เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ ห้องสุรศักดิ์ 1 ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษา จัดงานรับโล่พระราชทานรางวัลหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ครั้งที่ 21
เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว ที่ปรึกษาอาวุโสคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณคณะกรรมการโครงการ จากนั้น กีรตยาจารย์ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ศาสตราจารย์(พิเศษ) สาขาวิชารัฐศาสตร์ ประธานในพิธี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ ‘ฝันถึงพิพิธภัณฑ์นักเขียน’
กีรตยาจารย์ นรนิติ กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสทองที่ได้พบ นักเขียนหัวกะทิมากมายในวันนี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่หายาก ต้องขอขอบคุณท่านผู้บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ช่วย นักเขียน และการประพันธ์ของประเทศไทย และได้จัดให้มีรางวัลนี้ขึ้น สำหรับที่มาของหัวข้อ ‘ฝันถึงพิพิธภัณฑ์นักเขียน’ มาจากการที่ตนอายุมากแล้ว ไม่รู้จะได้เห็นของจริงทันหรือไม่ หลังจากฝันมาประมาณ 10 ปีแล้ว เพราะนายทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ นักพูดสำคัญของไทยต้องการทำให้สวนสาธารณะเล็กๆ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตรงซอยรางน้ำ เป็นสวนของนักประพันธ์
“ประเทศไทย ทำเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งมีโอกาสที่จะส่งเสริมกันได้ เพราะประเทศไทยเราไม่ได้ขาดนักเขียนเลย เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมไปชิคาโก สหรัฐฯ เดินผ่านไปเจอโปสเตอร์ พิพิธภัณฑ์นักเขียนชิคาโก้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017 หรือ 7 ปีที่ก่อน ค่าเข้าชม12 เหรียญ ห้องแรกเป็นห้องหนังสือเด็ก ห้องที่ 2 เป็นนักเขียนอเมริกัน เขาจัดแบบให้คนดูมีส่วนร่วม อุปกรณ์ในการเขียน มีปากกา สมุด เครื่องพิมพ์ดีดกลายเป็นของโบราณไปแล้ว ความประทับใจคือ เขาไม่ห่วงของ สามารถจับต้องได้ ดึงให้คนมีส่วนร่วมสูง ในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีหลายท่านก็เป็นนักเขียน ถ้าเราจัดพิพิธภัณฑ์นักเขียน พร้อมส่งเสริมให้เด็กนักเรียน นิสิตนักศึกษาไปชม เขาจะได้รักการอ่านมากขึ้น ผมจึงฝัน ขอฝากความฝันไว้ตรงนี้ด้วย” กีรตยาจารย์นรนิติ ทิ้งท้าย

จากนั้น เมื่อเวลา 13.45 น. เข้าสู่พิธีมอบรางวัลหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ครั้งที่ 21 โดย กีรตยาจารย์นรนิติ เป็นผู้มอบรางวัลแด่บุคคลต่างๆ โดยในปีนี้มีผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้นจำนวน 26 รางวัล และหนังสือแนะนำ 11 ผลงาน จากผลงานที่เข้าประกวดทั้งสิ้น 258 ผลงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือจากสำนักพิมพ์มติชน 3 เล่ม ได้รับรางวัลในหนังสือประเภทสารคดี โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- 543BC ปวงเมธีแห่งอารยกาล เขียนโดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทสารคดี
- สถาปัตย์-สถาปนา: การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม โดย ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนังสือแนะนำ ประเภทสารคดี
- ข้างหลังภาพ 14 ตุลาฯ : จากระบอบปฏิวัติของเผด็จการสู่การปฏิวัติของประชาชนเขียน โดย รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนังสือแนะนำ ประเภทสารคดี
ดร.นำชัย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังขึ้นรับรางวัลดังกล่าว ว่า ตนรู้สึกยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่ให้เกียรติ
“สำหรับ543BC ปวงเมธีแห่งอารยกาล เกิดจากความบังเอิญที่ว่า ผมอ่านประวัติของนักคิด นักวิทยาศาสตร์ ศาสดาหลายๆท่าน พบว่า ท่านเกิดเวลาในช่วงใกล้เคียงกันมาก ร่วมยุคพุทธกาล บวกลบไม่เกิน 200 ปีถึง 300 ปี จึงลองค้นในรายละเอียด แล้วถ่ายทอดว่าความรู้ของแต่ละท่าน ว่าท่านรู้อะไร บอกอะไรเกี่ยวกับโลก ซึ่งถือเป็นน่าเรื่องทึ่ง ว่าเมื่อ 2,000 กว่าปีแล้ว ความรู้เหล่านั้น ยังถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันได้ และมีแง่มุมที่น่าสนใจ เช่น ในโลกตะวันตก มีนักคิดจำนวนมาก มีความรู้ในเรื่องวิทยาการ ในขณะที่ทางตะวันออกไม่ว่าจะเป็นจีน หรือ อินเดีย ไปไกลมากในเชิงจิตวิญญาณ มีลัทธิมีศาสนาที่น่าสนใจ จึงเหมือนการเกิดภูมิปัญญาสองด้านขึ้น ซึ่งมันก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มีพลวัตไหลไปมา ผมจึงคิดว่าเหมาะสำหรับคนยุคนี้ที่อยากได้ความรู้เบื้องต้นว่าภูมิปัญญาของโลกโดยรวมมันเกิดขึ้นอย่างไร และมันคืออะไรกันแน่ ก่อนที่จะต่อยอดไปเองด้วยตัวเองในอนาคต” ดร.นำชัย กล่าว

เมื่อถามถึงความเห็นถึงการที่หนังสือ 543BC ปวงเมธีแห่งอารยกาล ติดอันดับขายดีประจำสำนักพิมพ์มติชนมาโดยตลอด ดร.นำชัย กล่าวว่า รู้สึกดีใจ เพราะสังคมไทยยังไม่ได้มีการขับเคลื่อนทางความรู้สักเท่าไร เราอยู่กันด้วยความเชื่อ แต่ในโลกสมัยใหม่ มันเดินไปด้วยความเชื่ออย่างเดียวไม่ได้ มันต้องมีสมดุล หากทำได้ เราจะไปได้ไกลอีกมาก
“ในมุมของประเทศ ในมุมของสังคม ถ้าเราอยู่ด้วยความเชื่อ จะรอดในสภาวะแวดล้อมปัจจุบันยาก เพราะสังคมโลกมันสู้กันด้วยความรู้” ดร.นำชัย กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ดำเนินโครงการส่งเสริมการอ่านมา ตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน จากการดำเนินโครงการส่งเสริมการอ่านดังกล่าว พบปัญหาว่าเยาวชนไทยยังมีนิสัยรักการอ่านน้อย อีกทั้งปัญหาในการผลิตหนังสือดีมีคุณภาพ ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต การจัดจำหน่ายและราคาหนังสือ
ในปี 2547 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ริเริ่มจัดการประกวดหนังสือ ดีเด่นรางวัล ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ (7 Book Awards) ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อคัดเลือกและส่งเสริมหนังสือดีมีคุณภาพให้กับสังคมไทย อันจะเป็นการส่งเสริมการอ่าน และเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับเยาวชน
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อพิจารณาคัดเลือกหนังสือดีเด่น และมีคุณภาพ 7 ประเภท
2.เพื่อส่งเสริมนักเขียนคุณภาพให้สร้างสรรค์ผลงานใหม่
3.เพื่อสนับสนุนผลงานที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคม และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
- เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาตนเองด้านการอ่าน การเขียน และการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ
โดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
1.กวีนิพนธ์ 2.การ์ตูน 3.นวนิยาย 4.รวมเรื่องสั้น 5.วรรณกรรมสำหรับเยาวชน 6.สารคดี (ทั่วไป) และ 7.รางวัล “นักเขียนรุ่นเยาว์” แบ่งเป็นหมวดต่าง ๆ ดังนี้ 7.1 กวีนิพนธ์ 7.2การ์ตูน 7.3นวนิยายขนาดสั้น 7.4 รวมเรื่องสั้น

สำหรับ ผลการตัดสินการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 21 ประจำปี 2567 มีดังนี้
ประเภทกวีนิพนธ์ ชนะเลิศ “อีกฟากด้านกระดานหก” ของ “ศิวกานท์ ปทุมสูติ” รองชนะเลิศอันดับ 1 “เรือนในรัก โลกในเรา” ของ “พัฒนะ ปฐมพงศ์” รองชนะเลิศอันดับ 2 “บังฟ้าเบิกอบาย” ของ “นายทิวา” และหนังสือแนะนำจำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ “จักรวาลในชานเรือน” ของ “รังสิมันต์ จุลหริก”, “ท่ามกลางวิถีโลกพลิกผัน” ของ “วรวุฒิ ภักดีบุรุษ” และ “สวนชีวิต” ของ กุดจี่’ พรชัย แสนยะมูล”
ประเภทการ์ตูน ชนะเลิศ “การ์ตูนชุด เล่มละบาป (แลกชีวิต/ฤทธิ์โจรบู๊/ชู้ไร้อันดับ/ลับลวงใจ/ เมาให้ลืม)” ของ “นิค ขายหัวเราะ” รองชนะเลิศอันดับ 1 “LIFE OF TRY ชีวิตต่ายขายหัวเราะ” ของ “ต่าย ขายหัวเราะ” และรองชนะเลิศอันดับ 2 “Before Becoming the Buddha 1 พุทธประวัติฉบับคอมมิค ภาค ก่อนตรัสรู้” ของ “ADISAK DAS PONGSAMPAN”
ประเภทนวนิยาย ชนะเลิศ “แชมเปญจ์น ซูเปอร์โนวา และการฆ่าตัวตายครั้งสุดท้ายของชาลี” ของ “พิชา รัตนานคร” รองชนะเลิศอันดับ 1 “แก่นไม้หอม” ของ “กิ่งฉัตร” และรองชนะเลิศอันดับ 2 “Orlando in a Glimpse หากเล่าถึงออร์ลันโด” ของ “ลาดิด”

ประเภทรวมเรื่องสั้น รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ “คอลลาจบรรเลง” ของ “แพรพลอย วนัช” และ “Adaline and Other Short Stories อดาไลน์ และเรื่องสั้นอื่น ๆ” ของ “ลาดิด” และรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ “DIVINE BEING ไม่ใช่มนุษย์ และตัวตนอื่น ๆ” ของ “จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท” และ “DRAG QUEEN และซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ” ของ “ณพรรธ์”
ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน รองชนะเลิศอันดับ 1 “คนละฝั่งของแม่น้ำ” ของ “ธารา ศรีอนุรักษ์” รองชนะเลิศอันดับ 2 “เรื่องของ ป้อง” ของ “กอบสินธุ์ กล่อมปัญญา” และหนังสือแนะนำจำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ “เที่ยวกับคุณฉลาม” ของ “สมุทรพเนจร”, “นายธนาคารโดยบังเอิญ บันทึกความทรงจำ ปิติ สิทธิอำนวย” ของ “ปิติ สิทธิอำนวย” และ “เยาวชนไทยหัวใจโขน” ของ “ฤทธิฤต อัคริยานนท์”
ประเภทสารคดี ชนะเลิศ “อีสานปีดอกเอนอ้าบาน” ของ “นิคม วรรณราชู” รองชนะเลิศอันดับ 1 “543 BC ปวงเมธีแห่งอารยกาล” ของ “นำชัย ชีววิวรรธน์” รองชนะเลิศอันดับ 2 “Rainbowlogy ศาสตร์สีรุ้ง” ของ “สิรภพ แก้วมาก” และหนังสือแนะนำจำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ “ข้างหลังภาพ 14 ตุลาฯ : จากระบอบปฏิวัติของเผด็จการสู่การปฏิวัติของประชาชน” ของ “บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ”, “ปีสุดท้ายระหว่างพ่อกับลูกชาย” ของ “กิตติศักดิ์ คงคา, ณภัทร สัตยุตม์ และถนอม เกตุเอม”, “โลก/สลับ/สี/ ชนินทร์ ชมะโชติ” ของ “ชนินทร์ ชมะโชติ”,“สถาปัตย์-สถาปนา : การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม” ของ “ชาตรี ประกิตนนทการ” และ “สู้ดิวะ” ของ “กฤตไท ธนสมบัติกุล”
ขณะที่ รางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดกวีนิพนธ์ ชนะเลิศ “เราเขียนสัญญาบนกระดาษ (Poems and the Agreement)” ของ “เมธาวี ก้านแก้ว” รองชนะเลิศอันดับ 1 “หน้าต่างหลายบาน ในบ้านหลากสี” ของ “อัศวุธ อุปติ” และรองชนะเลิศอันดับ 2 “ระหว่างทางของเธอและฉัน มีดอกไม้บาน” ของ “วรโชติ ต๊ะนา”
รางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดการ์ตูน ชนะเลิศ “แด่ลิลลี่ในความทรงจำ” ของ “ฟ้าใส เย็นฉ่ำ, สุชัญญา พลสิงหะ, มนทกานต์ นาวาพนม, ภูริพงศ์ พันศิริ, ปิยธิดา มีชำนาญ และรุ้งนภา นามประทาย” รองชนะเลิศอันดับ 1 “Little Hope by โคลเวอร์ห้าแฉก” ของ “พิมพกานต์ เผื่อแผ่, ศุภัชญา เภาแก้ว, ชนิกานต์ โพธาราม, ดลยภรณ์ ศิริภักดิ์ และบุษราคัม เพชรนิล” และรองชนะเลิศอันดับ 2 “THE TRUE THUG” ของ “ณัฐนิช คำพุด, ปนัสยา บรรลุดี, ชนันรัฒน์ เตชะสุน, ขวัญวริญ รัศมีฉาย”
รางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดนวนิยายขนาดสั้น รองชนะเลิศอันดับ 2 “ผลิบานและหาญกล้า” ของ “จิรภัทร คงธนอมธรรม” และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดรวมเรื่องสั้น รองชนะเลิศอันดับ 1 “จึงจารจดด้วยหยดน้ำตา” ของ “วริศ ดาราฉาย”
ผู้ชนะเลิศ “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ทั้ง 6 ประเภท จะได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ส่วนประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลเงินสด 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

