เปิดจักรวาลไฉ่ซิ้ง ‘สมชาย จิว’ พาขุดลึกฮาวทู ‘มั่งคั่งอย่างเทพ’ แทรกเรื่องเล่าเตือนสติ

7.03.26 | 16:19 น.

แห่มุง ‘สมชาย จิว’ เปิดจักรวาลไฉ่ซิ้ง ขุดลึกตำนาน ‘มั่งคั่งอย่างเทพ’ แทรกเรื่องเล่าเตือนสติ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่โรงเรียนเผยอิง สำนักพิมพ์มติชน จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “Talk & Tour ไฉ่ซิ่งมั่งคั่งอย่างเทพ” กิจกรรมเสวนาและทัวร์ศิลปวัฒนธรรมเพื่อเปิดตัวหนังสือ “ไฉ่ซิ้งมั่งคั่งอย่างเทพ” ผลงานจากปลายปากกา ‘สมชาย จิว’ ที่จะมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ต่อความเชื่อเรื่องเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ผ่านการเสวนาและการสำรวจพื้นที่จริงบนย่านแห่งศรัทธาของชุมชนจีนในกรุงเทพมหานคร เจาะลึกทั้งตำนาน ประวัติศาสตร์ และความหมายของ “ความมั่งคั่ง” ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

โดยไฮไลต์สำคัญเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. ภายในโรงเรียนเผยอิง กับเวทีเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ไฉ่ซิ้ง มั่งคั่งอย่างเทพ” ดำเนินรายการโดย นายสมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการด้านอุษาคเนย์ศึกษา ร่วมด้วย นายสมชาย แซ่จิว หรือ สมชาย จิว ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จีน ร่วมเป็นวิทยากร ท่ามกลางบรรยากาศความสนใจจากผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

นายสมชายเผยถึงที่มาของหนังสือ ‘ไฉ่ซิ้ง มั่งคั่งอย่างเทพ’ โดยคำว่า ‘ไฉ่ซิ้ง’ คนทั่วไปมักเรียกว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภ แต่คำว่า ‘ไฉ’ แปลว่า ทรัพย์สินเงินทอง จึงแปลให้ตรงความหมายว่า ‘เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง’ อันเป็นที่มาของชื่อหนังสือ

Advertisement

“จุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ คือต้องการให้คนรู้จักไฉ่ซิ้งที่แท้จริง เพราะปัจจุบันมีประเพณีที่เพิ่งสร้างใหม่เกี่ยวกับการไหว้ไฉ่ซิ้งมากมาย ซึ่งสมัยก่อนไม่มี จึงอยากให้คนไหว้ด้วยความเข้าใจ ไม่หลงไปกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์” นายสมชายกล่าว

นายสมชายเผยอีกว่า ไฉ่ซิ้ง ไม่ได้มีแค่องค์เดียว แต่มีลักษณะเป็น ‘จักรวาลไฉ่ซิ้ง’ มีทั้งองค์หลัก องค์รอง ไฉ่ซิ้งเสมือน สายพุทธ และสายดาร์ก

“โดยคนจีนมักนับถือไฉ่ซิ้ง จากคุณธรรม ของเทพองค์นั้นๆ เช่น นับถือกวนอู เป็นไฉ่ซิ้งปางบู๊ เพราะพ่อค้าต้องการความซื่อสัตย์แบบกวนอู ส่วน ‘ปี่กาน’ เป็นไฉ่ซิ้งปางบุ๋น เพราะเป็นผู้ไม่มีหัวใจ (ตามตำนานคือยอมควักหัวใจคืนฮ่องเต้) จึงได้รับการยกย่องว่า ไม่ลำเอียง และไม่เล่นพรรคเล่นพวก” นายสมชายชี้

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ไฉ่ซิ้งเป็นเทพที่เกิดทีหลังแต่ได้รับความนิยมสูง เพิ่งปรากฏรูปร่างชัดเจนในสมัยราชวงศ์ซ่ง เพราะในอดีต (เช่น ยุคขงจื๊อ) การจัดลำดับชนชั้นทางสังคม อาชีพพ่อค้าถูกจัดให้อยู่ต่ำสุด คนโบราณจึงเน้นไหว้เทพแห่งดิน น้ำ หรือฝนเพื่อการเกษตร จนเมื่อการค้ารุ่งเรือง พ่อค้าจึงต้องการที่พึ่งทางใจและเกิดการนับถือเทพแห่งความมั่งคั่งขึ้น

สำหรับชาวจีนโพ้นทะเลในแถบอุษาคเนย์ เทพหลักที่นิยมนับถือแต่เดิมคือ หม่าโจ้ว (เจ้าแม่ทับทิม) ที่ช่วยคุ้มครองการเดินเรือ และ กวนอู

นอกจากนี้ นายสมชายยังเผยว่า การไหว้ไฉ่ซิ้งในแต่ละพื้นที่ของจีนมีความแตกต่างกัน อย่างในเล่มนี้มีไฉ่ซิ้งสายดาร์ก คือ “ตั่วแป๊ะ ยี่แป๊ะ” สำหรับเราคือยมทูตนำวิญญาณ บางที่ไม่ได้นับถือเป็นไฉ่ซิ้ง แต่จีนตอนเหนือบางที่นับถือเป็นไฉ่ซิ้ง หลู่ซวิ่นนักเขียนชื่อดังของจีน ยังเล่าในหนังสืออัตชีวประวัติว่าที่ปักกิ่งมีวัดที่มีตั่วแป๊ะ ยี่แป๊ะ มีงานไหว้ขอโชคลาภ เพราะหมวกของตั่วแป๊ะจะเขียนว่า “ถ้าพบเห็นจะมีโชคลาภ” เขาก็ไปขอเรื่องหวย

หรือถ้าไปวัดมังกร (เล่งเน่ยยี่) จะมีองค์ไฉ่ซิ้งเล็กๆ อยู่ เป็นสายดาร์กเหมือนกัน เป็นพระห่มกระสอบ กวางตุ้งหรือคนสิงคโปร์ถือองค์นี้เป็นไฉ่ซิ้งเรื่องการพนัน เข้าบ่อนก็จะขอองค์นี้ แต่ละองค์ก็ไหว้ไม่เหมือนกัน หรือบางคนเชื่อว่าไฉ่ซิ้งปางบู๊อย่างกวนอู บางคนบอกเอาไว้สำหรับทวงหนี้ เพราะมันจะได้ทรัพย์ที่โหดๆ หน่อย ปางบุ๋นเป็นเรื่องปกติธรรมดา ความเชื่อแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน

“ในหนังสือยังมีเรื่องเล่าเตือนสติ เช่น ตำนาน ‘ต้นไม้เขย่าเงิน’ ที่สอนว่า ต้นไม้เงินต้องปลูกด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย โดยกิ่งก้านทั้งสองคือมือ และแขนงทั้งสิบคือนิ้วมือของเรา พูดง่ายๆ คือต้องใช้สองมือและลงแรงด้วยตัวเอง ทรัพย์ถึงจะเกิดขึ้น แม้ไฉ่ซิ้งจะประทานโชคลาภ แต่คุณต้องทำด้วย” นายสมชายกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับกิจกรรมต่อไปตั้งแต่เวลา 14.30 – 16.30 น. สมชาย จิว ได้นำคณะผู้ร่วมงานนำชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นศูนย์รวมศรัทธา เริ่มต้นที่ ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง ต่อด้วย ศาลเจ้ากวนอูและเจ้าพ่อม้า และวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) เพื่อรับฟังคำบรรยายและเกร็ดความรู้จากวิทยากร โดยเชื่อมโยงบทบาทของเทพไฉ่ซิ่งในแต่ละพื้นที่ ทั้งมิติความรัก ความมั่งคั่ง ปีนักษัตร และพิธีกรรมอย่างการฝากดวงแก้ชง