อาจารย์ทุ่ม 2 ปี ค้น ‘หนังสืองานศพ’ เขียน ‘สยามโมเดิร์นเกิร์ล’ ขึ้นท็อป 10 ขายดี วอน รบ.แก้เหลื่อมล้ำ ม.เล็ก-ใหญ่
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) และพันธมิตร จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 12-23 ตุลาคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเมื่อเวลา 11.00 น. ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน J47 ซึ่งตกแต่งด้วยแนวคิด “มติชน (ด) รามา” ว่า มีผู้เดินทางมาเลือกซื้อหนังสืออย่างต่อเนื่อง
ผศ.ดร.ภาวิณี บุนนาค อาจารย์ภาคคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้เขียน “สยามโมเดิร์นเกิร์ล” ซึ่งเป็น 1 ในหนังสือขายดี 10 อันดับ กล่าวว่า ผลงานดังกล่าวเป็นเรื่องราวของนางผดุงครรภ์และนางพยาบาล ซึ่งเป็นผู้หญิงกลุ่มแรกที่ออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ จากการมามีโอกาสได้เรียนหนังสือ และประกอบอาชีพข้างนอก

“จากเดิมหากเราพูดถึงผู้หญิงตามจารีตประเพณี ก็คงเป็นผู้หญิงที่อยู่แต่ในบ้าน เลี้ยงลูก เป็นแม่คน แต่ผู้หญิงกลุ่มนี้ได้เป็นผู้หญิงกลุ่มแรกที่ได้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ได้มีโอกาสทำงาน และได้ไปเรียนหนังสือยังต่างประเทศ ในหนังสือเล่มนี้ หลักๆ เลยต้องการที่จะเปิดเผยพื้นที่ชีวิตจริงของคนที่มีชีวิตอยู่จริงในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่าน จากสังคมจารีตมาสู่สังคมสมัยใหม่ให้เห็นว่าคนเหล่านี้เขามีชีวิตอยู่อย่างไร ในประวัติศาสตร์พูดถึงแต่เชิงนโยบาย บริบทกว้างๆ แต่ไม่ได้ให้ภาพที่มันเป็นตัวบุคคลขึ้นมา ในหนังสือเล่มนี้ตั้งใจที่จะทำให้เห็นวิถีชีวิต เป็นตัว เป็นตน ขึ้นมา ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไรในระยะเวลาดังกล่าว” ผศ.ดร.ภาวิณีกล่าว
ผศ.ดร.ภาวิณีกล่าวถึงโจทย์ในการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่า การเขียนไม่ได้ยากเท่าการไปสืบหาประเด็นตามสิ่งที่ตนคิด เพราะมันเป็นเรื่องของบุคคลธรรมดา ไม่ได้ถูกบันทึกหรือมีการตั้งใจเก็บไว้ หลักๆ จึงใช้หลักฐานจาก “หนังสืออนุสรณ์งานศพ”
“ประเด็นที่มันยากอีกส่วนหนึ่งก็คือผู้หญิงมักจะเปลี่ยนชื่ออยู่บ่อยครั้ง และมีการเปลี่ยนนามสกุลเมื่อแต่งงาน ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ เราได้ชื่อของนักเรียนพยาบาลศิริราช ทั้งหมดแต่มันจะยากมากที่จะตามหา มีทั้งการเปลี่ยนชื่อและนามสกุล ส่วนใหญ่คนที่จะถูกบันทึก จะเป็นผู้หญิงที่แต่งงาน ลูกหรือสามี ได้ทำหนังสืองานศพให้ เพราะถือได้ว่าประสบความสำเร็จจริงๆ ถึงจะมีบันทึกเรื่องราวต่างๆได้ และข้างในก็จะใช้วิธีการสืบต่อเอา อย่างเช่นผู้หญิงคนนี้มีเพื่อนรวมรุ่นคนไหน ใช้ชีวิตอย่างไร เราก็ได้สืบค้นหาไปเรื่อยๆ ความยากมันคือการค่อยๆ ปะติดปะต่อต่อเรื่องราวเรื่อยๆ นั้นเอง
ระยะในการปะติดปะต่อเรื่องราวกว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้นั้นใช้ระยะเวลาถึง 2 ปี ค่อนข้างนานพอสมควร การหาข้อมูลต่างๆ ที่หามาแล้ว แต่มันยังกระจัดกระจาย มันไม่ได้ตอบโจทย์เราทันที แต่โจทย์ของเราต้องปะติดปะต่อ ร้อยเรียงเรื่องราวออกมาให้ได้” ผศ.ดร.ภาวิณีกล่าว

นอกจากนี้ เชิญชวนโหวต โพลมติชน x เดลินิวส์ ซึ่งสอบถามประชาชนว่า อยากให้รัฐบาลเศรษฐา แก้ปัญหาอะไรก่อนระหว่างเศรษฐกิจและการเมือง
ผศ.ดร.ภาวิณีกล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่ามันสามารถแก้ไขไปด้วยกันได้ แต่หากต้องแก้จริงๆ ของเป็นการแก้ไขปัญหาทางด้านโครงสร้างสังคม ส่วนตัวก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วย ได้เห็นความต่างทางด้านของระบบการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยเล็ก ตั้งแต่ทางด้านเนื้อหาที่เรียน วิถีชีวิต อุปกรณ์การเรียน หรือแม้กระทั่งเนื้อหาต่างๆที่ใส่เขามาให้แก่สถาบันการศึกษาก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน
“ตั้งแต่ระบบการศึกษานั้นนำไปสู่โครงสร้างทางสังคม มันเหลื่อมล้ำ ก็นำไปสู่ปัญหาต่างๆทางเศรษฐกิจ หากแก่ที่โครงสร้างได้ จะค่อยๆคลี่คลายไปแก้ปัญหาอื่นๆ อีกได้
ในส่วนที่ต้องการให้ปรับปรุงโครงสร้างเรื่องการศึกษา นั้นต้องการให้ปรับถึงความเท่าเทียม ไม่มีการเหลื่อมล้ำกันเกิดขึ้น และยังต้องเป็นมาตราฐานของทางด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีเงิน หรือไม่มีเงิน ก็ต้องเป็นเรื่องของมาตราฐานของโครงสร้าง และหลักสูตร และมาตรฐานของครู อาจารย์นั้นก็ไม่ได้ต่างกันมาก ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะได้รับระบบการศึกษาที่ดีกว่า มันอาจจะไม่เท่ากันสักทีเดียว แต่ก็ไม่ควรที่จะต่างกันมาก” ผศ.ดร.ภาวิณีกล่าว

สำหรับ 10 อันดับขายดี ประจำวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้แก่
อันดับ 1 “Amidst the Geo-Political Conflicts สมรภูมิพลิกอำนาจโลก”
ผลงานเขียนโดย ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ
อันดับ 2 “ความหวังที่เคลื่อนไหว : โลกขวาๆ ซ้ายๆ และความท้าทายของประชาธิปไตย”
ผลงานเขียนโดย ประจักษ์ ก้องกีรติ
อันดับ 3 “โลกนี้ไม่มีใครที่ไร้ค่า”
ผลงานเขียนโดย หนุ่มเมืองจันท์
อันดับ 4 “สถาปัตย์-สถาปนา : การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม”
ผลงานเขียนโดย ชาตรี ประกิตนนทการ
อันดับ 5 “ข้างหลังภาพ 14 ตุลาฯ: จากระบอบปฏิวัติของเผด็จการสู่การปฏิวัติของประชาชน”
ผลงานเขียนโดย บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
อันดับ 6 “นิธิ เอียวศรีวงศ์ กับตาข่ายแห่งความทรงจำและนิยามประชาธิปไตย”
ผลงานเขียนโดย สายชล สัตยานุรักษ์

อันดับ 7 “Restorative City ให้นครเยียวยาใจ”
ผลงานเขียนโดย Jenny Roe& Layla Mccay แปลโดย ธาม โสธรประภากร
อันดับ 8 “Getting Land Right ระบบกำกับดูแลที่ดินไทยต้องปฏิรูป”
ผลงานบรรณาธิการโดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร
อันดับ 9 “สยามโมเดิร์นเกิร์ล”
ผลงานเขียนโดย ภาวิณี บุนนาค
อันดับ 10 “โบราณกาลปัจจุบัน”
ผลงานเขียนโดย ศ.เกียรติคุณ ดร. สันติ เล็กสุขุม
ทั้งนี้ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 -23 ตุลาคม 2566 รวม 12 วัน ณ บริเวณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันจันทร์-วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. และวันศุกร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น.
สำนักพิมพ์มติชน บูธ J47 เดินออกจากทางเชื่อม MRT มายังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าประตูฮอลล์ซ้ายมือ เดินตรงมาโซนตรงกลางแล้วเลี้ยวซ้าย เดินมาสุดทาง

