พิชิต ยัน ‘ไม่เคยถือเงิน 2 ล้านขึ้นศาล’ เล่าเบื้องลึกคดีที่ดินรัชดา คาใจ ‘ความยุติธรรมหล่นหาย’

11.10.25 | 20:13 น.

พิชิต ยัน ‘ไม่เคยถือเงิน 2 ล้านขึ้นศาล’ เล่าเบื้องลึกคดีที่ดินรัชดา คาใจ ‘ความยุติธรรมหล่นหาย’

 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5–8 ภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ (BOOK EXPO THAILAND 2025) ครั้งที่ 30 ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ภายใต้ธีม “Melody of Books – อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-19 ตุลาคมนี้

โดยวันนี้เป็นวันที่ 3 ของการจัดงาน ซึ่งปีนี้สำนักพิมพ์มติชน (บูธ J02) ร่วมสร้างสรรค์ของพรีเมียมสุดพิเศษภายใต้ธีม “Read to Rise อ่านผลิบาน” โดยเปรียบการอ่านหนังสือก็เหมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์ทางความคิด ที่จะทำให้เราเติบโต และผลิบานในแบบของตัวเอง

เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ AUTHOR’S SALON ใกล้ประตูฮอลล์ 5 สำนักพิมพ์มติชน จัดเสวนา ‘ ความยุติธรรมที่หล่นหาย’ โดย พิชิต ชื่นบาน ดำเนินรายการโดย มนตรี อุดมพงษ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวหนังสือ ‘ความยุติธรรมที่หล่นหาย’

Advertisement

นายพิชิต กล่าวว่า การจัดทำหนังสือเล่มนี้ และการมานั่งบนเวทีนี้ ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินองค์กรใดโดยปราศจากมูลฐานทางข้อกฎหมาย จึงเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็น ‘บันทึกที่เห็นต่าง’ ดังเช่นในต่างประเทศ อย่างฝรั่งเศส มีการทำบันทึกที่เห็นต่าง

“พูดจากความในใจ ผมจะทำหนังสือสักเล่มหนึ่งในขณะที่มีกำลัง และในขณะนี้ที่มีเวลาเพียงพอในการรวมรวมข้อมูล เจตนาแรก จะทำไว้ให้ลูกหลานแจกในงานศพ ว่าความยุติธรรมมันหล่นหายไปจากผู้ล่วงลับ แต่มานั่งคิดดูว่า ความยุติธรรม หลักนิติธรรม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ รับรองไว้ในมาตรา 3 ว่า การใช้อำนาจของทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงหลักความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ผมเลยคิดว่าไหนๆ แล้ว ก็ทำเผยแพร่สาธารณะ ใช้เวลารวบรวมในช่วงที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

อยากบอกความในใจว่า วันนี้ จะไม่เอาเรื่องรัก เกลียด ใครไม่ชอบใครมาพูด ปัจจุบัน ผมเป็นเพียงที่ปรึกษากฎหมาย ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดมากว่า 1 ปีแล้ว” นายพิชิตกล่าว

จากนั้น ผู้ดำเนินรายการ ถามถึงประเด็นหลังเป็นรัฐมนตรี 24 วัน ถูกคำร้องซึ่งพ่วงไปถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรี โดยบอกว่านายพิชิตมีประเด็นเดิมในอดีต ดังนั้น จึงต้องการเปิดใจเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในหนังสือเล่มนี้

นายพิชิต ตอบว่า ถูกต้อง โดยหนังสือความยุติธรรมที่หล่นหาย มีทั้งหมด 16 บท และบทส่งท้าย แต่ละบท ตนกลั่นจากหัวใจ และรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐาน ที่มีอยู่จริง ทั้งในชั้นศาลฎีกา และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะ

“บทที่ 1 กับ บทที่ 2 อยากให้เห็นตัวตนของผม พื้นฐานชีวิต ที่มา การศึกษา การทำงาน ชีวิตก่อนเจอนายกฯ ทักษิณ ผมทำงานโดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่แบ่งสี ตั้งเป้าเป็นทนายตั้งแต่จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 คุณพ่ออยากให้เป็นอัยการ ผมดำรงตนเป็นทนายความโดยไม่แบ่งฝ่าย ผมย้ำนะครับ ผมว่าความให้ฝ่ายตรงข้ามนายกฯ ทักษิณทั้งสิ้น

จนมีอยู่วันหนึ่ง ที่ฮ่องกง นายกฯ ทักษิณถามว่า คุณเป็นเพื่อนคนนี้เหรอ จุดๆๆ นะครับ แต่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้นะ ซึ่งถ้าเอ่ยนามจะทราบเลยว่า เขาตามพิฆาตนายกฯ ทักษิณอย่างไร

ผมบอกท่านว่า จะไว้ใจให้ทำงานต่อไหม ท่านบอกว่า ผมทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ ท่านไม่ติดใจ” นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวต่อไปว่า ทุกคนถามว่า มาทำงานให้นายกฯ ทักษิณได้อย่างไร เพราะ ณ เวลานั้น ชื่อพิชิต ชื่นบาน ไม่อยู่ในสารบบ ตนก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมือง

“ผมเคยแอบสมัคร ส.ส. อยู่กับท่านเฉลิม อยู่บำรุง พรรคมวลชน สอบตก มาสมัคร สว. ได้หมื่นกว่าคะแนน ในเส้นทางการเมือง ไม่เคยเกี่ยวอะไรกับนายกฯ ทักษิณเลย

วันดีคืนดี มีเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ถ้าใครสนใจทราบ อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ไว้เนื้อเชื่อใจให้ผมทำงานให้ แล้วถามผมว่า พิชิต คุณคิดอย่างไรกับนายกฯ ทักษิณ ผมบอกว่า อยู่คนละโค้งกันเลย เขาถามว่า ถ้าให้ไปทำคดีให้คุณทักษิณ คุณจะทำไหม ผมบอกว่า นี่ถือเป็นคดีใหญ่ พอดูเนื้อหา พบว่าท้าทายมาก พรบ.ป.ป.ช.มาตรา 100 คำว่า กำกับ มันควรกำกับโดยตรง ผมดูแล้วว่า การซื้อที่ดินรัชดา กองทุนเพื่อการฟื้นฟูอยู่ในกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในกำกับของฝ่ายรัฐบาลเลย” นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า คือ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือคนสัมภาษณ์ตน และพาไปพบนายกฯ ทักษิณ

“ท่านสัมภาษณ์สั้นๆ ง่ายๆ บอกว่า คุณพิชิต พี่ชายปู ถ้าเชื่อ เชื่อเลย ถ้าไม่เชื่อ ก็ไม่เชื่อเลย ผมบอกว่า ยุ่งแล้วสิ ถ้าไม่เชื่อเลย ผมคงไม่ได้เป็นทนายให้ ทีนี้จะไปมั่นใจกันอย่างไร คนไม่รู้จักกัน ผมก็เพิ่งรู้จักกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ครั้งแรก แต่ผมมั่นใจ เพราะดูข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงแล้วมั่นใจว่า ทำคดีนี้ ผมดังแน่นอน ผมจะเป็นทนายที่ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีหลุดคดี เรียกค่าทนายถูกมาก

ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ พาผมไปหาท่านนายกฯ ทักษิณที่เกาะฮ่องกง ความใฝ่ฝันคือหูฉลาม ปรากฏว่ามื้อแรกที่พบท่านนายกฯ ทักษิณ คืออาหารเหนือทั้งหมด ซึ่งน้องสาวห่อไปให้

พอกินเสร็จ ท่านสอบถามเรื่องราว ว่าปัญหาของท่าน จะแก้อย่างไร. ก็คุยกันไม่เกิน 20 นาที ท่านไวมาก ลุกขึ้นมากอดไหล่ผม แล้วบอกว่า สบายใจมากเลย ผมทุกข์มาหลายเดือนแล้ว ผมเลยหันไปมองหน้าสุภาพสตรีท่านหนึ่งด้วยรอยยิ้มว่า ผมเอาตัวรอดแล้ว (หัวเราะ)” นายพิชิต กล่าว

จากนั้น นายพิชิต กล่าวถึง บทที่ 5 ของหนังสือ ซึ่งมีชื่อบทว่า ‘สู้ทุกด่าน ที่ดินรัชดา’ โดยเล่าว่า ตนไม่ได้ทำงานด้วยความสบาย

“ท่านทักษิณมีที่ปรึกษาเต็มโต๊ะ ประมาณ 10 กว่าคน อดีตอัยการสูงสุด อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ผมระดับหัวหน้าสำนักงานกฎหมาย ทำงานไม่เคยมีใครต้องมาตรวจเอกสารทีละแผ่น อึดอัดกันอยู่นาน จนกระทั่งทีมที่ปรึกษาทั้งหมดเสนอปลดผมจากการเป็นทนายความ โทรไปบอกท่านทักษิณ ว่าพิชิต ชื่นบานเนี่ย ทำงานด้วยไม่ได้ ผมเพิ่งไปพบท่านกลับมา 2 สัปดาห์ จึงเป็นที่มาของบทนี้

ผมต้องไปพบอาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งในวงการนักกฎหมายจะรู้ว่าท่านคือใคร ก็อ่านได้ในหนังสือเล่มนี้ ท่านอยู่ในสถาบันอันดับ 1 หรือ 2 ก็ไม่รู้ ของคณะนิติศาสตร์ ท่านบอกว่า ถ้าท่านเป็นทนาย ท่านก็จะทำอย่างคุณพิชิต เลยเป็นเหตุยุบวงที่ปรึกษา 10 กว่าคนทิ้ง

ผมเก็บเล็กเก็บน้อยมาเล่าให้ฟังเบื้องหน้าเบื้องหลังให้ท่านได้รู้ว่า อุบัติเหตุในชีวิตผม มันเกิดได้อย่างไร พอเกิดเหตุ ผมต้องไปนั่งพิจารณาตัวเองอยู่คนเดียว ว่าถ้าวันนั้นผมถูกปลด ก็ไม่มีปัญหาแล้ว” นายพิชิต กล่าว

จากนั้น ผู้ดำเนินรายการ กล่าวถึงบทที่ 6 ว่าเป็นไฮไลต์มาก โดยใช้คำว่า ‘ขื่นขม’ ก็ว่าได้ โดยนายพิชิตได้รับฉายาที่ไม่มีใครปรารถนา คือ ‘ทนายถุงขนม’ จากการทำคดีนี้

นายพิชิต กล่าวว่า บทที่ 6-9 ตนขอยืนยันสั้นๆ ที่นี่ว่า ‘ไม่เคยถือถุงเงิน 2 ล้าน ขึ้นศาล’

“ผมไม่เคยถือถุงเงิน 2 ล้าน ขึ้นศาล ขอให้เข้าใจตรงนี้ และผมมีเอกสารราชการ ถ้าใครมีเอกสาร มีพยานหลักฐานว่าผมถือถุงเงิน อันนี้ไม่ใช่เรื่องท้าทาย ไม่ใช่การพนันขันต่อ มันเป็นเรื่องการค้นหาความจริง ถ้าใครมีหลักฐานว่าผมถือถุงเงิน 2 ล้านกับวิชาชีพทนายความที่ผมทำงานมา 20 กว่าปี ก่อนจะว่าความให้คุณทักษิณ ผมจะมีรางวัลให้ ไปหามาเลย หลักฐานว่าผมถือถุงเงิน แต่ถ้าไม่มี อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วเข้าใจ พยายามไปค้นหาพยานหลักฐานแล้วไม่มี ผมขอความเมตตาเถอะครับ ให้จบเรื่องนี้สักที มันเป็นวาทกรรมที่กลั่นแกล้งกันทางการเมืองโดยไม่เป็นธรรม

เอกสารราชการมีคนรับแล้วว่าเขาเป็นคนถือ แล้วเขาบอกด้วยว่า ผมไม่เกี่ยว เพราะฉะนั้น ก่อนกล่าวหาอะไร ให้อ่านหนังสือเล่มนี้

ปัญหาคือ ในเมื่อผมไม่ได้ถือ แล้วทำไมมาหาว่าผมเป็นตัวการร่วม ตรงนี้ คือสิ่งที่คาใจ และนี่แหละคือความยุติธรรมที่หล่นหาย” นายพิชิต กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา นายพิชิต แจกลายเซ็นที่บูธมติชน โดยมีผู้ซื้อหนังสือ ‘ความยุติธรรมที่หล่นหาย’ เป็นจำนวนมากจนหมดแผง ทางสำนักพิมพ์มติชนต้องเร่งจัดหาหนังสือมาจัดวางเพิ่มเติม