รองผู้ว่าฯ กทม. แวะชิล ‘อ่านเต็มอิ่ม 2025’ ยัน ความรู้ไม่ได้อยู่แค่หนังสือ ปลื้มนำร่องก่อนงานใหญ่ หัวใจเมืองเก่าคือผู้คน
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เขตพระนคร กรุงเทพฯ เครือมติชนและหน่วยงานพันธมิตร ร่วมจัดงาน “Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพ” ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม – อาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568 เวลา 12.00 – 21.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเมื่อเวลา 16.00 น. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เดินทางเข้ามาร่วมงาน โดยมีผู้บริหารในเครือมติชนให้การต้อนรับ นำโดย นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)
นายศานนท์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มาสำรวจงาน Knowledge Fest ทำให้รู้สึกดีเป็นอย่างมากที่มีการจัดงานที่เกี่ยวกับความรู้ในแขนงต่างๆให้ประชาชนได้มาเข้าร่วม ซึ่งเดือนมีนาคมเป็นเดือนที่ กทม. ได้ปักหมุดไว้ว่าเป็นเดือนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งในช่วงปลายเดือนก็จะมีการจัดงานสัปดาห์หนังสือฯ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การจัดงาน Knowledge Fest จึงเป็นเหมือนการนำร่องในต้นเดือนที่แสดงให้ประชาชนเห็นว่างานมอบความรู้ลักษณะนี้ไม่ได้มีเพียงแค่งานหนังสือเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญคือตอนนี้อยู่ในช่วงปิดภาคเรียน ผู้ปกครองที่ไม่รู้จะพาบุตรหลานไปเที่ยวที่ไหนงานลักษณะนี้จึงเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้ผู้ปกครอง

“ผมอยากให้การจัดงานลักษณะนี้เป็นการมอบความรู้และประสบการณ์ที่ดีให้กับเด็กๆที่มาร่วมงาน เช่น ที่มิวเซียมสยามก็จะมีงานจัดงานหมุนเวียนอยู่ตลอด การพามาเยี่ยมชมงานก็จะเป็นผลดีต่อเด็กและผู้ปกครองมากกว่าการอยู่บ้าน เพราะได้ออกมาเจอความรู้ใหม่ๆ และองค์ความรู้ต่างๆสามารถเกิดจากประสบการณ์จริงได้ไม่ใช่เพียงแค่การตั้งใจหาเองเพียงอย่างเดียว อย่างในงานนี้ก็มีกิจกรรมต่างๆที่ทำให้ครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกัน และกิจกรรมเหล่านี้ก็จะทำให้เด็กๆได้รับองค์ความรู้แบบไม่รู้ตัว และสิ่งที่ส่วนตัวชื่นชอบภายในงานคือกิจกรรมต่างๆที่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน”นายศานนท์ กล่าว
นายศานนท์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้กทม.ยังมีแผนที่จะปรับปรุงเขตพระนครเพิ่มเติมในส่วนของงานกายภาพเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้มีความพยายามที่จะเชื่อมจุดต่างๆให้เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น อย่างในเวลานี้ก็ได้มีการดำเนินการเชื่อมคลองหลักในเขตพระนคร คือ คลองคูเมืองชั้นในและคูเมืองเดิม คลองโอ่งอ่าง คลองบัวลำภู คลองผดุงกรุงเกษม และคลองหลอด ซึ่งในส่วนของคลองโอ่งอ่างและคลองบัวลำภูได้มีการดำเนินการให้เชื่อมต่อกันมาโดยตลอด
“ผมคิดว่าเมืองเก่าหัวใจหลักคือผู้คน เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ถ้าเราสามารถทำให้กายภาพสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองได้โดยที่ให้การเติบโตของเมืองเป็นไปโดยไม่เร่งเกินไปก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อการพัฒนาเมือง ซึ่งในเขตพระนครก็มีสิ่งที่เป็นแลนด์มาร์กที่มีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวและดึงดูดผู้คนให้เข้ามาโดยที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของกายภาพเพียงอย่างเดียว”นายศานนท์ กล่าว

