เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่บริเวณ ศาลเจ้าเกียนอันเกง หรือ ศาลเจ้าแม่กวนอิม สำนักพิมพ์มติชน ได้จัดงานทัวร์วัฒนธรรมและสนทนาวรรณกรรม เกร็ดประวัติศาสตร์จากนวนิยาย “พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ” โดย นางสาววีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรต์ ทั้งนี้ภายในงานได้มีการกิจกรรมพาทัวร์ ชมวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร และ ชมศาลเจ้าแม่กวนอิม หรือ ศาลเจ้าเกียนอันเกง โดย นายธัชชัย ยอดพิชัย กองบรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม และ เล่าประวัติของศาลเจ้าเกียนอันเกง และกบฏแมนฮัตตันในทรงจำของคนรุ่นลูก โดย นายบุณยนิธย์ สิมะเสถียร เจ้าของศาลเจ้าเกียนอันเกง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดื่มชา ชิมขนมวัฒนธรรม อีกด้วย ท่ามกลางประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
จากนั้นเวลา 16.30 ได้เริ่มงานเสวนา Book Talk : “ในทรงจำของทรงจำของนิยายเรื่องหนึ่ง” บริเวณหน้าศาลเจ้า โดยมีวิทยากรได้แก่ นางสาววีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรต์ และ ผู้แต่งนวนิยาย พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ,นางสาวมนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร มาดาม ฟิกาโร่, นายคาลิล พิศสุวรรณ กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์แซลมอน
นางสาววีรพร กล่าวว่า เรื่องราวที่อยู่ในนวนิยายนี้มีลักษณะที่ตัวละครในนวนิยายนี้เป็นตัวละครที่ยอมจำนน แม้ว่าแต่ละคนจะพยายามต่อสู้ในทิศทางของตนเองท่ามกลางบริบททางการเมืองที่เป็นฉากหลังของเรื่อง แต่สุดท้ายแล้วตัวละครในเรื่องก็ต่างยอมจำนนต่อชะตากรรมของตนเอง เนื่องจากไม่สามารถต่อกรกับประวัติศาสตร์ได้ นอกจากนี้ยังเป็นการพูดถึงตัวละครที่เป็นผู้อพยพมายังดินแดนแห่งหนึ่งในช่วงยุคหลังสงคราม ซึ่งหนึ่งในแรงบันดาลใจของฉากหลังในนวนิยายคือ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ทั้งนี้ในอีกมุมหนึ่งมันเป็นการแสดงใหเห็นว่า ความเป็นจริงพวกเราเองก็ต่างเป็นผู้อพยพจากดินแดนต่างๆ มาอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ไม่ต่างจากตัวละครเช่นกัน
“นอกจากนี้เรื่องราวในนวนิยาย ยังเป็นการพูดถึงเรื่องเล่าในความทรงจำที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องเล่าที่อยู่นอกเหนือจากตำราเรียนในนวนิยาย พูดถึงประเด็นที่ว่าเราเลือกที่จะเชื่อบางทีก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเล่า พูดถึงประเด็นการบิดเบือน เพราะบางทีโลกก็ไม่ได้เป็นเหมือนที่เราเชื่อว่ามันเป็น ซึ่งส่วนตัวมองว่าตัวนักเขียนเองก็ไม่ได้เก่งกว่าผู้อ่าน มีเพียงการตั้งคำถามว่าความจริงที่เราเชื่ออยู่นั้นเป็นความจริงหรือไม่” นางสาววีรพร กล่าว
นางสาวมนทกานติ กล่าวว่า หลังจากที่ได้อ่านนวนิยาย พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ ได้เห็นถึงเรื่องราวต่างๆ ที่มีซ้ำซากที่มีอยู่คู่ในประวัติศาสตร์เสมอ รวมไปถึงประเด็นข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ถูกเล่าผ่านตัวละคร ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ควรจ่อมจมอยู่กับความเชื่อเพียงความเชื่อเดียว เรื่องเดียวกันเล่าผ่านตัวละครต่างๆ ที่มีอยู่ในนวนิยายเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าสุดท้ายเรื่องราวที่ออกมานั้นก็ไม่เหมือนกัน
“ส่วนตัวชอบหนังสือเล่มนี้ในความเป็นมนุษย์ เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ความเป็นมนุษย์ สร้างตัวละครที่น่าหลงรัก แม้ว่าเป็นตัวละครที่เลวร้ายที่สุดก็ยังน่าหลงรัก ทำให้เห็นว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงรักตัวละครที่เลวร้ายก็เพราะมีเหตุผลบางอย่าง บางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เพราะหากมีเหตุผลเรื่องนี้ก็คงไม่เกิด และถ้าไม่มีเหตุผลมันก็ไม่ใช่โลก” นางสาวมนทกานติ กล่าว
นาย คาลิล กล่าวว่า รูปแบบการเล่าในลักษณะทรงจำของทรงจำ เป็นการทำลายระนาบเวลาของเรื่อง คือส่งผลทำให้เป็นการเล่าเรื่องแบบไม่ต้องสนใจเรื่องของเวลา ไม่จำเป็นต้องเล่าจาก เอ ไป บี แล้วไป ซี แต่สามารถที่จะเล่าได้เรื่องได้โดยไม่จำเป็นต้องเล่าตามหลักเวลา แต่สามารถเล่ากระโดดไปมาผ่านความทรงจำซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญของเรื่องนี้

