เปิดตัว ‘อยุธยา อันเดอร์กราวด์’ หลักฐานโบราณเทียบ ‘ปวศ.’

31.08.19 | 17:43 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่จามจุรีแสควร์ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับ จามจุรีสแควร์ เปิดตัวหนังสือ “Ayutthaya Underground ประวัติศาสตร์อยุธยาจากวัด วัง ชั้นดินและสิ่งของ” โดยสำนักพิมพ์มติชน โดยมี ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์แถวหน้าของประเทศไทย และ ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรณาธิการต้นฉบับและหนึ่งในผู้เขียน ร่วมพูดคุยถึงหนังสือ ดำเนินรายการโดย วิกรานต์ ปอแก้ว

ผศ.พิพัฒน์กล่าวว่า ไอเดียหลักของการทำหนังสือเล่มนี้เกิดจาก 1.การมองเห็นข้อจำกัด ว่าในตลาดหนังสือและวงวิชาการ เวลาเขียนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอยุธยามักอิงจากเอกสารประวัติศาสตร์เป็นหลัก ซึ่งมีข้อดี แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่ว่าด้วยศูนย์กลางอำนาจและสถาบัน แต่ขาดหายเรื่องวิถีชีวิตของคนทั่วไปว่าอยู่กินอย่างไร ระบบเศรษฐกิจอยุธยาเมื่อมองจากสิ่งของ เช่น เศษภาชนะดินเผา นักโบราณคดีมีมุมมองที่แตกต่างทำให้เห็นประวัติศาสตร์ของผู้คน  2.เมื่อพูดถึงอยุธยา เราเห็นประวัติศาสตร์แค่เฉพาะช่วงสมัยหรือบางเมืองเท่านั้น แต่นักโบราณคดีจะศึกษา ขุดค้น และเจาะลึกลงไปในชั้นดิน ซึ่งสิ่งที่ได้เห็นคือพัฒนาการของเมืองอยุธยา รวมทั้งเมืองรอบนอก

“เรามักเข้าใจว่าอยุธยาสถาปนาขึ้นในปี  พ.ศ.1893 แต่คำถามคือ ช่วงก่อนหน้าเป็นอยุธยาเป็นอะไรมาก่อน มีหน้าตาอย่างไร ซึ่งข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้จะบอกว่า ก่อนฟอร์มตัวเป็นอยุธยา มีชุมชนเล็กๆเกิดขึ้นแล้ว ทั้งในพื้นที่วัดพนันเชิง เกาะเมือง ซึ่งเราเข้าใจว่าน่าจะเกิดขึ้นมาใหม่ แต่ความจริงมีประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้น อีกประการยังเป็นเรื่องของการช่วยดีเบตกับเอกสารทางประวัติศาสตร์ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเป็นประเด็นร้อน สรุปแล้ววัดพระศรีสรรเพชญ์โดนเผามากหรือน้อย แต่หลักฐานจากชั้นดินไม่ได้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่ามีการเผาอย่างที่เราจินตนาการ และก่อนหน้านี้แทบไม่เคยถูกพูดถึง ไม่ได้ถกกันต่อถึงเรื่องลักษณะของการเผาหรือหลักฐาน ทั้งที่ความจริงมีปรากฎในพงศาวดาร  รวมทั้งมีการพูดคุยกันในวงวิชาการและในหมู่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ หัวใจสำคัญอยู่ที่การเผาอยุธยามากหรือน้อยก็แล้วแต่ กระทบกับจินตนาการของชาตินิยม หรืออาจจะเกิดจากละครที่แสดงถึงความรักชาติ เมื่อมีหลักฐานที่พอจะจับต้องได้หรือหลักฐานเชิงประจักษ์ เป็นวัตถุ ก็จะเกิดคำถามว่าหลักฐานที่จับต้องไม่ได้จะเชื่อมั่นได้หรือไม่”

Advertisement

 

ผศ.พิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า แก่นของหนังสือไม่ใช่เรื่องอยุธยา แต่คือการวิพากษ์ ระหว่างหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่าด้วยวิธีศึกษา แต่ละบทความมีความพยามยามชั่งน้ำหนักของทั้งสองมุม ว่าหลักฐานนี้สอดคล้องกับหลักฐานประวัติศาสตร์ หรือขัดแย้งอย่างไร

 

ด้าน ศ.ดร.สุเนตรกล่าวว่า หนังสือ  “Ayutthaya Underground” มีประโยชน์กับคนชอบประวัติศาสตร์ เพราะ ผศ.พิพัฒน์ได้เปิดประเด็นที่น่าสนใจ และช่วยเติมช่องว่างทางความรู้ที่มีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยุธยาซึ่งส่วนใหญ่เขียนโดยนักประวัติศาสตร์ ใช้เฉพาะลายลักษณ์อักษร ไม่ได้มองหลักฐานทางโบราณคดี ทำให้ภาพที่ถูกสร้างโดยนักประวัติศาสต์ยังเติมไม่เต็มเนื่องจากยังใช้หลักฐานไม่ถ้วนทั่ว อีกส่วนสำคัญ คนที่เขียนประวัติศาสตร์ทั่วไปจะมีลักษณะเจาะจง พูดถึงศูนย์กลางอำนาจเท่านั้น ซึ่งความจริงเป็นยังมีประวัติศาสตร์หัวเมืองอื่นๆที่น่าสนใจ หลักฐานโบราณมีไม่น้อยที่ช่วยสร้างภาพเหล่านี้ขึ้นมา

“ถ้าเป็นแฟนอยุธยา หนังสือ “Ayutthaya Underground” จะเติมเต็มในส่วนที่ไม่ได้นำเสนอในประวัติศาสตร์อยุธยากระแสหลัก ซึ่งมีทั้ง เรื่องของ 1.งานโบราณคดี ประวัติศาสตร์  ประวัติศาสตร์ศิลป์ ไปจนถึงงานเครื่องถ้วยศึกษา  2.พูดเรื่องบุคคลที่ถูกมองข้าม ซึ่งเมื่ออ่านจะพลิกความเข้าใจกว่าครึ่งศตวรรษที่มี ถือเป็นการรวมงานที่หลากหลายไว้ในที่เดียวกัน ถ้าเป็นงานทางโบราณคดีเฉพาะชิ้นจะเข้าถึงยาก แต่เมื่อเอาหลายเรื่องมารวมกันจะทำให้ภาพของอยุธยามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  หนังสือเล่มนี้จะตอบคำถามไปในตัว ว่างานโบราณคดีมีคุณูปการต่องานประวัติศาสตร์อย่างไร”  ศ.ดร.สุเนตรกล่าว