ศ.ดร.กุสุมา ทุ่มค้นคว้า 40 ปี กลั่น ‘กุหลาบเปอร์เชียในแดนสยาม’ ตอบคำถามหลากมิติวัฒนธรรม

30.08.23 | 18:34 น.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่มติชนอคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) จัดงาน ‘มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง’ ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.- 3 ก.ย. 66 นี้ โดยภายในงานคับคั่งด้วยกองทัพหนังสือการเมืองเล่มสำคัญที่หายาก พร้อมด้วยผลงานของศาสตราจารย์ ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ รวมถึงกิจกรรมเสวนา ‘นิธิแห่งทัศนะและปัญญา’ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษและของพรีเมียมอีกมากมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. มีการจัดกิจกรรม Special BookTalk: ตามหาเปอร์เชียในแผ่นดินสยาม โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กุสุมา รักษมณี เจ้าของผลงาน ‘กุหลาบเปอร์เชียในแดนสยามดำเนินรายการโดย นายสุนิติ จุฑามาศ บรรยากาศทั่วไปมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมากจนเต็มพื้นที่

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิง ไขศรี ศรีอรุณ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา กล่าวเปิดกิจกรรม ความโดยสังเขปว่า  ทางมูลนิธิฯ ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือ กุหลาบเปอร์เชียในแดนสยาม ขึ้น เนื่องจากเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า ให้ความรู้ทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี เครื่องแต่งกาย ฯลฯ หลังการพิมพ์เผยแพร่เพียงไม่กี่เดือน ได้รับถึง 2 รางวัล ได้แก่ หนังสือวิชาการดีเด่น ‘ศาสตราจารย์ ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์’ ประจำปี 2565 และรางวัลชนะเลิศ ประเภทสารคดี  ‘เซเว่น บุ๊ค อวอร์ด’ ครั้งที่ 20

“ขอบคุณอาจารย์กุสุมาที่สร้างผลงานวิชาการที่มีคุณค่า หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะให้ความรู้คนทั่วไปซึ่งขณะนี้ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก และขอบคุณมติชนที่จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้”  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิง ไขศรี กล่าว

จากนั้น เข้าสู่ช่วงเสวนา  โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กุสุมา กล่าวว่า ตนเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเพราะต้องการหาคำตอบในประเด็นต่างๆ โดยใช้เวลารวบรวมข้อมูลมานานกว่า 40 ปี ใช้เวลาเขียนราว 4 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2561 กระทั่งตีพิมพ์แล้วเสร็จในพ.ศ.2566

Advertisement

ในเล่มประกอบด้วย 4 บท ได้แก่

บทที่ 1. กุหลาบจากเมืองเทศ: วัฒนธรรมเปอร์เชียที่เดินทางสู่สยาม

บทที่ 2 เมื่อกุหลาบไร้พรมแดน: การรับและปรับแปลงวรรณคดีเปอร์เชีย

บทที่ 3 แม้เรียกอย่างอื่นก็หอมรื่นเหมือนกัน: คำเปอร์เชียในภาษาไทย

บทที่ 4  บทส่งท้าย: กุหลาบของวันวาน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กุสุมา กล่าวว่า หัวใจของหนังสือเล่มนี้ อยู่ในบทที่ 2 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดี โดยเฉพาะ ‘นิทานสิบสองเหลี่ยม’ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับราชธรรม คือ แนวทางของพระราชาในการปกครองคน รวมถึงหน้าที่ของขุนนางและประชาชน ซึ่งในภายหลัง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเปลี่ยนชื่อเป็น ‘นิทานอิหร่านราชธรรม’

คำว่า ‘สิบสองเหลี่ยม’ มาจากมณฑปสุสานซึ่งเป็นอาคารที่สร้างคลุมหลุมพระศพกษัตริย์อิหร่าน โดยมีการจดจารึกคำสอนบนผนังด้านใน 12 ด้าน เป็นนิทาน 12 เรื่อง สำหรับฉบับภาษาไทย แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมา รัชกาลที่ 1 โปรดให้คัดลอกเป็นฉบับหลวง ครั้นถึง รัชกาลที่ 3 โปรดให้จารึกไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กุสุมา กล่าวว่า นอกเหนือจากวรรณกรรมเปอร์เซียในไทยแล้ว หนังสือเล่มนี้ มีเรื่องคำยืมที่มาจากภาษาเปอร์เชีย อาทิ ผ้าขาวม้า, ยี่หร่า, กานพลู, กุหลาบ เป็นต้น รวมถึงศิลปะเปอร์เชียที่ส่งอิทธิพลต่อศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมของไทย อาทิ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี ซึ่งมีกรอบหน้าต่างเป็นวงโค้งแหลมตามแบบศิลปะเปอร์เชีย