ขุนพลเชื่อ ‘มติชนอวอร์ด’ เขย่าวงการ สาดคลื่นความคิด เผยขนาด ‘จุรินทร์’ ยังเคยวาด ‘การ์ตูนอู๊ดด้า’

7.04.24 | 23:48 น.

การ์ตูนขุนพล เชื่อ ‘มติชนอวอร์ด’ คัมแบ๊กรอบนี้ การเปิดฉากให้คลื่นลูกใหม่ได้สาดความคิด เผย ขนาด ‘จุรินทร์’ ยังเคยวาด ‘การ์ตูนอู๊ดด้า’

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยรัฐ (PUBAT) พร้อมด้วยพันธมิตรสำนักพิมพ์ ร่วมจัดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22” ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม-8 เมษายนนี้

บรรยากาศเวลา 19.00 น. ที่เวทีกลาง นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ เครือมติชน จัดเวทีเสวนา “เขียน คิด พลิกโลก : พลังเขียน พลังคิด ยังคงพลิกโลกอยู่หรือไม่” ท่ามกลางนักคิด นักเขียน ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการกิตติศักดิ์ ร่วมเวทีคับคั่ง

โดยมีตัวแทนกรรมการและผู้ที่เคยผ่านเวทีการประกวด ‘รางวัลมติชนอวอร์ด’ ได้แก่ นายกล้า สมุทวณิช คอลัมนิสต์ ‘คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง’ ในฐานะตัวแทนกรรมการเรื่องสั้น ซึ่งเคยคว้ารางวัลด้วยเรื่องสั้น ‘หญิงเสา’, นายเอกรัตน์ จิตรมั่นเพียร หรือ นายทิวา ตัวแทนกวีนิพนธ์ และ นายประกิต กอบกิจวัฒนา ตัวแทนกรรมการประเภทการ์ตูน ร่วมพูดคุย ตั้งคำถามและหาคำตอบของพลังเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ การ์ตูนสะท้อนสังคมไทย ว่าวรรณกรรมและตัวอักษร ยังคงมีพลังหรืออิทธิพลต่อสังคมไทยมากน้อยแค่ไหน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ ‘การ์ตูนสะท้อนสังคมการเมือง’ ได้การ์ตูนนิสต์อาวุโสทั้ง นายอรุณ วัชระสวัสดิ์ และ นายขุนพล พรหมแพทย์ ซึ่งมีผลงานทั้งในประชาชาติธุรกิจและมติชนสุดสัปดาห์ ที่จะมาช่วยตัดสิน พร้อมด้วย นายประกิต กอบกิจวัฒนา

โดยเงินรางวัลการ์ตูน รางวัลชนะเลิศ 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 30,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับสอง 10,000 บาท

เมื่อถามนายขุนพล ในฐานะ ‘การ์ตูนขุนพล’ เชื่อว่าเวทีนี้จะช่วยปลุกวงการวรรณกรรมให้ตื่นตัวได้มากน้อยแค่ไหน?

นายขุนพลกล่าวว่า เวทีนี้น่าจะช่วยกระตุ้นวงการวรรณกรรมได้แน่นอน และเปิดกว้างให้เจเนอเรชั่น สู่เจนเนอเรชั่น เหมือนกับการเปิดฉากให้คลื่นลูกใหม่ได้สาดเข้ามา

ขุนพล พรหมแพทย์

“เพราะคลื่นใหม่ระยะหนึ่งเขาก็กลายเป็นคลื่น แล้วก็เปลี่ยนใหม่ไปเรื่อยๆ จึงต้องมีเวทีขึ้นมาอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่มีช่องระบายอากาศ” นายขุนพลชี้

คิดว่าคลื่นลูกใหม่ กับคลื่นลูกเก่า มีความเหมือนหรือต่างกันตรงจุดไหน?

นายขุนพลกล่าวว่า ตนต่างกันเยอะ คิดว่ามันอยู่ที่ทัศนคติของสิ่งแวดล้อม เหมือนโลกที่มันหมุนไป อย่างสมัยก่อนโลกหมุนองศานึง คนก็คิดอย่างหนึ่ง

“เดี๋ยวนี้โลกก็หมุนอีกองศา ถ้าจะไปคิดเหมือนองศาเดิมมันก็คงไม่ใช่ เทคโนโลยีก็เปลี่ยน รัฐบาลก็เปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนหมด ความคิดก็ต้องเปลี่ยน เมื่อความคิดเปลี่ยนมันก็ต้องมีการถ่ายทอดทางวรรณกรรม ทางกวี ทางการ์ตูน สุดแล้วแต่ละคนจะมีช่อง มีทางออกของเขา” นายขุนพลเผย

นายขุนพลเผยด้วยว่า ในยุคที่หนังสือพิมพ์มติชนเริ่มก่อตั้งมีใครส่งบทความอะไรมามติชนก็ลงให้อยู่เสมอ เรียกว่าเป็นพื้นที่เปิด แม้กระทั่ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนลง ส.ส. เมื่อก่อนก็เขียนส่งมาลงมติชน ชื่อว่า “การ์ตูนอู๊ดด้า”

“เป็นการ์ตูน 3 ช่อง เรียงกัน ลงบนมติชนรายวันและมติชนสุดสัปดาห์ อย่างเช่น

‘ทำไมรัฐบาลไม่แก้รัฐธรรมนูญ, อ๋อ เราแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้, เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่เสื้อผ้า’ แล้วก็จบแบบนี้เลย ต้องลองไปหาอ่านดู” นายขุนพลเผย

ถึงแม้จะเป็นภาพการ์ตูน แต่ก็สร้างอิมแพค ในความรู้สึกของคนอ่านได้ด้วย?

นายขุนพลเผยว่า เมื่อก่อนตนเขียนลงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ซึ่งการ์ตูนเสียดสีเป็นเวทีระดับโลก ไปดูบางกอกโพสต์ของฝรั่งก็ได้ เป็นการ์ตูน 3 ช่องหมด ฝรั่งเขาก็มีมานานแล้ว ในมติชนสุดสัปดาห์เราก็ยังมีเหมือนกัน คนอ่านจะใช้เวลาสั้นมาก ดูภาพเดียวจบ

เมื่อถามว่า ส่วนตัวคาดหวังอยากเห็นผลงานแนวไหน?

นายขุนพลเผยว่า อยากเห็นผลงานอิสระ ไม่อยากให้มีกรอบไปใส่ เราต้องเปิดกว้าง ไม่ให้เชย เพื่อดึงดูดให้คนรุ่นใหม่มาอ่าน

“เราต้องเปิดให้กว้างและดูทัศนคติผ่านหลายเส้นออกมาให้ได้ ผมคิดว่าอย่างนั้น อาจจะผิดจะถูกก็แล้วแต่ แต่ว่าอย่าไปใส่กรอบ” นายขุนพลชี้

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดภายในวันที่ 30 เมษายน 2567 ทางอีเมล์ [email protected] โดยเรื่องสั้น กวี และการ์ตูนที่ผ่านการเข้ารอบจะตีพิมพ์ลงในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ตั้งแต่ฉบับเดือน พฤษภาคม-พฤศจิกายน 2567 และตัดสินผลรางวัลในเดือนธันวาคม 2567 นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง