สุจิตต์เตรียมโพย 26 วัน! จัดเต็มปาฐกถาเปิดตัว ‘อยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ แห่ฟังล้นมิวเซียมสยาม

18.11.23 | 14:55 น.

สุจิตต์เตรียมโพย 26 วัน! จัดเต็มปาฐกถาเปิดตัว ‘อยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ แห่ฟังล้นมิวเซียมสยาม

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ห้องนิทรรศการชั่วคราว 3 มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน จัดงานเปิดตัวหนังสือ ‘กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ ผลงาน ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทั่วไป มีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 12.15 น. โดยให้ความสนใจกับบูธสำนักพิมพ์มติชนซึ่งนำหนังสือเล่มดังกล่าวมาจำหน่ายในราคาพิเศษ จาก 740 บาท เหลือ 592 บาท แต่หากซื้อราคาเต็มจะได้รับแผนที่โลก โดยฟรา เมาโร แผนที่ฝรั่งแรกสุดที่ปรากฏนามและข้อความพรรณนากรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1991

เวลาราว 12.30 น. บุคคลในแวดวงต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยมีผู้บริหารในเครือมติชน นำโดย นางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และนายนฤตย์ เสกธีระ บรณาธิการ นสพ.มติชน ให้การต้อนรับ

Advertisement

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. นายราเมศ พรหมเย็น ผอ.สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวเปิดงาน

จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปาฐกถาพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมล้นหลาม จนต้องจัดเก้าอี้เสริมภายนอกห้อง

นายสุจิตต์กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณนายธวัชชัย ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องภาษาอาหรับ-เปอร์เซีย (อิหร่าน) ซึ่งเรียกอยุธยาว่า ‘ชะฮฺริเนาว์’ แปลว่า เมืองใหม่ ซึ่งชาวยุโรปเรียกตามเปอร์เซีย แต่เพี้ยนเสียงเป็น ‘ซาร์เนา’ เอกสารเปอร์เซียฉบับหนึ่ง ชื่อ ‘มัฏละอ์ อัซ-ซะอ์ดัยน์ วะ มัจญมะอ์ อัล-บะฮ์ร็อยน์’ ผู้แต่งเป็นราชทูตของชาฮ์ รุก แห่งจักรวรรดิตีมูรียะฮ์ ที่ถูกส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรวิชัยนคร ในอินเดีย ระหว่าง ค.ศ. 1442-1444 ตรงกับสมัยเจ้าสามพระยา ได้บันทึกรายชื่อดินแดนต่างๆ ทั้งในและรอบๆ ฮินดูสถาน (อินเดีย) จำนวนนี้มีระบุชื่อ ญาวะฮ์ (ชวา) ตะนาศะรีย์ (ตะนาวศรี) และ ชะฮ์ริเนา (อยุธยา)

 

นายสุจิตต์กล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่กรุงศรีอยุธยาได้รับการขนานนามว่า ‘เมืองใหม่’ ดังที่กล่าวมาข้างต้น มีนักวิชาการอธิบายว่าเนื่องมาจากก่อนเกิดกรุงศรีอยุธยา บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีกลุ่มเมืองเก่า 2 กลุ่ม คือ

1.ละโว้-อโยธยา และ 2.สุพรรณบุรี

“แผนที่พระนครศรีอยุธยาปัจจุบัน แสดงพื้นที่ในเกาะเมืองและนอกเกาะเมือง ที่ตั้งเมืองโบราณทับซ้อนกัน 2 เมือง โดย อโยธยา ศรีรามเทพ เป็น เมืองเก่า ของอยุธยา ส่วน อยุธยา หรือกรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา เป็น ‘เมืองใหม่” ของอโยธยา

อโยธยาเมืองเก่า อยุธยาเมืองใหม่ เป็นที่รู้อย่าง ทางการในกลุ่มชนชั้นนำสมัย ร.5 เมื่อ พ.ศ. 2450 เพราะพบในพระราชดำรัส ร.5 เปิดโบราณคดีสโมสร คราวเสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชพิธีรัชมังคล ที่พระนครศรีอยุธยา” นายสุจิตต์ กล่าว

จากนั้น นายสุจิตต์ กล่าวถึงประวัติศาสตร์การศึกษาเรื่องอโยธยา ว่า ศาสตราจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างเป็นระบบเรื่องอโยธยา ราว 57 ปีมาแล้ว พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2509 ใน สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ฉบับประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ ยังอธิบาย ถึงอโยธยาศรีรามเทพนคร ตั้งแต่เกือบ 60 ปีที่แล้วในหนังสือสังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา

“อโยธยามีโรคระบาดครั้งใหญ่ คือ Black Death กาฬโรค แต่สมัยนั้นเข้าใจว่า ผีห่า ลงเมือง ต้องแก้อาถรรพณ์ไล่ผีห่าแล้วย้ายไปสร้างศูนย์กลางใหม่ในพ.ศ. 1893 ขนานนามใหม่ ว่า กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา” นายสุจิตต์ กล่าว

นายสุจิตต์กล่าวว่า อโยธยาเป็นชื่ออยุธยามาแต่แรกสถาปนา พ.ศ. 1893-4 ครั้นหลังกรุงแตกครั้งแรก พ.ศ. 2112 จึงเปลี่ยนนามจากอโยธยาเป็นอยุธยา

“อยุธยาเป็นนามเมืองใหม่ มีขึ้นตั้งแต่ปีแรกสถาปนาอยุธยา พบหลักฐานใน พระอัยการลักษณะพยาน ตราขึ้นในแผ่นดินพระรามาธิบดี สถาปนากรุงศรีอยุธยา ศักราช 1894 (จะตรงกับ พ.ศ.1893 เหตุจากพุทธศักราชสมัยนั้นเร็วกว่าสมัยนี้ 1 ปี) ระบุนามเต็มว่า กรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยา

นอกจากนี้ กำสรวลสมุทร หรือกำสรวลศรีปราชญ์ แต่งในแผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ เรือน พ.ศ. 2000 ระบุนาม อยุธยา หลายครั้ง ได้แก่ อยุธยายศยิ่งฟ้า ลงดิน แลฤๅ , อยุธยายศโยคฟ้า ฟากดิน , อยุธยาไพโรจน์ไต้ ตรีบูร เป็นต้น” นายสุจิตต์ กล่าว

นายสุจิตต์กล่าวว่า ความเป็นไทย กำเนิดที่อโยธยา ไม่ใช่สุโขทัย ประกอบด้วยคนหลากหลายชาติพันธุ์ มีหลักฐานมากมาย แต่ถูกทำให้หายไป

“มิวเซียมสยามช่วยด้วย อะไรที่เป็นความจริงตามหลักฐานจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ดีงาม ไม่ใช่แต่งชุดไทยแล้วเลิก” นายสุจิตต์กล่าว

 

ต่อมา นายสุจิตต์ กล่าวถึงแผนที่สำคัญที่มาจากการค้นพบและเผยแพร่โดย นายธวัชชัย อาทิ
แผนที่ราชอาณาจักรสยาม (CARTE DU ROYAUME DE SIAM et des Pays Circonvoisins Par P.DU-VAL, 480 X 335 มม.) โดยปิแยร์ ดูวัล (Pierre Duval) ช่างแผนที่ชาวฝรั่งเศส จัดพิมพ์โดย I. Besson ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส พ.ศ. 2229 ตรงกับปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประดับประดาด้วยภาพลายเส้นแสดงขบวนเรือกำปั่นของคณะราชทูตฝรั่งเศส 2 ลำ คือ ลัวโซ (L’Oiseau) และ ลา มารีญ (La Maligne) ที่แล่นอ้อมทวีปแอฟริกา ผ่านแหลมกู๊ดโฮป เข้ามายังมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน ผ่านช่องแคบซุนดา (Destroit de la Sonde) เข้ามาในอ่าวไทย (GOLFE DE SIAM), ภาพลายเส้น ขบวนแห่พระราชสาส์นพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2228 (VEUË DE SIAM, 105 X 135 มม.)

จากนั้น ในตอนท้ายนายสุจิตต์ กล่าวถึงประเด็นเพลง ‘สุดใจ’ และเพลง ‘สายสมร’ ซึ่งถูกบันทึกตัวโน้ตไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อทดบองบรรเลงโดยนายอติภพ ภัทรเดชไพศาล เมื่อครั้งเป็นอาจารย์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล พบว่า ทำนองไม่ใข่เพลงตะวันออก แต่เป็นเพลงตะวันตก เนื้อร้องไม่ลงตัว ถอดเป็นภาษาไทยได้ไม่ครบถ้วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุจิตต์ ใช้เวลาเตรียมต้นฉบับสำหรับการปาฐกถาในครั้งนี้นานถึง 26 วัน ตั้งแต่เริ่มต้นคิดชื่อหัวข้อ จนถึงเนื้อหาทั้งหมด

อ่านข่าว : บิ๊กเนมพรึบ เปิดตัว ‘กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ วงวิชาการแน่นมิวเซียมสยาม