เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-8 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) พร้อมด้วยพันธมิตร จัดงาน ’สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23‘ ภายใต้แนวคิด ‘ย ยักษ์ อ่านใหญ่’ ซึ่งนับเป็นการจัดใหญ่ที่สุดในรอบ 53 ปี บนพื้นที่กว่า 20,000 ตรม. และใหญ่สุดในอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บูธ ‘สำนักพิมพ์มติชน’ J02 เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีผู้ทยอยเดินทางเข้าเลือกซื้อหนังสืออย่างต่อเนื่อง รวมถึง รศ.ดร. พีรศรี โพวาทอง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเลือกซื้อหนังสือเป็นจำนวนมาก อาทิ ประวัติจีนกรุงสยาม เล่ม 1-3 (ปกอ่อน) ผลงาน เจฟฟรี ซุน และพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร แปลโดย พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, กิตติพัฒน์ มณีใหญ่, สมชาย จิว และนิรันดร นาคสุริยันต์
เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย ผลงาน ภูวดล ศรีวิไล, จักรวาลไทบ้าน โดย ทีมงานไทบ้าน, ความฝันไม่มีวันนับได้ โดย ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย, เปลี่ยนอีสานให้เป็น “ไทย”: อุดมการณ์รัฐชาติกับสำนึกการเมืองของคนที่ราบสูง โดย ประวิทย์ สายสงวนวงศ์, ฉากสำคัญ “พระเจ้าตาก” ประวัติศาสตร์ที่ต้องเล่าโดย ปรามินทร์ เครือทอง เป็นต้น รวมถึงหนังสือจากเพื่อนสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่มีจำหน่ายในบูธมติชนด้วย โดยมียอดรวม 5,893 บาท

รศ.ดร. พีรศรี แลกของพรีเมียมได้เป็นจำนวนมาก โดยเลือกกระเป๋าผ้า, กระบอกน้ำ รวมถึงช็อกโกแลตจาก ‘กานเวลา’ โดยมีตุลยา ตุลย์วัฒนจิต หรือ TUNA Dunn ออกแบบในธีม Read Friendly
รศ.ดร. พีรศรี กล่าวว่า ตนติดตามอ่านสิ่งที่สำนักพิมพ์มติชน และศิลปวัฒนธรรมตีพิมพ์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชวนสะท้อนหลายสิ่งหลายอย่าง ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นอดีต และปัจจุบัน บางเล่มเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งตนสนใจว่าแวดวงวิชาการผลิตอะไรออกมาบ้าง
“สำหรับประวัติจีนกรุงสยาม 3 เล่ม ผมคิดว่า หนังสือชุดนี้ น่าจะให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับชุมชน การตั้งถิ่นฐาน และความเข้าใจในสถาปัตยกรรมอิทธิพลจีนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นตึกแถว บ้านรือน ศาลเจ้า ซึ่งมีความซับซ้อนของวัฒนธรรมจีนกลุ่มต่างๆ ซึ่งอยู่ในเมืองไทยมานานจนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเรา
ส่วนเล่ม ความฝัน ไม่มีวันนับได้ ของคุณปาณิศ โพธิ์ศรีวังชัย มีความน่าสนใจในชีวิตตามหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเราอยู่ในกรุงเทพฯ อาจจะไม่เคยรู้ จึงอยากลองเรียนรู้ผ่านหนังสือเล่มนี้” รศ.ดร. พีรศรี กล่าว


