ตู้หนังสือ : โลกสามศูนย์ ถ้าทำได้หลังจากนี้

12.04.20 | 14:26 น.

ไวรัสอันตรายยังระบาดครึกโครมอยู่ในยุโรปและสหรัฐ ขณะเอเชียกับอุษาคเณย์ก็ยังไม่พ้นภัย แต่เราชาวไทยต้องปรบมือชื่นชมกับการมานะสู้โรคของรัฐ​ ซึ่งมีแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญนานา เป็นด่านหน้าคอยปะทะ ขณะที่พลเมืองทั้งหลายก็ร่วมมือกันตอบสนองนโยบาย ทำให้จำนวนคนไข้เพิ่มใน 4 วันที่ผ่านมา (ถึง 9 เม.ย.) อยู่ที่ระดับ 50+ 30+ 111+ 50 + ซึ่งยังต้องระแวดระวังควบคุมตัวเองกันต่อไป

​อย่าเพิ่งวางใจ อย่าเพิ่งดีใจ อย่าประมาท

​แต่สมควรต้องภาคภูมิใจในตัวเองได้บ้าง ที่เป็นประเทศซึ่งรับมือกับโรคได้พอเป็นเอกภาพ

​และอย่าลืมความเป็นเอกภาพนี้ไป เวลาลำบากเช่นนี้เป็นเวลาของสำนึกส่วนรวม เช่นที่เข้าใจกัน มิใช่เวลาของปัจเจกทิฏฐิ

รับมือกับโรคไป อยู่บ้านอ่านหนังสือไป ช่วยแบ่งความสนใจไปจากการหมกมุ่นกับโรคได้บ้าง

Advertisement

​๐ สภาพหลังจากโรคระบาดผ่านไป จะเป็นอย่างไร มีการคาดหมายล่วงหน้ามาแล้วหลายสำนัก ที่ประเมินว่าสถานะเศรษฐกิจแต่ละประเทศจะเสียหายขนาดไหน ยิ่งปัจจุบันที่อุตสาหกรรมผูกพันกันทั่ว เช่นเหตุการณ์ในจีนซึ่งกระทบผู้ใช้สินค้าหลายประเภทเกือบทั้งโลก ย่อมเกิดสภาวะยากลำบากไปช่วงหนึ่ง

​แต่อย่าลืมเช่นเดียวกันว่า หากไร้ชีวิต ที่ไหนจะมีผู้คนบุคลากรมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ

​ดังนั้น ชีวิตประชากรจึงต้องมาก่อนเศรษฐกิจ มิใช่สับสนไปห่วงเศรษฐกิจก่อนชีวิตมนุษย์

อ่านงานของเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพน่าจะดี โดยเฉพาะเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารคนจนเสียอีกด้วย
​ใช่แล้ว มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้มากับความคิดที่มิได้เน้นความมั่งคั่งส่วนบุคคล กับการเติบโตแบบไร้ขีดจำกัดอีกต่อไป โลกรับความคิดและปฏิบัติทุนนิยมลักษณะนี้ไม่ไหวแล้ว เช่นที่ มหาตมะคานธี เคยกล่าวไว้ว่า โลกมีทรัพยากรพอสำหรับทุกคน แต่ไม่พอสำหรับคนโลภเพียงคนเดียว

​ยูนุสเจ้าของงาน นายธนาคารคนจน กับ สร้างโลกไร้จน มาคราวนี้กับ โลกสามศูนย์ หรือ A World of Three Zeros (อะ เวิร์ลด์ ออฟ ธรี ซีโรส์) บอกทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ด้วยระบบใหม่
เพราะนี่คือโจทย์ท้าทายมนุษย์ศตวรรษที่ 21 อย่างที่สุด หากไม่อยากให้เป็นศตวรรษสุดท้าย
เพื่อทำให้ความยากจนเป็นศูนย์ การว่างงานเป็นศูนย์ และมลภาวะเป็นศูนย์

ลองอ่านความคิด 4 ภาคของนักคิดเพื่อเพื่อนมนุษย์ผู้นี้ ภาคความท้าทาย ว่าด้วยความล้มเหลวของทุนนิยม กับอารยธรรมใหม่ของเศรษฐศาสตร์ทวนกระแสของธุรกิจเชิงสังคม

ภาคเลขศูนย์ทั้งสาม ยุติความเหลื่อมล้ำทางรายได้ มนุษย์ไม่ใช่คนหางาน แต่เป็นผู้สร้างงาน การปล่อยกาซคาร์บอนเป็นศูนย์ และเส้นทางสู่อนาคตที่ดีกว่า

ภาคพลานุภาพพลิกโฉมหน้าโลก เสริมพลังและอำนาจแก่ประชากรวัยเยาว์ เทคโนโลยีปลดปล่อยพลัง วิทยาศาสตร์เพื่อปลดแอกปวงชน และภาคบันไดสู่อนาคต โครงสร้างกฎหมาย และการเงินที่เราต้องการ กับการออกแบบโลกวันพรุ่งนี้เสียใหม่

นี่มิใช่หนังสือที่เราทุกคนควรอ่านหรือ มิใช่โลกที่เราต้องการหรอกหรือ

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปลให้อ่านง่ายๆ
๐ นอกจากจีนซึ่งมีความเชื่ออันเป็นที่คุ้นเคยต่อความคิดและสายตาของชาวไทยแล้ว ยังมีคริสต์กับมุสลิมที่เป็นความเชื่อใกล้ชิดและคุ้นเคยอีกสองศาสนา ซึ่งนอกจากจะใกล้ชิดทางด้านภูมิศาสตร์ของผู้คนในดินแดนภาคใต้ อันเป็นแหลมมลายูแล้ว การติดต่อจากยุโรปแดนไกลก็เริ่มมาแต่สมัยอยุธยาที่ย้อนไปได้ลึกๆ

คราวนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวของคนไม่น้อย ที่อาจเคยผ่านเคยเห็น คริสตศิลป์กระจกสี โบสถ์คริสต์ในไทย ซึ่งค้นคว้าเขียนโดย ปติสร เพ็ญสุต ที่จะช่วยให้เข้าใจเพื่อนคริสต์กระจ่างขึ้น

จากกระจกสีสมัยโรมันที่ใช้ในเคหสถานชนชั้นสูง ครั้นชนชั้นสูงเป็นคริสเตียน กระจกสีจึงได้นำไปใช้ในโบสถ์ด้วย โดยประดิษฐ์เป็นภาพพระเยซู ภาพพระราชกิจ และภาพนักบุญต่างๆ

และจากหนังสือเล่มนี้ โบสถ์คริสต์หลังหนึ่งในบริเวณบ้านหลวงรับราชทูต(บ้านวิชาเยนทร์) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรับบาทหลวงคณะเยซูอิตจากฝรั่งเศส ที่สร้างแบบไทยแต่แตกแต่งด้วยศิลปแบบบาโรค และปัจจุบันทรุดโทรมไปมากแล้วนั้น เหนือกรอบประตู มีช่องวงกลมให้เห็นอยู่

ผู้เขียนสันนิษฐานว่า ช่องกลมนี้แต่เดิมอาจประดับกระจกสีทรงกลม “โรส วินโดว์” (rose window) ที่เป็นรูปแบบตกแต่งโบสถ์คริสต์ซึ่งนิยมกันทั่วไปในยุโรป หากเป็นเช่นนั้น นี่คือหลักฐานกระจกสีซึ่งเก่าที่สุดที่พบในสยาม

หนังสือซึ่งเนื้อหาแน่นปึ้ก ภาพสีงดงามทั้งเล่มนี้ บอกละเอียดตั้งแต่ประวัติกระจกสี คริสต์ประวัติสังเขป กระจกสีในไทย แล้วเริ่มกล่าวถึงกระจกสีวัดคอนเซ็ปชัญ กับสี่นักบุญและดวงอาทิตย์

จากนั้นเป็นกระจกสีวัดนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ สามเสน กับนักบุญและบรรดาอัครสาวกนับสิบ

กระจกสีวัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา ภาพก่อตั้งวัด พระสังฆราชหลุยส์ เวย์ พระสันตปาปา ปิอุสที่ 9 และภาพสำคัญน่ารู้น่าสนใจอีกมาก กระจกสีวัดพระคริสตหฤทัย ราชบุรี กระจกสีวัดอัครเทวดามีคาแอล ดอนกระเบื้อง ราชบุรี อาสนวิหารพระแม่บังเกิด สมุทรสงคราม อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี ซึ่งแต่ละแห่งยังมีรายละเอียดน่าเรียนรู้เช่นเดียวกับเรียนพุทธประวัติ ของพระสันตปาปา และนักบุญเรืองนามอีกหลายองค์

เป็นหนังสือเกี่ยวกับเพื่อนคริสต์ที่ทรงคุณค่าเล่มหนึ่งทีเดียว


๐ ไหนๆก็ไหนๆ เรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่แสวงเทพแห่งโชคลาภเพื่อบูชา จะขัดข้องขัดขืนไปทำไม จึงขอเสนอ ทิพยประติมา ซึ่งค้นคว้ามาเพื่อเป็นความรู้แก่ผู้สนใจโดย อรุณศักดิ์ กิ่งมณี

หนังสือซึ่งให้ที่มา ประวัติ ความหมาย คติ ความเชื่อ ข้อมูลโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลป และรูปลักษณ์ประติมากรรมของ “เทพแห่งโชคลาภ” ซึ่งปรากฏในศานาพุทธ​ ฮินดู และความเชื่อท้องถิ่น 14 องค์ ที่ได้รับความนิยมในไทยและในภูมิภาคเอเชีย พร้อมภาพประกอบน่าชมจำนวนมาก

เทพเหล่านี้ได้แก่ พระสีวลี พระอุปคุต พระบัวเข็ม พระสังกัจจายน์ พระกุเวร พระลักษมี พระพลเทพ โป๊ยเซียน ไฉ่ซิ่งเอี้ย กวนอู นางกวัก แม่โพสพ พระแม่ธรณี และเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ของญี่ปุ่น

อย่างน้อยได้รู้จักเพิ่มขึ้นหลายองค์ เพิ่มการรู้รอบได้อีกมาก เพราะอย่างน้อยๆ ความเชื่อถือเรื่องเหล่านี้มิได้อยู่ๆเกิดขึ้นมาเอง แต่ย่อมเกิดจากที่มาอันทรงคุณของเทพทั้งหลายเป็นเหตุ


๐ เมื่ออ่านเทพแห่งโชคลาภแล้ว ก็ควรรู้อีกเรื่องสำคัญในพระพุทธศาสนา คือเรื่องสตรีในพระศาสนา แต่วันนี้ยังไม่ถกกันเรื่องภิกษุณี แต่อยากให้รู้เรื่อง 7 มหาสาวิกา ในพระศาสนาให้ถ่องแท้ก่อน เพื่อเข้าใจว่า มนุษย์นั้นศักยภาพเสมอกัน อ่านเรื่องสตรีที่นำทางสว่างแก่สตรีทั่วโลกมานานกว่าสองพันปี

เพื่อรู้ว่า ไม่ว่าเพศใด หรือผิดพลาดประการใดมา แต่เมื่อพัฒนาคุณธรรมถึงขีดสุดแล้ว ย่อมเสมอกัน

ในอดีตชาติทั้ง 7 นางเคยเกิดเป็นพี่น้องกัน ครั้นยุคพระสมณโคดม ก็เกิดมาพบกันอีก ทั้งเจ็ดเคยทำทั้งกุศลสูงส่งและบาปมหันต์ ทั้งหนีตามชาย ถูกข่มขืน ลูกและสามีเสียชีวิต พ่อสามีไม่ชอบ ท้าทายพระอรหันต์ ฯลฯ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็สามารถตั้งใจพลิกชีวิต บรรลุธรรมได้

พระพุทธองค์ทรงยกย่องทั้ง 7 ว่าเป็นเลิศด้านต่างๆ พระเขมาเถรี เป็นเลิศด้านปัญญา, พระอุบลวรรณาเถรี เป็นเลิศด้านฤทธิ์, พระปฏาจาเถรี เป็นเลิศด้านวินัย, พระภัททากุณฑลเกสีเถรี เป็นเลิศด้านตรัสรู้เร็ว, พระกิสาโคตมีเถรี เป็นเลิศด้านครองจีวรเศร้าหมอง, พระธรรมทินนาเถรี เป็นเลิศด้านแสดงธรรม และนางวิสาขามหาอุบาสิกา น้องสุดท้อง เป็นเลิศด้านถวายทาน

ต้องอ่านสนุกและซาบซึ้งไปด้วยแน่นอน


๐ สุดท้ายประจำสัปดาห์ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับกู้ค่ะ หนูชื่อกู้ มากับต้น มากับดอก อ่าน เจน_นุ่น_โบว์ แรงทะลุโควิด กลับจาก 10 ปีก่อน ทวงความดังชั่วข้ามคืน และพลาดไม่ได้ เหตุเกิดที่ “เคแบงก์” บัณฑูร ล่ำซำ วางมือสายฟ้าแลบ ท่ามกลางกระแสข่าวลือ

โควิดรุมเร้า การเมืองเร่าร้อน ชุดตรวจแผลงฤทธิ์ ร้องสอบชุลมุน

เจ้าพระคุณเอ๋ย หน้าสิ่วหน้าขวาน คนจะเป็นจะตายรอมร่อ ยังทำเรื่องให้สอบกันอีก หวังว่าคนเกี่ยวข้องคงไม่หมดกำลังใจ เห็นแก่เพื่อนไทยทั้งประเทศที่ยังต้องพึ่งพา เดินหน้าไปให้ได้

และขอให้ทุกคนแคล้วคลาดจากโควิด แต่ที่ต้องติดตะรางน่ะ ติดหรือเปล่า

——————————————
บรรณาลักษณ์