บช.น. x มติชน หนุนติดอาวุธทางปัญญา ส่ง 600 เล่มใหม่ทันยุค – เข้าห้องสมุดโรงเรียนตชด.

22.01.26 | 17:42 น.

บช.น. x มติชน หนุนติดอาวุธทางปัญญา ส่งมอบหนังสือใหม่ทันยุค 600 เล่ม เข้าห้องสมุดโรงเรียนตชด.

เมื่อวันที่ 22 มกราคม เวลา 11.00 น. ที่ บริษัท มติชน จำกัด(มหาชน) โถงชั้น G คณะที่ปรึกษางานป้องกันปราบปราม กองตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมกับ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จัดพิธีรับมอบหนังสือใน โครงการ “ติดอาวุธทางปัญญามอบความรู้ สู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” ให้แก่โรงเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 15  แห่ง

ในการนี้ ผู้บริหารเครือมติชนนำโดย นายสรพันธุ์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด, นายเจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัทงานดีฯ, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการมติชน และ นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน ร่วมส่งมอบหนังสือในโครงการฯ ให้แก่ คณะที่ปรึกษางานป้องกันปราบปราม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งนำโดย พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา, นายกฤษฎา ลิมปนะถาวร, นายสมศักดิ์ ศรีวิมลศิริ, นายธนกร ศิริประภาเจริญ และ นายวีรพงศ์ เกษดำรงพาณิชย์ ก่อนส่งต่อให้แก่ตัวแทน ผบช.ตชด. โดยจะนำหนังสือทั้งหมดกระจายไปยัง 15 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือในโครงการฯ ดังกล่าวมีทั้งสิ้น 40 ปก ปกละ 15 เล่ม (รวม 600 เล่ม) มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท โดยมีเนื้อหาครอบคลุมหลากหลายแนว ส่วนใหญ่เน้นหนักไปที่หนังสือภาพประกอบ ซึ่งเหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็กในระดับประถมศึกษา ไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวมไปถึงนวนิยายเพื่อเสริมสร้างจินตนาการ อาทิ บ๊อคบ๊อค ผจญภัยในบ้าน รูปทรงแสนสนุก, หัวใจเซนเซ สร้างคนแบบญี่ปุ่น, ประวัติศาสตร์ความอร่อย ฉบับ 4,000 ปี, ธรรมชาติรอบตัวอายุ 4-5 ปี และนิตยสารศิลปวัฒนธรรม (ระยะเวลา 1 ปี)

Advertisement
วีรพงศ์ เกษดำรงพาณิชย์

นายวีรพงศ์ ในฐานะตัวแทน คณะที่ปรึกษางานป้องกันปราบปราม บช.น. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการสนับสนุนหนังสือให้กับ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้นักเรียนต่างจังหวัดในถิ่นทุรกันดารได้เรียนรู้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นหนังสือที่ใช้สอนโดยตรง แต่เป็นการเรียนรู้ทางอ้อมที่จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้มากขึ้น

สำหรับมุมมองในเรื่องการอ่าน เห็นว่าการอ่านยังคงมีความสำคัญสำหรับเด็กเยอะมาก เพราะว่าเด็กเล็กถ้าอ่านหนังสือประกอบภาพการ์ตูน จะสามารถสื่อสารได้ดีขึ้น เราจึงเน้นหนังสือพวกนี้ ส่วนผู้ใหญ่ หรือคนรุ่นใหม่ เทคโนโลยีจะเหมาะกับการดำเนินงานมากกว่า เพราะได้รับการเรียนรู้มาก่อน แต่เด็กยังเรียนรู้ไม่ถึงตรงนั้น

“หนังสือที่มีภาพประกอบก็จะทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น และคิดว่าประวัติศาสตร์ยังมีความสำคัญกับเด็ก เพราะควรจะต้องเรียนรู้ตั้งแต่เล็ก เพื่อเห็นถึงความสำคัญของประเทศไทย และประวัติศาสตร์ไทยจะได้ไม่เลือนลางจางหายไป ในอนาคต ถ้าโครงการนี้มีการทำอย่างต่อเนื่อง ก็อยากขยายขอบเขตไปยังโรงเรียน ซึ่งขึ้นอยู่กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่มีโครงการที่จะทำเพิ่มในเรื่องของการเสริมอุปกรณ์ลงไป”

“หนังสือยังมีความสำคัญเพราะว่าเด็กชายแดน ทุรกันดาน เข้าเมืองก็ลำบาก การเข้ามาเรียนในเมืองก็ลำบากและเด็กยังเล็กอยู่ ทางโรงเรียนตชด.เปิดการสอนด้วยการให้ตำรวจตชด.เป็นผู้สอน แต่เรานำหนังสือไปให้อ่าน ซึ่งมีภาพประกอบ กระตุ้นให้เด็กอยากที่จะอ่านและเกิดความชอบในการศึกษา เรามองภาพตรงนี้

ถ้าให้เด็กเล็กๆ อ่านเฉพาะตัวหนังสือเด็กคงอ่านไม่จบ แต่มีภาพประกอบบอกว่าเป็นอย่างไร เหมือนกึ่งๆ การ์ตูน เด็กก็จะได้เรียนรู้เร็วขึ้น” นายวีรพงศ์กล่าว

นอกจากนี้ นายวีรพงศ์ ยังสะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างปัญหาในปัจจุบัน คือโอกาสทางการศึกษา ดังนั้นนอกจากสนับสนุนหนังสือในโครงการนี้แล้ว ทางคณะที่ปรึกษางานป้องกันปราบปราม บช.น. จึงได้ร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลการศึกษาดี ผ่านทางมูลนิธิทองประทาน ให้นักศึกษาเรียนจบแพทย์ ทุนครั้งละ 40,000-50,000 บาทอีกด้วย

นายวีรพงศ์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้ พร้อมทั้งเชิญชวนเด็ก วัยรุ่น จนถึงผู้ใหญ่และนักศึกษา ให้หันกลับมาอ่านหนังสือเหมือนที่เราเคยอ่านกันประจำ ตั้งแต่รุ่นพ่อ-แม่

“เราเชิญชวนให้เด็กนักเรียนและนักศึกษาหันมาอ่านหนังสือให้มากขึ้น อย่าไปติดเกมมาก ต้องควบคู่ไปพร้อมกัน ทั้งอ่านหนังสือและเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมมา ก็เป็นสิ่งที่ดี ถ้าได้ทั้งสองอย่างนี้ คงจะส่งเสริมไปพร้อมกันได้ อ่านทั้งแนวการศึกษา อ่านความรู้รอบตัว และจะต้องควบคู่ไปกับการบูรณาการต่างๆ ด้วย” นายวีรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร

ด้าน พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เปิดเผยความรู้สึกโครงการ “ติดอาวุธทางปัญญามอบความรู้สู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นับว่าเป็นโครงการที่ดีและมีคุณค่าอย่างยิ่ง โดยทางเครือมติชนให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการเปิดโลกการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ชายขอบ

พล.ต.ต.เจนณรงค์ กล่าวว่า หนังสือแต่ละเล่มล้วนมีเรื่องราว (Story) ที่ผู้เขียนหรือผู้แต่งได้รังสรรค์ขึ้น ทั้งในเชิงศาสตร์และศิลป์ เป็นทั้งศิลปะและแหล่งความรู้ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมในชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ส่วนใหญ่มีโอกาสทางการศึกษาน้อยกว่าพื้นที่อื่น

“การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาทักษะด้านความรู้ ให้ข้อคิด เสริมจินตนาการ และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ เด็กจะได้คิดตามเรื่องราว ตัวละคร และสถานที่ รวมถึงซึมซับข้อคิดที่ผู้เขียนสอดแทรกไว้ เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเด็ก” พล.ต.ต.เจนณรงค์ เผย

พล.ต.ต.เจนณรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา เนื่องจากปัจจุบันหนังสือดีๆ มีราคาค่อนข้างสูง เด็กในโรงเรียนชายขอบหรือโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน มีโอกาสเข้าถึงน้อย การได้รับหนังสือที่มีคุณภาพจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ และสำหรับการกระจายหนังสือ ทางกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจะมีการสำรวจความต้องการของแต่ละโรงเรียน หากพบว่าโรงเรียนใดมีหนังสือไม่เพียงพอ ก็จะจัดสรรเพิ่มเติมให้เหมาะสม โดยหนังสือที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นหนังสือใหม่และทันสมัย

พล.ต.ต.เจนณรงค์ ยังกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีด้วยว่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเด็กเล็ก ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 และเด็กกว่า 80–90% ยังมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีน้อยกว่าพื้นที่อื่น

การเริ่มต้นพัฒนาทักษะผ่านการอ่านหนังสือจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและดีที่สุด และการส่งเสริมการอ่านต้องคำนึงถึงความเหมาะสมตามช่วงวัย หนังสือเด็กเล็กควรสอดคล้องกับความสนใจของเด็กเล็ก และหนังสือสำหรับเด็กโต ต้องมีเนื้อหาที่เหมาะสม

“หากมติชนหรือภาคเอกชนสนับสนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เราก็ยินดีรับการสนับสนุน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานร่วมมอบหนังสือ ของเล่น และอุปกรณ์การเรียนการสอนให้เด็กๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” พล.ต.ต.เจนณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ในการนี้ มีตัวแทนจากทางตำรวจชายแดนร่วมรับมอบหนังสือในโครงการฯ ได้แก่ พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.), พ.ต.ท.พนม วิสุทธิ์ธรรมนาถรองผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ 7 กองบังคับการอำนวยการ บช.ตชด. และร.ต.ต.พิมอรัญ ศรีนวล รองสารวัตร ฝ่ายอำนวยการ 7 กองบังคับการอำนวยการ บช.ตชด.