กรมสมเด็จพระเทพฯ นักเขียน นักบันทึก นักเดินทาง

2.04.23 | 14:41 น.
กรมสมเด็จพระเทพฯ นักเขียน นักบันทึก นักเดินทาง

กรมสมเด็จพระเทพฯ นักเขียน นักบันทึก นักเดินทาง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นที่รับรู้ในใจคนไทยมาเนิ่นนาน นอกเหนือจากที่ทรงพระเมตตากรุณาต่อปวงชนทั้งหลายแล้ว ยังทรงเป็นกวี นักเขียน นักบันทึก นักเดินทาง นักถ่ายภาพ ฯลฯ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ นำเรื่องและสิ่งที่พบเห็นจากสายพระเนตร ประมวลกับพระราชดำริ และพระอารมณ์ขันเช่นพระบรมมหาชนกนาถ มาถ่ายทอดเป็นความรู้สู่นักอ่านด้วยสาระบันเทิงอันล้ำค่า มากมายทั้งปริมาณและคุณภาพของงานเขียนซึ่งเปี่ยมรายละเอียดอันเอกอุรอบด้าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมิตรประเทศเช่นสาธารณรัฐประชาชนจีน ทรงเป็น “กงจู่” เจ้าหญิงที่ทรงงดงามด้วยพระจริยาและน้ำพระราชหฤทัย เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปนับแต่ฝ่ายบริหารจนถึงประชาชน กระทั่งบรรดาครูๆ ที่ถวายการสอนภาษาจีนจนทรงอ่านออก เขียนได้ ทรงแปลวรรณกรรมจีนและเขียนเรื่องจีนหลายแง่มุมออกมาเชื่อมความเข้าใจระหว่างสองชนชาติด้วยความวิริยะและอุตสาหะยิ่ง

ศิลปะจีน สาระความรู้เกี่ยวกับศิลปะจีนสาขาต่างๆ ทั้งทัศนศิลป์ ศิลปะการแสดง และวรรณศิลป์ครบถ้วน พิมพ์ 4 สีประกอบภาพศิลปะแขนงต่างๆ ของจีนทั้งเล่ม จากปาฐกถาที่ทรงแสดงเรื่อง “พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ที่ทรงบรรยายเมื่อ 30 ธันวาคม 2548 ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ เปี่ยมด้วยคุณค่าครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมด

Advertisement

ทั้งทรงฉายภาพงานศิลปะประเภทต่างๆ ที่คัดแล้วอีกประมาณ 130 ภาพ ประกอบให้การบรรยายสร้างเสริมความเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

อ่านศิลปะจีน, จิตรกรรม, การเขียนตัวอักษรจีน, ประติมากรรม, เครื่องกระเบื้อง เครื่องหยก, สถาปัตยกรรม, สวนจีนและเครื่องเรือน, ดนตรี, นาฏศิลป์และศิลปะการแสดง, วรรณคดี, ศิลปะพื้นบ้าน, การอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะจีน, ภาคผนวก ก, ภาคผนวก ข, บรรณานุกรมภาพประกอบ

ไป๋อิ๋นน่า หมู่บ้านลับลี้ริมฝั่งน้ำ พระราชนิพนธ์แปลที่ทรงแสดงถึงพระปรีชาสามารถด้านอักษรศาสตร์ จากเนื้อหาสะท้อนความรู้ทางวัฒนธรรมประเพณีของสังคมจีนตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันของผู้เขียน ฉือจื่อเจี้ยน กับ มั่วเหยียน และ ซูเฉี้ยว

เป็นวรรณกรรม 4 เรื่องของสามนักเขียนชื่อก้องในวงวรรณกรรมจีนร่วมสมัย “ไป๋อิ๋นน่า” ของฉือจื่อเจี้ยน ให้อรรถรสทั้งความงามด้านภาษา จากความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ผ่านเรื่องของบรรดาตัวละครหลัก ที่ใช้สัญลักษณ์วิจิตรจากธรรมชาติอันพิเศษ เข้มข้น ซึ่งงดงามและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน มาอธิบายสัจธรรมในใจมนุษย์

ส่วน “คำไว้อาลัยหมา” ของมั่วเหยียน กับ “ซุปที่อร่อยช่างน่ากลัวยิ่ง” และ “กินหม้อไฟในหน้าร้อน” ของซูเฉี้ยว ก็เป็นเรื่องสั้นที่สร้างอารมณ์สะเทือนใจแก่ผู้อ่านได้อย่างละเมียดละไม นอกจากนี้ ภาคผนวกท้ายเล่ม ยังให้ความรู้เรื่องเมืองเฮยหลงเจียงซึ่งเป็นฉากในเรื่องไป๋อิ๋นน่าเพิ่มความกระจ่างยิ่งขึ้น

ร้านน้ำชา บทละครพูด 3 องก์ วรรณกรรมแปลในพระองค์ จากงานเมื่อ 50 ปีก่อนของ เหลาเส่อ นักเขียนชื่อดังที่นักเรียนจีนทุกคนต้องอ่าน และถูกแปลมาแล้วหลายภาษา ทั้งสร้างละครกับภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง สถานีไทยพีบีเอส เคยนำงานชุดนี้มาแพร่ภาพในชื่อ โรงเตี๊ยมชีวิต (2554-2555) มาแล้ว

ให้ภาพบรรยากาศร้านน้ำชาเก่าแก่นาม “ยู่ไท่” ในเมืองปักกิ่ง ตั้งแต่ปลายราชวงศ์ชิงถึงทศวรรษ 1940 (2483) ในช่วงสังคมจีนวุ่นวาย ประเทศอ่อนแอ ข้าวยากหมากแพง ฉ้อราษฎร์บังหลวง เจ้าหน้าที่ข่มเหงชาวบ้าน ร้านน้ำชาแห่งนี้ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา 5 ทศวรรษ

ตลอดเล่มดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนาน่าติดตาม สอดแทรกอารมณ์ขัน สุขเศร้า เสียดสีสังคม พูดถึงผู้คนสมัยราชวงศ์ชิง ในแง่มุมที่ต้องอ่าน ทั้งยังมีภาคผนวกที่ขยายประเด็นต่างๆ ให้กระจ่างเพื่อความเข้าใจเต็มเปี่ยม

รอยยิ้มและน้ำตาของหัวใจ พระราชนิพนธ์แปล 4 เรื่องของ 3 นักเขียนสตรีจีน ปิงซิน กับ เหยียนเกอหลิง และ ซูเฉี้ยว ที่สะท้อนว่า ความรักเป็นทั้งรอยยิ้มและน้ำตาของหัวใจมนุษย์อันเป็นสากล ซึ่งยากจะอธิบายให้ชัด

เรื่อง “โคมส้มดวงน้อย” และ “หมิงจื่อกับเหมียวน้อยมีจื่อ” เรื่องของเด็กที่มิได้มุ่งเพียงให้เด็กอ่าน ด้วยร้อยแก้วสั้นๆ ซึ่งงดงามด้วยเหตุการณ์สามัญมากมาย ที่จะจูงใจผู้อ่านให้สะเทือนใจอย่างนุ่มนวล จากเด็กน้อยที่มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ความรักผูกพันกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด แสดงหัวใจบริสุทธิ์ที่สามารถสัมผัสได้

“สาวน้อยเสี่ยวหยู” รักต้องห้ามของหญิงสาวกับชายคราวพ่อ “ตำนานกับข้าวคู่” รักสามเส้าของสองหญิงหนึ่งชายที่ความไม่ซื่อสัตย์แปรเป็นโศกนาฏกรรม เป็นนิยายรักสมัยใหม่ที่มิได้เดินตามขนบเดิม ให้เห็นทั้งรักที่ดีงามและรักที่ถือประโยชน์เป็นที่ตั้ง อันยากจะแจกแจงด้วยเหตุผลหรือตรรกะใดๆ

นิทานโกหกเยอรมัน พระราชนิพนธ์แปลซึ่งแปลกออกไปในที่นี้ แต่เปี่ยมคุณค่าอันสนุกสนานของ บารอน ฟอน มึนช์เฮาเซ่น รวมนิทานโกหกยอดนิยมของชาวเยอรมันไว้ถึง 22 เรื่อง ด้วยสาเหตุที่ทรงเลือกมาแปลก็เนื่องจากเป็นลักษณะนิทานที่ไม่ปรากฏในวรรณคดีพื้นบ้านไทย จึงทรงพระราชดำริว่า น่าจะเป็นประโยชน์ทั้งการศึกษาเปรียบเทียบและความบันเทิง

งานชุดนี้เป็นเรื่องเล่าสำคัญในกลุ่มเรื่องเล่าพื้นบ้านประเภทตลกของเยอรมันในอดีต ที่รวบรวมแปลเป็นหลายภาษาและได้รับความนิยมยิ่ง จากเนื้อหาที่สนุกสนานเปี่ยมจินตนาการ สะท้อนชีวิตชาวเยอรมันแง่มุมต่างๆ เสนอพร้อมภาพประกอบงดงามชวนติดตามตลอดทั้งเล่ม

• นิตยสารการเมืองประจำครอบครัว มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับว่าด้วย โทนี่ วู้ดซัม แผ่ “ฮีต เวฟ” ร้อนที่โน่น ระอุที่นี่ อ่านแคนดิเดตนายกฯนอกโผปาร์ตี้ลิสต์ ความเหมือนที่แตกต่าง 2 ขั้ว แพทองธารโพลแรงที่ 1 พิธาอันดับ 2 ประยุทธ์เหนือประวิตรทุก “ผลสำรวจ”

อ่าน “หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว” ของมุกดา สุวรรณชาติ ฟันธงแกนนำพรรคอาจสอบตกปาร์ตี้ลิสต์ และเรื่องพิเศษสุด “ผัดซีอิ๊วบ้านป่ารอยต่อ” เมนูสมานฉันท์ลดขัดแย้ง ประวิตรแย้มเคล็ดลับ “ไฟแรง ทำเร็ว”

อ่านคำพิพากษาคุก 13 กปปส. ขวางสมัครเลือกตั้งปี 2556 ย้อนไทม์ไลน์ปะทะเดือด อีกชนวนรัฐประหารปี 2557 และอ่านประกิต กอบกิจวัฒนา ผ่านชาติ ศาสนา และแบรนดิ้ง “เศรษฐา ทวีสิน” สินค้าใหม่ในตลาดการเมือง อยากให้ “ปัง” ต้องไม่เลือกทาง “ติดดิน“

อ่านเมื่อ “บิ๊กบี้” เจอบี้ เขย่า ทบ. วัดดวง ตท.23 กลางการเมืองร้อน จับตาคีย์แมน ตท.24 ชิงเลขาฯ สมช. กับเส้นทาง “บิ๊กหนุ่ย”

วันนี้ วิกฤตฝุ่นเกินจะรับไหว เหนืออ่วม ธุรกิจและท่องเที่ยวทรุด โจทย์ใหญ่รอรัฐบาลหน้า อ่านบัญชา ธนบุญสมบัติ ฉายบทเรียน 9 เคล็ด(ไม่)ลับในการเอาชนะสงครามอากาศเป็นพิษของจีน กับเกษียร เตชะพีระ ส่องอาชีพนักการเมือง ในคอลัมน์การเมืองวัฒนธรรม

ปูตินส่งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ไปเบลารุส สัญญาณขยายสงคราม? ปิดท้ายด้วยพิษณุ นิลกลัด พาคลุกวงใน การออกกำลังเซ็กซี่ “โพล แดนซ์” เรื่องน่าสนใจของการเต้นกับเสา

• อย่าลืมอย่าพลาดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2566” ครั้งที่ 51 เริ่มตั้งแต่พฤหัสบดีที่ผ่านมา จนถึง 9 เมษายนที่จะถึง ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น. ทุกวัน รีบไปหาของดีมีอยู่ทุกๆ แผงหนังสือ

หนังสือหนาตา ผู้คนหนาแน่น แต่ระมัดระวัง คาดหน้ากาก อย่าตายใจ แม้ข่าวโรคจะค่อยๆ ซา แต่เชื้อยังระบาดอยู่ คนยังเข้าโรงพยาบาลทุกวัน ขอให้แคล้วคลาดทุกๆ คน

บรรณาลักษณ์