เอ็มดีมติชน ประกาศ แปรประสบการณ์ 50 ปีจากสื่อเก่า สู่ความผลิบาน ปฏิรูปองค์กรสู่หมุดหมายใหม่

11.11.25 | 20:17 น.

ปราปต์ บุนปาน เอ็มดีมติชน ประกาศ แปรประสบการณ์ครึ่งศตวรรษ จากสื่อเก่าแก่ สู่ความผลิบาน ปฏิรูปองค์กรสู่หมุดหมายใหม่ ในปี 2569 ถึงทศวรรษหน้า

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่เกษร เออร์เบิร์น รีสอร์ต ชั้น 19 เกษร ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ “เครือมติชน” จัดงาน “Matichon Open House 2025” ภายใต้แนวคิด “The Bloomer For All” สะท้อนพลังการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่สื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยมีบุคคลในแวดวงต่างๆ จากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วมอย่างคับคั่งกว่า 300 คน

ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชน นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานบริษัท และบรรณาธิการ กองบก. ประชาชาติธุรกิจ, นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองประธานบริษัท และบรรณาธิการ กองบก.ข่าวสด, นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายดิจิทัลมีเดีย บมจ.มติชน, นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการ กองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ , นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กองบก.มติชน และนายศรวิษฐ์ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณา บมจ.มติชน เป็นต้น

โดยเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดงาน และเหตุผลที่เครือมติชนจัดงานโอเพ่นเฮาส์นอกสถานที่ ว่า จากการเตรียมงานนี้มาสักระยะหนึ่งเป็นเวลาหลายเดือน ในการประชุมครั้งแรกๆ ปักหมุดว่าจะจัดที่โถงชั้นล่าง อาคารมติชน ย่านประชาชื่น แต่มีเพื่อนร่วมงานอายุ 30-40 ปี 2 คน เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ากลุ้มใจ เพราะกลัวว่าถ้าจัดที่โถงมติชน จะได้งานวันเกิดมติชนอีกงานหนึ่ง เหมือนในวันที่ 9 มกราคมของทุกปี

“2 คนนั้นไม่ได้อธิบายว่างานวันเกิดมติชน มีปัญหาอย่างไร ผมเองพยายามเอาปริศนาธรรม มาตีความขบคิดต่อ ผมจะลองคิดแทนว่าคนรุ่นใหม่ในองค์กรรู้สึกอย่างไร เป็นไปได้ว่า เขาอาจรู้สึกว่างานวันเกิดมติชน เน้นความอาวุโสขององค์กร เน้นเกียรติประวัติดั้งเดิม และย้ำตัวตนผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ พยายามรักษาคอนเนคชั่นเดิมไว้ด้วยพิธีการ พิธีกรรม ด้วยซีนถ่ายรูป ด้วยโต๊ะวีไอพี วีวีไอพี รายละเอียดพวกนี้เยอะแยะไปหมดแต่สิ่งหนึ่งที่งานวันเกิดมติชนไม่มี คือ การเปิดช่องทางว่าปัจจุบันคนทำงานของมติชนหลายร้อยชีวิต หลากหลายรุ่น โดยกำลังสำคัญคือคนรุ่นอายุ 20-40 ปี เขากำลังทำอะไร หรือมีแผนการในอนาคตอย่างไรนี่คือเหตุผลหลักที่เราเลือกมาจัดงานโอเพ่นเฮาส์ที่นี่” นายปราปต์ กล่าว

Advertisement

 

นายปราปต์ กล่าวต่อไปว่า งานครั้งนี้เป็นการประกาศว่า เครือมติชนเราพร้อมเดินไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ เราเป็นองค์กรที่ทั้งครุ่นคิด ยังมีความฝันถึงอนาคตไม่น้อยกว่าการเป็นองค์กรที่พยายามรักษาอดีตของตัวเองเอาไว้

ด้านหนึ่ง โอเพ่นเฮาส์ของเครือมติชน มีขึ้นเพื่อเปิดเผยแผนงานใหม่ๆ ในปี 2569 ว่ามีอะไรบ้าง อีกด้านหนึ่ง นี่เป็นโอกาสที่ดีในรอบหลายปี ที่ทำให้เครือมติชนได้ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ทบทวนตัวเอง ถึงสถานภาพ บทบาท จุดอ่อน จุดแข็ง ของเครือมติชน ว่าคืออะไร เพื่อหาตำแหน่งแห่งที่ที่เหมาะสมในปี 2569 ต่อเนื่อง 2570

“เริ่มแรก ผมคงต้องกล่าวว่า จริงๆแล้วในปี 2568 สภาพการณ์ทางธุรกิจของเครือมติชนไม่ค่อยดีนัก ถ้าใครดูผลประกอบการซึ่งเราเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้วในฐานะบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ จะพอเห็นว่าแนวโน้มเครือมติชนไม่ค่อยดีนัก เราจำเป็นต้องปฏิรูประบบการทำงานหลายๆ อย่าง

ในความเป็นวิชาชีพสื่อมวลชน เครือมติชนมีคำถามสำคัญๆ กับตัวเองหลายข้อ อย่างแรกซึ่งเป็นคำถามใหญ่ คือ เราจะเอาอย่างไรกันต่อ โดยเฉพาะ นสพ. รายวัน ที่เป็นธุรกิจหลัก เป็นสินค้าหลักของเรา

ปัจจุบัน เครือมติชนไม่ได้พิมพ์ นสพ.รายวันด้วยแท่นพิมพ์ของตัวเอง เราไม่ได้จัดจำหน่าย นสพ. ด้วยระบบขนส่งของตัวเองแล้ว นี่เป็น 2 ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้

ทุกท่านน่าจะสังเกตกันได้อยู่แล้วว่า ปัจจุบันสังคมไทยเหลือคนขาย ร้านขาย หรือแผงขาย นสพ. น้อยลงไปเยอะมาก เช่นเดียวกันกับที่ไม่ได้มีคนธรรมดาทั่วไปซื้อ นสพ. อ่านในแต่ละวันในปริมาณที่เยอะอีกแล้ว

ในยุคหนึ่ง เราอาจมองว่า นสพ. คือเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ทรงพลัง นสพ. เป็นเครื่องมือสร้างชาติ เป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงสังคมที่แพร่กระจายกว้างขวาง เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ แต่จริงๆ แล้ว ณ ปัจจุบัน พลังนี้ของ นสพ. มันอ่อนล้าลงไปเยอะ ดังนั้นคำถามใหญ่อันแรก คือในปี 2569 เครือมติชนต้องตีโจทย์ให้แตก ว่าเราจะทำอย่างไรกับ นสพ. โดยเฉพาะ นสพ. รายวัน

ถ้าไปต่อ ซึ่งก็หวังว่าควรจะเป็นอย่างนั้น ฟอร์มของ นสพ. ก็ดี เนื้อหาก็ดี รูปแบบการนำเสนอก็ดี รวมถึงหน้าที่ทางสังคม เศรษฐกิจ ของ นสพ. ก็ดี มันจะเปลี่ยนไปเยอะทีเดียว จากสิ่งที่เคยเป็นมา” นายปราปต์ กล่าว

นายปราปต์ กล่าวว่า ตนพูดอุปสรรคไปแล้ว แต่ที่เรามาจัดงานวันนี้ คือการประกาศสารที่ชัดเจน ว่าเครือมติชน ยังพร้อมจะไปต่อ ยังพร้อมจะสู้ต่อ เราพร้อมจะแปรเอาความเก่าแก่ ซึ่งหลายคนอาจค่อนขอดว่ามติชนคือสื่อของเบบี้บูมเมอร์ รุ่นหลังสงคราม ที่เก่าและแก่ ให้กลายเป็นความผลิบาน การเปลี่ยนผ่าน ความเติบโตไปสู่จุดหมายใหม่ๆ หมุดหมายใหม่ๆ

“เราจะเป็น The Bloomer เป็นความงอกงาม เบ่งบานที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคก็ดี พาร์ทเนอร์ก็ดี ทั้งในภาคสังคม ภาคเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ รวมถึงภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ประสบการณ์ร่วม 50 ปีของเรา ซึ่งจะมีสื่อในเครือมติชน คือประชาชาติธุรกิจ ก้าวสู่ปีที่ 50 ในปีหน้า ก็เป็นเหมือนผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่จะทำให้ต้นไม้ใหญ่ชื่อมติชน ขยายกิ่งก้านสาขา ผลิดอก ออกผลใหม่ๆ ทั้งในปี 2569 และทศวรรษถัดไป” นายปราปต์ กล่าว