที่พลเอกบัญชรตกได้เองกับมือเป็นตัวแรกในชีวิตจากจังหวัดภูเก็ต แขวนอย่างโดดเด่นบนผนัง โดยเจ้าตัวเล่าว่า ชื่นชอบการตกปลา เพราะ “ได้อยู่ในเรือกับเพื่อนๆที่รู้ใจกันจริงๆ” 

ยังมีโปสเตอร์ภาพยนตร์ไทยสุดโด่งดัง ‘นายร้อยสอยดาว’ ที่นำบทประพันธ์ ‘สอยดาวมาร้อยบ่า’ ของพลเอกบัญชรไปดัดแปลง

ที่สำคัญคือกรอบรูปบรรจุภาพถ่ายในห้วงเวลาต่างๆของชีวิต ตั้งแต่ในวัยหนุ่ม กระทั่งแต่งงาน สร้างครอบครัว มีลูกสาว 2 คน ที่พลเอกบัญชรในบทบาทของ ‘คุณพ่อ’ มีความสุขในการซื้อหาเสื้อผ้าเด็ก จากห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวหิ้วไปฝาก โดยเน้นแนวน่ารัก และ ‘สีชมพู’ และแน่นอนว่าต้องซื้อหา ‘หนังสือ’ ไปฝากด้วย

“เสื้อผ้าลูกนี่เลือกเองเลย เลือกตามความรู้สึกของเราว่า ใส่แล้วน่ารัก สมัยเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว เสื้อผ้าเด็กไม่ค่อยมีขาย พอผมเข้ากรุงเทพฯ เมื่อไหร่ก็ต้องมาเซ็นทรัลลาดพร้าว ซื้อเสื้อผ้าดีๆกลับไปให้ลูก คนนครฯ เขาก็ตื่นเต้น เวลาเห็นลูกสาว 2 คนแต่งตัวน่ารัก ผมเลือกเป็นน่ะ! (หัวเราะ)”

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ใน ‘มติชนรายวัน’ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน หน้า 13-14