สมานมิตรกันอีกแล้ว เปิดโกดังหนังสือดีให้ขน

27.11.22 | 13:45 น.
สมานมิตรกันอีกแล้ว เปิดโกดังหนังสือดีให้ขน

 

สมานมิตรกันอีกแล้ว

เปิดโกดังหนังสือดีให้ขน

เปิดโกดังหนังสือดีให้มิตรรักนักอ่านผ่านมาแล้วตั้งแต่วันศุกร์สองวันก่อน และจะเปิดยาวไปถึงวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงทุ่มของทุกวัน ที่ มติชน อคาเดมี ใกล้สำนักงานข่าวสดรายวัน ประชานิเวศน์ 1 เพื่อนำหนังสือดีทั้งหลายมาบริการให้เลือกหากันอย่างอิ่มเอมอีกครั้ง ให้สมกับที่สหายรักนักอ่านรอคอย

Advertisement

งาน “สมานมิตร รีเทิร์น” หรือสมานมิตรเปิดโกดัง ย่อมมีหนังสือแทบทุกประเภทพร้อม ไม่ว่าการเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา วิทยาศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา ฯลฯ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งไม่ได้เปิดโกดังเดียว ยังเชิญเพื่อนสำนักพิมพ์อีกนับ 10 มาร่วมบริการกันให้ครื้นเครงอีกด้วย

มีหนังสือใหม่ หนังสือเก่า หนังสือหายาก หนังสือสะสมที่ตามหา ฯลฯ ตั้งแต่ราคาเชิญชวนปกละ 10 บาท รวมถึงงานฝีมือหลายแบบของศิลปินลือชื่อให้จับจอง พร้อม “โปรโมชั่น” ที่หาไม่ได้ง่ายๆ และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรม นานา กับนิทรรศการสุดพิเศษ อันหลากหลาย เข้มข้น ให้สนุกสนานร่วมกัน

ขอเสนองานจากเวทีสนทนาที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่ง สองวันที่แล้ว สุจิตต์ วงษ์เทศ เปิดเวทีพูดถึงเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ ที่จีนหนุน ยึดอำนาจอยุธยา อาจารย์ พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย กับ กุลพัทธ์ เพิ่มพูน ชี้การเมืองไทยจะไปทางไหน และ ธนโชติ เกียรติณภัทร กับ พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์ ยกหนังสือเก่าเล่าประวัติศาสตร์มาให้ชม ล้วนเป็นเรื่องเปิดหูเปิดตาน่าฟังทั้งสิ้น

ส่วนวันนี้ตั้งแต่บ่ายโมง อาจารย์ ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ กับ ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์ ให้ภาพรัฐสยดสยอง เบื้องหลังอำนาจรัฐศรีวิไลย์ให้ดูกันถนัดตาวันที่ 2 ธันวาคม สี่โมงเย็น อาจารย์ ชาตรี ประกิตนนทการ กับ อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ช่วยกันให้ภาพคนกับเมืองและโบราณสถาน เปี่ยมความรู้แน่นอน

พอ 3 ธันวาคม ตั้งแต่สายๆ สิบเอ็ดโมงเช้า อาจารย์ ปิติ ศรีแสงนาม พูดถึงสภากาแฟไทยในโลกใหม่ แบบรอบวงสนทนา พอบ่ายสอง ชานันท์ ยอดหงษ์ กับ อัครพงษ์ ค่ำคูณ ชวนกันพูดถึงหลังบ้านคณะราษฎร เบื้องหลังอภิวัฒน์สยาม ล้วนเป็นรายการสนทนาที่เหมาะกับสถานการณ์และการเรียนรู้

ส่วนกิจกรรมกินไปคุยไปก็ผ่านไปสองวันแล้วเช่นกัน วันนี้ สิบเอ็ดโมงเช้า ไปรู้จักรสไทย(ไม่)แท้ กับ อาสา คำภา และ ชนมน วังทิพย์ ให้เข้าใจจริงๆ ว่าวันๆ ได้กินอะไรเข้าไป พอ 3 ธันวาคม ห้าโมงเย็น ก็ได้เวลาครึ้มกับโลกของคราฟต์เบียร์โดย เอนก มงคลวุฒิเดช แอ่นกันไปแอ่นกันมาทั่วถึงแน่ๆ

กิจกรรมทดลองทำกับนิทรรศการ วันนี้ สี่โมงเย็น นริศ จรัสจรรยาวงศ์ พูดถึงศิลป สถาปัตยกรรม สิ่งพิมพ์ กับคณะราษฎร พอ 29 พฤศจิกายน สี่โมงเย็น คนรักสุขภาพก็ได้พบ “ครูดิน” คนวิ่งได้วิ่งดี สถาวร จันทร์ผ่องศรี กับ สุภชัย สุชาติสุธาธรรม แนะวิธีการวิ่ง กับการรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรงไปด้วยกัน

นิทรรศการพิเศษภาพวาดของ ตะวัน วัตุยา มีแรงบันดาลใจให้ชมตลอดงาน เช่นเดียวกับศิลปะ สถาปัตยกรรม สิ่งพิมพ์ กับคณะราษฎรที่น่าสนใจ หวังว่ามิตรรักนักอ่านคงไม่เพลินกับการเลือกขนหนังสือดี ที่ดูแลรักษาแต่ละเล่มมาใหม่เอี่ยม ราคาเพียง 10 บาท 30 บาท 50 บาท จนพลาดการฟังสนทนา หรือไม่ได้ดูนิทรรศการน่าชมที่แสดงอยู่รอบงาน – นะจ๊ะ – นะจ๊ะ

⦁ หนังสือนำผู้อ่านท่องไปไกลแล้วในโลกความคิดและจินตนาการ แต่ในโลกความจริง ยังมีสิ่งรกเรื้อทางความคิดอีกมากมายที่ยังไม่สามารถสะสาง เนื่องจากการติดยึด และไม่อาจปล่อยวางทรรศนะที่ไม่ทันความเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมได้ เช่น ในประเทศก็เรื่องโรงพยาบาลห้ามหมอ หรือบุคลากรทางการแพทย์ (โดยเฉพาะสตรี) แต่งหน้า ทำสีผม ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับความสามารถตรงไหน หรือทำผมสีสวยแล้ว แต่งหน้าดูงามแล้ว จะหมดความน่าเชื่อถืออย่างไร

ส่วนต่างประเทศก็ปรากฏในสนามแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ทีมเดนมาร์กชวน 55 ชาติยูฟ่าถอนตัวจากฟีฟ่า เพราะห้ามกัปตันทีมสวมปลอกแขนสีรุ้ง สนับสนุน วันเลิฟ ที่สื่อความเท่าเทียมทางเพศ เชื้อชาติ สีผิว ความเชื่อ วัฒนธรรม และอายุ กับการเลือกปฏิบัติ หรือทีมฟุตบอลอิหร่านไม่ร้องเพลงชาติก่อนการแข่งขัน ประท้วงรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับบรรดาผู้ชุมนุมในประเทศ ล้วนแสดงเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ที่รัฐบาลมักตามไม่ทันประชาชน

⦁ เรื่องที่น่าสนใจอย่างมากอีกเรื่องก็คือ เมื่อตำรวจ(ไทย)ไม่ใช่ตำรวจ (แล้วจะเป็นอะไร) ของอาจารย์ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ในมติชน ออนไลน์ วันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งยิ่งทำให้รู้สึกว่า โลกทุกวันนี้ ชักจะเหมือนกับในหนังเข้าเรื่อยๆ ที่รัฐบาลแสดงตนเป็นศัตรูประชาชนยิ่งขึ้นทุกที เห็นประชาชนเป็นฝ่ายที่ต้องกำราบปราบปรามแทนที่จะต้องปกป้อง ต้องหาอ่านให้เข้าใจให้ได้ทีเดียว

⦁ ขณะที่ กล้า สมุทวณิช ก็สำทับเรื่องลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา จากเรื่อง “มองวิวาทะเรื่องลิขสิทธิ์และความชอบธรรม ‘หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว’ ของคนตกสี” ที่จะช่วยให้เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา โดยมองไปถึงมิติที่เกี่ยวข้องหลายด้านซึ่งเปลี่ยนแปรไปจากสถานการณ์ในอดีต เห็นความสำคัญของความคิดเจ้าของ ขณะเดียวกัน ก็ไม่ทิ้งประเด็นเกี่ยวข้องโดยเอาเพียงกฎกติกามาพิจารณาตัดสินแต่อย่างเดียว

โลกย่อมหมุนไปข้างหน้า ความคิดคนต้องก้าวไปข้างหน้า แต่หลายความคิดที่ไม่อยากไปข้างหน้าด้วย ต้องไม่คัดค้านโดยใช้ความรุนแรง ด้วยอคติ หรือความรังเกียจ เกลียดชัง มีแต่การทำความเข้าใจอย่างจริงจังตรงไปตรงมาเท่านั้น ที่ช่วยให้โลกเคลื่อนไปอย่างละมุนละม่อมได้ แต่มักไม่ค่อยเห็นที่ว่านั้น

⦁ เช่นเดียวกับความรู้ ความต้องการที่จะเข้าใจอดีตเพื่อมองปัจจุบันในการเตรียมการเดินต่อไปในอนาคต ของแต่ละสังคม เป็นเรื่องปกติธรรม แต่ก็เช่นเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ การสะสางหรือรื้อประกอบความคิดในอดีตอีกครั้ง มักไม่ค่อยได้รับความยินยอมพร้อมใจ ของผู้ได้ประโยชน์จากอดีตเอง หรือผู้ติดข้องกับความเชื่อที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แม้จะมีความคิดจากมุมมองหรือหลักฐานใหม่ๆ มาคัดง้างก็ตาม จึงกลายเป็นกรณีการสันนิวาสกันระหว่าง “ก้าวหน้า” กับ “อนุรักษ์” ชนิดไม่ลืมหูลืมตาตลอดมา ไม่ว่าเรื่องใดๆ

แต่ความรู้ก็ต้องก้าวไป เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ สร้างสรรค์อยุธยา ราชอาณาจักรสยาม หนังสือรวมบทความจากงานในสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับการค้นคว้าของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม, สืบแสง พรหมบุญ, รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล โดยมีบรรณาธิการระดับบรมคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ คอยจัดแจงการนำเสนอ

ทั้งนี้ เพื่อจะไขข้อข้องใจหรือเปิดเผยประวัติศาสตร์ “เจ้านครอินทร์” ที่เคยถูกปกปิด และละเลยจากประวัติศาสตร์แห่งชาติในหลายแง่มุม ทำให้นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจใคร่เรียนรู้ ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน จึงน่าสนใจยิ่ง กษัตริย์ผู้ยุติการเมืองผลัดราชวงศ์ละโว้-สุพรรณภูมิในช่วงต้นอยุธยา และสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชอาณาจักรสยามแห่งแรก โดยวางรากฐานอำนาจทางการเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และสานสัมพันธ์ใต้อำนาจราชสำนักจีนผ่านการค้าจิ้มก้อง สร้างกรุงศรีอยุธยาให้กลายเป็นเมืองท่าการค้าเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้านานาชาติ นำความรุ่งเรืองมั่งคั่งมาสู่กรุงศรีอยุธยา

แต่เหตุใดเราจึงไม่ค่อยรู้เรื่องราวของเจ้านครอินทร์นัก ทั้งที่มีความสำคัญยิ่งต่อการสร้างรัฐให้เจริญเติบโตเป็นรูปร่างหลักฐานขึ้นมา

มาร่วมกันตามหาเรื่องราวของกษัตริย์พระองค์สำคัญนี้ ผ่านการค้นคว้าเอกสาร หลักฐานโบราณคดี วิเคราะห์ ตีความ เพื่อเติมหน้าประวัติศาสตร์ที่หายไปให้เห็นภาพอยุธยาเต็มๆ อย่างที่ควรเป็น จากหนังสือน่าอ่านเล่มนี้

⦁ ขณะเดียวกัน ก็ไม่อยากให้พลาดหนังสือคลาสสิกเล่มสำคัญอีกเล่มของอาจารย์ ผาสุก พงษ์ไพจิตร กับ คริส เบเกอร์ สองยี่ห้อแห่งความรู้และการประกาศทรรศนะใหม่ในการมองประวัติศาสตร์ ผู้กล่าวว่า “เราไม่สันนิษฐานว่าสิ่งใดปรากฏอยู่ในอดีต จนกว่าจะเห็นได้ในหลักฐาน” จากงานเล่มโตเกือบ 500 หน้าอีกเล่ม ซึ่งพิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วในปีที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่ ที่จะให้รสชาติ “ฟิวชั่น” ในการบริโภคประวัติศาสตร์สยามอย่างเอร็ดอร่อยทางความคิด ต่างไปจากจานกาละมังสังกะสีที่เคยกินอิ่มอุ่นในอดีต

อาณาจักรซึ่งสามารถคงอยู่ได้นานถึง 5 ศตวรรษ ที่แม้จะล่มสลายไป ก็ยังสามารถส่งต่อการเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ศิลปกรรม สู่กรุงธนบุรี ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ได้ จากประเด็นหลักๆ คือ ก่อนอยุธยา, ก่อนการปรากฏตัว, สมัยสงคราม, สันติภาพและการค้า, สังคมเมืองและการค้า, เสียกรุง, สู่กรุงเทพฯ

เราจะเห็นพัฒนาการของสังคมมนุษย์ จากพื้นที่ว่างเปล่า มนุษย์ใช้ทรัพยากรทำกิน สร้างสังคม เกิดตั้งสถาบันมาอย่างไร กลายเป็นประวัติศาสตร์สังคม สามัญชน จนเป็นรัฐ อาณาจักร ผ่านสงคราม และการค้าซึ่งเป็นหัวใจหลักอันยิ่งใหญ่ของอยุธยา

ผู้อ่านจะได้เห็นภาพทั้งเชิงกว้างและเชิงลึกของอยุธยา อย่างสมบูรณ์แบบและครบถ้วนที่สุด เป็นหนังสือประวัติศาสตร์สยามอีกเล่มที่ไม่อาจละเลย

⦁ เราเคยอยากรู้ไหมว่า รูปร่าง หน้าตา คนอยุธยาเป็นอย่างไร, โรคภัยไข้เจ็บ กับสังคม วัฒนธรรมสมัยอยุธยาเป็นแบบไหน, เราเคยได้ยิน หรือรู้จักตำรับตำรายาสมัยอยุธยา ตำราพระโอสถพระนารายณ์ ไหม, เคยอยากรู้ว่า สังคมเมืองท่านานาชาติในประวัติศาสตร์อยุธยา อุษาคเนย์ ช่วงคริสต์ศตวรรษ 17-18 มีรูปโฉมเป็นอย่างไร, ชาวอยุธยากับชาวอุษาคเนย์ มีข้าวปลาอาหารอะไร หรือมีวัฒนธรรมการกินแบบไหนบ้าง และนี่เลย เรื่องสำคัญของมนุษย์ ผู้หญิง อำนาจ กับเซ็กซ์ ในสังคมอยุธยาอยู่ในลักษณะไหน

ต้องหาอ่าน มนุษย์อยุธยา ประวัติศาสตร์สังคมจากข้าวปลา หยูกยา ตำรา SEX ค้นคว้าศึกษามาโดย กำพล จำปาพันธ์ นักเรียนโท ประวัติศาสตร์จุฬาฯ เอกประวัติศาสตร์ เชียงใหม่ มาเล่าให้ฟังแบบละเอียดเห็นๆ ภาพชาวบ้านชาวเมือง จะได้รู้ว่าคนอยุธยากินข้าวกับปลา ไม่ใช่ส้มตำ แกงส้ม ต้มยำกุ้ง ฯลฯ ผู้ชายก็จะกำยำ หรืออ้วนลงพุง ผู้หญิงก็ไม่ได้งามแบบออเจ้า แต่กล้ามใหญ่ บึกบึน ทำงานหนัก ฯลฯ

เวลาเจ็บไข้จะดูแลรักษาอย่างไร ป้องกันอย่างไร ใช้หยูกยาแบบไหน ฯลฯ จับเล่มนี้ขึ้นมา แล้วจะเห็นชีวิตคนอยุธยาทันที ไม่ว่าคนสามัญหรือคนสูงศักดิ์

⦁ ปิดท้ายด้วยนิตยสารการเมืองฉบับครอบครัว มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับว่าด้วย หลังเอเปคต้อนรับฟุตบอลโลก อ่านรวมไทยสร้างชาติ เพื่อเห็นว่า รวมใครสร้างตู่ ก่อนจะแกะรอย “ตู่” ดาวฤกษ์จากผลสำรวจนิด้าโพล คะแนนเหนือพรรคและจับตาการปลดล็อก พปชร.

เอเปคจบ แต่สลายม็อบไม่จบ คฝ.ถูกตั้งคำถามเกินกว่าเหตุ (น่าจะอ่านบทความอาจารย์พิชญ์ในมติชน ออนไลน์ ที่กล่าวถึงข้างต้นประกอบ) สะเทือนสิทธิเสรีภาพประชาชน อ่านวงศ์ ตาวัน จับกระแสคาร์บอมบ์ใต้ ยุคนายกฯขวัญใจชาวใต้ ว่าเกิดมาจากทิศทางไหน

ก่อนไปคุยเรื่องบอลโลกแบบละเอียดๆ กับ “เศรษฐา ทวีสิน” และอ่านคนมองหนังพาไปสัมผัส “เอดินสัน คาวานี” แก่นสารที่กำลังสูญหายไปจากโลกฟุตบอลยุคใหม่

และที่พลาดไม่ได้ก็คือ วัฒนธรรมวิพากษ์ของยุกติ มุกดาวิจิตร “ซอฟต์ เพาเวอร์ กับอาณานิคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ” แล้วไปอ่านชาติ ศาสนา และแบรนดิ้งของประกิต กอบกิจวัฒนา ว่าด้วย “คนฉลาดของประเทศนี้ มักตกเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อ…เชื่อผมสิ”

แล้วสนุกแหยงๆ กับคนชอบของฟรีในคอลัมน์ Agora ของกฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ “ระเบิดเวลาที่ชื่อว่ากฎ Must Have และ Must Carry หนึ่งในมรดกจากโลกเก่า”

⦁ โควิดยังทำสถิติติดวันละสามหมื่นกว่าคนในจีน แต่ไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวครึกครื้น ทำให้เพื่อนบ้านตะลึงกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่มา แต่ชาวโลกซึ่งคิดถึงเมืองไทยไม่แปลกใจ ชวนกันเดินทางมากินผัดไทย มัสมั่น แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ฯลฯ เที่ยวเชียงใหม่ สมุย กระบี่ ภูเก็ต ฯลฯ นวดแผนโบราณ

ก็ทำไมจะไม่มาล่ะ นาง คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ยังซื้อพริกแกงเขียวหวานจาก อ.ต.ก. ไปทำกิน ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ยังไปดูมวยไทย เดินเที่ยวกินร้านแผงลอยริมถนนเยาวราชยามค่ำเลย

ซอฟต์ เพาเวอร์ ไทยไม่ซอฟต์นุ่มนิ่มนะ แข็งโป๊กทีเดียวแหละ

บรรณาลักษณ์