‘หนุ่มนิติ’ ลั่น เกิดไม่ทันต้อง ‘อ่านให้รู้ทัน’ โอดรัฐทำหลักการหล่นหาย ได้ผู้นำคนเดิมแน่

30.03.23 | 23:27 น.

‘หนุ่มนิติ’ ลั่น เกิดไม่ทันต้อง ‘อ่านให้รู้ทัน’ โอดรัฐทำหลักการหล่นหาย ได้ผู้นำคนเดิมแน่

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 21 ซึ่งโดย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับ BOOKWALKER ในแนวคิด “Book Fluencer” ผู้นำอ่าน ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 9 เมษายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนักพิมพ์มติชน ประจำที่บูธมติชน M49 ดึงศิลปินชื่อดัง “ไข่แมว” ผู้วาดการ์ตูนน้องตาใส ผสมอารมณ์ขันยั่วล้อการเมือง มาร่วมออกแบบบูธและของพรีเมียม เตรียมเสิร์ฟนักอ่านแบบจุใจ ในธีม “BOOKSELECTION” โดยถ่ายทอดเส้นสีแสบสันยั่วล้อไปกับโมงยามของการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ภายในบูธอัดแน่นด้วยหนังสือ ครอบคลุมทุกความสนใจ อาทิ แนวการเมือง ประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ รัฐสวัสดิการ การเมือง ไสยศาสตร์-ทุนนิยม เมืองในฝัน ผู้นำ ชนชั้น อำนาจ จิตวิทยา-แรงบันดาลใจ วรรณกรรม วิทยาศาสตร์ ตลอดจนหนังสือสุขภาพ โดยหนังสือใหม่ที่เปิดตัวในงานนี้ ทั้ง 26 ปก ลด 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนังสือขายดีลดพิเศษถึง 20 เปอร์เซ็นต์

นายกฤตภาส ยศเสถียร อายุ 19 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ เดินทางมาเลือกซื้อหนังสือ อาทิ

“ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่” โดย คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร
“ชิงบัลลังก์พระนารายณ์” โดย นายพลเดส์ฟาร์จ. แปลโดย :ปรีดี พิศภูมิวิถี
“ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ วิวัฒนาการรัฐไทย” โดย กุลลดา เกษบุญชู มี้ด, อาทิตย์ เจียมรัตตัญญู (แปล)
“รัฐสยดสยอง” โดย ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์

Advertisement

โดยเผยว่า ส่วนใหญ่เลือกหนังสือเจาะลึกทางการเมือง ในช่วงเวลาก่อนที่ตนจะเกิด

“ผมค่อนข้างสนใจ ด้วยความที่ยุคนี้เกือบจะเกิดสุญญากาศทางการเมือง ผมอยากศึกษาเพิ่มเติมว่าก่อนที่เราเกิด มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีข้อเท็จจริงอย่างไร อาจจะเชื่อไม่ได้ 100% แต่เราสามารถวิเคราะห์ได้มากกว่าหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการให้มา มันมีหนังสือที่น่าสนใจกว่านั้นที่ควรจะให้เด็กได้เรียน” นายกฤตภาสกล่าว

การย้อนไปดูประวัติศาสตร์ สำคัญอย่างไรกับปัจจุบันและอนาคต ?

นายกฤตภาสกล่าวว่า สำคัญมาก

“ความทรงจำของราษฎร สำคัญมากถ้าหากเราไม่มีความรู้อะไรเลยสักอย่าง ประชาชนก็จะไม่สามารถออกมาเรียกร้องอะไรได้ เช่น ถ้าไม่มีการประท้วงเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ตอนนี้ก็คงจะไม่มีการประท้วง คงอยู่กันอย่างสงบ ภายใต้กระบอกปืน”

มองบ้านเมืองเราตอนนี้อย่างไร ?

นายกฤตภาส กล่าวว่า ตอนนี้เราเจออะไรต่างๆ มามากมาย เจอทั้งผู้ใหญ่ที่ไม่ฟัง หรืออาจจะฟังเด็กบ้าง แต่โดยมากจะถือว่าเด็กก็คือเด็ก

“ผมว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของเด็ก เป็นเรื่องของทุกคน เป็นเรื่องของเด็กที่ตั้งแต่เกิดมาเลยก็ว่าได้ ซึ่งควรจะวิจารณ์กันได้
และหนังสือเหล่านี้มันไม่ได้มีขายทั่วไป ก่อนที่จะซื้อหนังสือเล่มนี้ (รัฐสยดสยอง) ผมก็ทำการศึกษามาว่า ไม่ได้อวยบุคคล แต่พูดถึงระบบสาธารณสุขในสมัยรัชกาลที่ 5 ว่าไม่ได้เป็นบ้านเมืองที่สวยหรูขนาดนั้น ยุคเมื่อ 150 ปีที่แล้ว เราเกิดไม่ทัน แต่เราได้เห็นภาพ

ส่วนเล่ม ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ วิวัฒนาการรัฐไทย ผมมองว่า วิวัฒนาการของระบบนี้ บ่งบอกถึงการดึงอำนาจมารวมอยู่ที่ศูนย์กลาง ซึ่งองคาพยพมีเยอะมาก คนที่ต่อต้านก็ไม่ใช่คณะราษฎรหรือใคร แต่เป็นลูกของผู้รวมอำนาจเอง” นายกฤตภาสชี้

หนังสือมีส่วนเปลี่ยนแปลงสังคมได้จริงหรือ ?

นายกฤตภาสกล่าวว่า มีส่วนอย่างมาก หนังสือมีส่วนเปลี่ยนแปลงสังคมมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์แล้ว คนที่เขียนหนังสือในยุคก่อน ถูกเจ้าผู้ครองเมืองกุมความคิดอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น เทียนวรรณ เป็นนักประชาธิปไตยสมัยรัชกาลที่ 5 คนแรกๆ ที่ถูกขังลืม เทียนวรรณถือเป็นคนแรกที่คิดเรื่องสิทธิสตรีของสยาม แต่เขาว่ากันว่าถูกขังลืมไปถึง 16-17 ปี จนกระทั่งพระบิดาแห่งกฎหมายไทย ตรวจคุก จึงทำการปล่อย

ตราบใดที่ยังไม่มีเสรีภาพ ก็จะต้องมีการต่อสู้ต่อไป ?

นายกฤตภาสกล่าวว่า เพราะรัฐบาลทำหลักการหล่นหาย ไม่ได้ปกครองตามหลักนิตินัยที่ขึ้นตรงกับสหประชาชาติ

“บ้านเราปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบเผด็จการทหาร เมื่อรัฐทำหลักการหล่นหาย เราก็ต้องออกมาเรียกร้องตามสิทธิอันชอบธรรม ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่ คสช.ทำรัฐประหาร อย่างนี้ผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา ม.113 แต่กลับไปเล่นช่วงชิงรัฐธรรมนูญ” นายกฤตภาสกล่าว

ตามอ่านหนังสือของมติชนมานานแค่ไหน ?

นายกฤตภาสเผยว่า ตนชอบอ่านคอลัมน์ของมติชน

“ตามอ่านนักเขียนหลายคนตั้งแต่อาจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง, อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ก็อ่านบ่อย หรือ อ.ธงชัย วินิจจะกูล ผู้ร่วมเขียน ผมก็อ่านบ่อยมาก ผมมีความใฝ่ฝัน เรียนกฎหมายด้วยความเป็นอาชีพที่ค่อนข้างมุ่งไปทางอนาคต แต่ผมสนใจทางหลักรัฐศาสตร์มากกว่า และอยากเขียนคอลัมน์ด้วย ผมเลยติดตามคอลัมนิสต์ของอาจารย์หลายๆ คน” นายกฤตภาสเผย

คาดหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไรบ้าง คิดว่าผู้นำจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือได้คนเดิม ?

นายกฤตภาสกล่าวว่า ตนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว หลังจากที่ กกต.เลือกสูตรหาร 500 เพราะพรรคขนาดเล็กและพรรคขาดกลางจะได้เปรียบมากกว่าพรรคขนาดใหญ่ อย่างเพื่อไทย ที่มีฐานเสียงมาก

“แต่จะได้คนเดินไหม ผมว่าได้แน่ๆ เพราะสมาชิกวุฒิสภา 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งิ คสช.ได้วางมา ก็ absolute lock เอนเอียงไปแล้ว จะต้องเป็นคุณลุง 2 คนนี้อยู่แล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” นายกฤตภาสชี้

ถ้า กกต. เปลี่ยนไปนับคะแนนแบบ real time จะช่วยให้การเลือกตั้งโปร่งใสขึ้นหรือไม่ ?

นายกฤตภาสกล่าวว่า ก็ยังยากอยู่ดี ด้วยความที่มีหลายพรรคที่เสียงยังไม่แน่นอน แต่ก็มีบางพรรคกที่แน่นอนแล้ว

“พรรคก้าวไกล เป็นพรรคที่ผมให้ความสนใจตอนนี้มาก เพราะไม่ได้เปลี่ยนนายกฯ แต่เปลี่ยนโครงสร้าง การที่จะเปลี่ยนโครงสร้างได้ ไม่เคยมีพรรคไหนทำมาก่อน ถ้าพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ใครๆ ก็อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นอยู่แล้ว ค่าครองชีพ ใครๆ ก็อยากทำให้ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนโครงสร้างการปฏิรูปกองทัพเรายังไม่เห็น

ตั้งแต่ที่ ผบ.ทบ.ท่านหนึ่ง มาบีบน้ำตาให้เห็นในวันกราดยิงโคราช บอกว่าจะปฏิรูปใน 90 วัน ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยอมรับว่าไม่ได้มีความรู้มากขนาดนั้น ยังต้องซื้อหนังสือไปอ่าน แต่ผมยอมรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งคนที่เป็นอนุรักษนิยม

การที่จะวิพากษ์วิจารณ์การเมืองได้ อย่างแรกที่ผมวางหลักไว้คือ ‘ต้องมีความเป็นคนก่อน’ เข้าใจในความเป็นคน เลิกไปล่าแม่มด เลิกเหยียดเพศ เลิกด่า เลิกบูลลี่ คุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า คนเราไม่เหมือนกันหรอก” นายกฤตภาสกล่าว

นายกฤตภาสกล่าวถึง การแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 ที่พรรคการเมืองบางส่วนรับไปกำหนดนโยบายว่า โดยส่วนตัว มองประเด็นการแก้ไขกฎหมาย 112 ว่าอยากให้แค่ ‘แก้ไข’ แต่จะแก้ไปในทางไหนขึ้นอยู่กับแต่ละพรรค

“แต่การยกเลิกกฎหมาย ผมมองว่าอาจจะไม่เป็นธรรมมาก ใจเขาใจเรา การพูดถ้อยคำไม่สุภาพ ก็เหมือนกับมีคนมาพูดหยาบคายใส่เรา ก็อาจจะจำเป็นต้องมีกฎหมายปกป้อง เหมือนกับประชาชนที่มีกฎหมายหมิ่นประมาท อาญามาตรา 326 คอยปกป้อง

แต่ควรแก้ไขด้วยการลดโทษ เนื่องจากโทษหนักมาก หนักเกินกว่าคดีฆ่าคน ถ้าดูบทลงโทษก็เทียบเท่ากับกฎหมายตราสามดวง ต่ำสุดคือ 3 ปี แต่ผมมองว่าการวิจารณ์ไปในทางสาธารณะประโยชน์ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด การแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เรื่องการหมิ่นประมาท อยากให้ผู้ใหญ่หลายๆ คนเข้าใจในด้านนี้ การตั้งคำถามมีเครื่องหมาย question mark (?) บนหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่การหมิ่นประมาทแต่เป็นการตั้งคำถาม ให้หลายๆ ฝ่ายเข้ามาตอบกระทู้…..

ทั้งนี้ มันมีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน บ้านเราปกครองด้วยระบอบนี้มานาน คนไทยหลายคนก็ยังไม่เข้าใจ ว่าระบอบประชาธิปไตยคืออะไร เพราะเขามองว่า ที่มีอยู่ทุกวันนี้ก็คือประชาธิปไตยแล้ว เราต้องอ่านเพื่อให้รู้ทัน” นายกฤตภาสกล่าว

ห้ามพลาด! ที่บูธมติชน M49 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ที่ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-9 เมษายนี้ ทั้งนี้ วันแรก 30 มี.ค. เปิดให้เข้าเวลา 17.00-24.00 น วันที่ 31 มีนาคม-1 เมษายน เปิดเวลา 10.00 – 24.00 น. และ 2-9 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น.

หรือช้อปออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://www.matichonbook.com/ สามารถดูรายละเอียดหนังสือแต่ละเล่มได้ที่ https://bit.ly/40oM45I

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามสำนักพิมพ์มติชนได้ที่ ไลน์ : @matichonbook ยูทูบ: Matichon Book ติ๊กต็อก : @matichonbook ทวิตเตอร์ : matichonbooks อินสตาแกรม : matichonbook