เมื่อ ‘สายมู’ เฟื่องฟู สวนทางโลกล้ำยุค อ่าน ‘ไสยศาสตร์สมัยใหม่กับทุน(ไทย)นิยม’

27.04.23 | 13:21 น.
เทพทันใจ (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม)

เมื่อ‘สายมู’เฟื่องฟู สวนทางโลกล้ำยุค
อ่าน‘ไสยศาสตร์สมัยใหม่กับทุน(ไทย)นิยม’

ไสยศาสตร์ ความเชื่อ พิธีกรรม เรื่องเหนือธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และอยู่คู่สังคมไทยมาตลอด ไม่ว่าสังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยหายไปจากสังคมไทย แต่ยังมีความเข้มข้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“สิ่งที่ผมแปลกใจคือ ตามทฤษฎีความทันสมัยของ แม็กซ์ เวเบอร์ (Max Weber) นักสังคมวิทยา บอกว่า ถ้าสังคมยิ่งสมัยใหม่ ความเชื่อไสยศาสตร์ก็จะหายไป แต่ไทยตรงกันข้ามเลย ไทยยิ่งสมัยใหม่ ความคิดเกี่ยวกับไสยศาสตร์ก็ยิ่งเข้ามา และความเชื่อมโยงระหว่างทุนนิยมและไสยศาสตร์ค่อนข้างจะชัดเจน”

คือคำพูดของ ปีเตอร์ เอ. แจ๊คสัน ผู้เขียนหนังสือ Capitalism Magic Thailand เทวา มนตรา คาถา เกจิ : ไสยศาสตร์สมัยใหม่กับทุน(ไทย)นิยม ที่กำลังบอกเล่าถึงที่มาในการศึกษาเรื่องความเชื่อในประเทศไทย ที่เวทีเสวนาภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ที่ผ่านมา

เดินจตุจักร
เจอ ‘ธนบัตรขวัญถุงหลวงพ่อคูณ’
นักวิชาการงง จนต้องเปลี่ยนวิธีวิจัย

Advertisement

เริ่มต้นสนใจเรื่องศาสนาทางด้านปรัชญาและคำสอนของพุทธทาสภิกขุ ซึ่งไอเดียคือการปรับปรุงคำสอนของพระพุทธเจ้าให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ โดยพุทธทาสภิกขุบอกว่า คำสอนของพระพุทธเจ้ามีความสอดคล้องกับความสมัยใหม่และวิทยาศาสตร์ ซึ่งพุทธทาสภิกขุต่อต้านไสยศาสตร์ค่อนข้างรุนแรง และพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ไสยศาสตร์เป็นความเชื่อของคนโง่’

ตอนแรกนักวิชาการท่านนี้คิดว่าสังคมไทยเป็นไปตามนั้น คือมีเหตุผลและวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อ 30 ปีที่แล้วได้ไปเดินเล่นที่ตลาดนัดจตุจักร เจอกับธนบัตรขวัญถุงของหลวงพ่อคูณ ทำจากกระดาษพิมพ์สีคล้ายกับธนบัตรไทยและมีรูปของหลวงพ่อคูณซึ่งเป็นเกจิอาจารย์จากโคราช

“ตอนเห็นแล้วรู้สึกงงมาก เพราะนอกจากจะมีรูปของหลวงพ่อคูณนั่งยองๆ แล้วยังจับกองเงิน ทองคำ และยังมีรูปนางกวัก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และท้าวสุรนารี นอกจากนี้ ยังมีคาถาเรียกเงินเข้ามาว่า กูให้รวย จึงคิดว่านี่แหละพุทธศาสนาในไทย วันเดียวกันก็ยังเจอโปสเตอร์ที่นำรูปของเกจิอาจารย์สามท่านคือ หลวงพ่อชอบ หลวงพ่อเงิน หลวงพ่อสด และอ่านว่า ชอบเงินสด ทำให้รู้สึกว่าไอเดียของพุทธทาสภิกขุเรื่องความเป็นเหตุผลและวิทยาศาสตร์อาจจะไม่มีพลังเท่าไร ทำให้ต้องกลับมาสนใจกับความเชื่อของชาวบ้าน โดยต้องมีการเปลี่ยนวิธีวิจัยจากการตีความจากบทความไปเป็นแบบลงพื้นที่ดูชีวิตประจำวันแบมานุษยวิทยา

ตอนแรกไปที่วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ในช่วงที่หลวงพ่อคูณยังไม่มรณภาพ ซึ่งพระเครื่องที่ผลิตผ่านวัดบ้านไร่ทุกรุ่นจะมีชื่อเสียงเกี่ยวกับความมั่งมี ความสำเร็จ โดยในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย ปี 2540 เคยคิดว่าปรากฏการณ์ของหลวงพ่อคูณและพระเครื่องน่าจะหมดไป แต่กลับไม่ใช่ เรื่องความคิดเกี่ยวกับความมั่งมี การนำเอาไสยศาสตร์ หรือพิธีกรรมเข้ามาเพื่อช่วยสร้างกำไรให้บริษัทมันไม่ได้หายไปเลยแม้เศรษฐกิจไทยจะเกิดวิกฤตแต่กลับขยายมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องของเกจิอาจารย์เท่านั้น มีเรื่องพระเครื่องและพิธีกรรมคนทรงเจ้าเข้ามาด้วย ผมสังเกตเห็นว่ามีคนไปบูชาเจ้าแม่กวนอิม พระพิฆเนศ ทำให้เห็นว่ามีพิธีกรรมหลายรูปแบบ ใช้เวลาเก็บข้อมูลเกือบ 20 ปี เพื่อรอดูว่าปรากฏการณ์แบบนี้จะหายไปหรือขยายมากขึ้น

ส่วนที่มาที่ไปของคำว่า ลัทธิบูชาความมั่งคั่ง เรื่องนี้ตามจากไอเดียของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักคิดและนักวิชาการ ที่มีการเขียนบทความและใช้คำว่า ลัทธิพิธี และเห็นว่าลัทธิพิธีจำนวนมากของไทยเน้นเรื่องความร่ำรวยและเงิน แต่ยังไม่มีคำเฉพาะเจาะจงสำหรับปรากฏการณ์นี้ ต้องนึกว่าจะใช้คำว่าอะไรที่จะเชื่อมโยงระหว่างสังคมสมัยใหม่แบบทุนนิยมกับไสยศาสตร์ จึงเลือกใช้คำว่า ลัทธิบูชาความมั่งคั่ง” ปีเตอร์ เอ. แจ๊คสัน เล่ายาวถึงที่มา

 

เทพทันใจ (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม)

‘ขุนพันธ์-ร่างทรง’
ความเชื่อผลิตซ้ำในยุคใหม่
กับความกว้างขวางของเพศ
ผ่านภาพยนตร์ไทย

นักวิชาการท่านนี้ยังกล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์และภาพยนตร์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยที่นำเสนอ ‘วีรบุรุษ’ ซึ่งแสดงถึงอำนาจของสื่อที่สามารถกระจายความเชื่อเหล่านี้ได้

“ภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการกับความเชื่อซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นพุทธอย่างเดียว คิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่ภาครัฐของไทยไม่ค่อยต่อต้านเรื่องความเชื่อ เพราะในประเทศอื่นๆ จะมีการเชื่อคัมภีร์เป็นหลัก การปฏิบัติที่ไม่เข้าตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์อาจจะต้องยกเลิก แต่สถานการณ์ในไทยความเชื่อเหล่านี้ไม่ได้ตกไปเป็นชายขอบ

เรื่องเพศกับศาสนา ย้อนไปสมัยของพระพุทธเจ้าจะยังไม่มีภิกษุณี ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างพระภิกษุณีในประเทศไทย เหมือนกับว่าความเชื่อ หรือพิธีกรรมที่อยู่นอกวัดจะยอมรับความหลากหลายทางเพศมากกว่าภายในวัด อีกเรื่องที่กำลังเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยคือบทบาทความหลากหลายทางเพศเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนา เรื่องพิธีกรรมคนทรงเจ้าในต่างจังหวัดสมัยก่อนส่วนมากคนทรงเจ้าจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุแล้ว และเป็นตัวกลางของผีบรรพบุรุษ ในปัจจุบันพิธีกรรมเรื่องคนทรงเจ้าไม่ได้อยู่ที่ต่างจังหวัดเท่านั้น แต่ยังเข้ามาในกรุงเทพฯด้วย และไม่ใช่เป็นตัวกลางสำหรับผีเท่านั้น ยังเป็นตัวกลางสำหรับเทพฮินดู และผู้ที่เป็นคนทรงเจ้าองค์เทพจะรู้สึกว่าสูงกว่าคนทรงเจ้าผีบรรพบุรุษ” เจ้าของผลงาน Capitalism Magic Thailand กล่าว

‘สื่อ’ อิทธิพลหนุนความเชื่อ
ตรงข้ามทฤษฎีเดิม
คือ ‘นำเสนอความจริง’

จากนั้นย้อนเล่าถึงการทำหนังสือซึ่งลงพื้นที่เก็บข้อมูลเมื่อ 4-5 ปีก่อน ช่วงเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ชีวิตของทุกคนก็เปลี่ยนไป เห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เรียกว่า ‘สายมู’ ซึ่งเป็นความเชื่ออีกรูปแบบหนึ่งของไสยศาสตร์

“ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางความเชื่อตามสถานการณ์ของสังคม และสื่อก็มีบทบาทในการสร้างพื้นที่ใหม่ของไสยศาสตร์ซึ่งเมื่อก่อนจะพบเห็นได้ตามศาลเจ้า แต่ตอนนี้พิธีกรรมอาจจะเห็นได้ตามสื่อ แสดงว่าสื่อสมัยใหม่อำนวยให้ความเชื่อ หรือพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ขยายตัวมากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับทฤษฎีดั้งเดิมของสื่อในสมัยที่การถ่ายรูปเข้ามาครั้งแรกเมื่อ 150 ปีที่แล้ว การถ่ายรูปคือการนำเสนอความจริง แต่หลังจากอินเตอร์เน็ตเข้ามาความเป็นจริงกลับหายไป

การที่มีไสยศาสตร์มากมายในสังคมไทยเพราะมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและสังคมนั้น คิดว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่ง คนที่สนใจเรื่องของพระเครื่อง หรือพิธีกรรมคนทรงเจ้าบางคนอาจจะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจก็ได้ แต่บางคนเป็นเศรษฐี ผมจึงสนใจว่าคนที่รวยแล้วก็อยากรวยมากกว่าเดิม แสดงว่ามันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับปัญหาในชีวิตแต่เป็นเรื่องที่อยากจะสร้างโอกาสให้มีความมั่งมีและความสำเร็จ”ปีเตอร์ เอ. แจ๊คสัน สรุป


Capitalism Magic Thailand
เทวา มนตรา คาถา เกจิ :
ไสยศาสตร์ยุคใหม่กับทุน(ไทย)นิยม
ผู้เขียน : Peter A. Jackson
แปลโดย : วิราวรรณ นฤปิติ
ปกอ่อน 528 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2566
เนื้อหากล่าวถึงโลกสมัยใหม่ที่ไสยศาสตร์ถูกมองว่าเป็นความงมงายและล้าหลัง ทว่าการบูชาพระเครื่องเพื่อเสริมโชคลาภบารมี การกราบไหว้ขอเงินขอทอง การทรงเจ้าเข้าผี การนับถือเกจิอาจารย์ และอีกสารพัดพิธีกรรมกลับเฟื่องฟูขึ้นในประเทศไทย สวนทางกับยุคแห่งเทคโนโลยีและความก้าวหน้า ชวนผู้อ่านสำรวจความเชื่อและการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลากหลายรูปแบบท่ามกลางกระแสประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจรุ่งเรืองถึงขีดสุด ไปจนถึงช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 รวมทั้งการเกิดขึ้นของทุน(ไทย)นิยมอันเป็นเอกลักษณ์
สนใจสั่งซื้อ www.matichonbook.com
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360

 

พรสุดา คำมุงคุณ