เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลาประมาณ 10.30 น. โถงชั้น G อาคารสำนักงาน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บริษัท งานดี จํากัดในเครือมติชน จัดพิธีมอบหนังสือ โครงการ The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน เนื่องด้วย นายธนิย์ เจริญไชยประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.บี. 85 การช่าง จำกัด ร่วมสนับสนุนหนังสือสำนักพิมพ์มติชน เพื่อบริจาคให้กับห้องสมุดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 5 โรง โดยมี พ.ต.อ.พรหมวุฒิ วุฒิวิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการ อำนวยการ กองบัญชาการ ตำรวจตระเวนชายแดน (รองผบก.อก.บช.ตชด.) เป็นผู้รับมอบ
ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชน นำโดย นายวรศักดิ์ ประยูรศุข กรรมการผู้จัดการ บริษัทงานดี จำกัด, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน, นายสรพันธุ์ บุนปาน ผู้อํานวยการฝ่ายขายหนังสือพิมพ์ บริษัท งานดี จํากัด, นายเจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัท งานดี จํากัด และนายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ ร่วมพิธี

นายธนิย์ กล่าวว่า ตนมีความมุ่งหมายในการแบ่งปันความรู้ให้ผู้คนในสังคมที่ยังขาดโอกาส โดยเลือกที่จะมอบหนังสือเนื่องจากเปรียบเสมือนการติดอาวุธทางปัญญา ส่วนเหตุผลที่เลือกมอบแก่โรงเรียน ตชด. ทั้ง 5 แห่ง เพราะอยากขอบคุณตำรวจตระเวนชายแดน ที่เป็นผู้กล้าและผู้เสียสละในการทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ
“ผมมองว่า ต่อให้จะมีโลกที่ดียังไง แต่เมื่อคุณออกไปนอกรั้วบ้าน หากสภาพรอบข้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เต็มไปด้วยสงครามหรือยาเสพติด เราจะอยู่อย่างไร เมื่อเราโชคดี มีโอกาสมากกว่าหลายคน จึงอยากแบ่งปันความโชคดีนี้ให้ผู้ที่ยังขาดโอกาส ถามว่าทำไมถึงเลือกเป็นหนังสือ ก็เพราะคำกล่าวที่ว่า วิทยาเปรียบดั่งอาวุธ การติดอาวุธทางปัญญาให้เด็กๆเข้าถึงความรู้ได้ มันเหมือนกับการช่วยให้เขามีโอกาสในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เข้าถึงโอกาสในการทำให้สังคมดีขึ้น และจะช่วยเสริมสร้างให้ประเทศชาติแข็งแรงขึ้นมาได้ ในสังคมของเรายังมีคนยังเดือดร้อน และมีความจำเป็นอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วยเรา ส่วนเหตุผลที่เลือกมอบให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพราะ ตชด. คือผู้เสียสละทำหน้าที่เป็นรั้วให้ประชาชนจึงคิดว่าเราจะขอบคุณและแสดงความห่วงใยอย่างไรได้บ้าง การมอบหนังสือครั้งนี้ก็ถือเป็นการขอบคุณไปยังครอบครัวของผู้กล้าเหล่านั้น” นายธนิย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานดังกล่าว นายธนิย์ พาบุตรสาวและบุตรชายมาด้วย เมื่อถามถึงการปลูกฝังการรักการอ่านให้ลูกๆ ทั้ง 3 คน ซึ่งยังอยู่ในวัยประถมศึกษา นายธนิย์ ตอบว่า ตนพยายามนำหนังสือให้ดูตั้งแต่เล็กๆ เริ่มจากการดูรูปภาพ กระตุ้นความอยากรู้ให้เกิดความอยากอ่าน
“เริ่มต้นเราอาจจะอ่านให้เขาฟัง แล้วทำให้เขารู้ว่าเห็นไหม การที่หนูเริ่มต้นเรียนรู้จากตรงนี้ หนูจะได้เจอกับเรื่องราวสนุกมากมาย หนูจะมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น แม้ว่าจะยังอ่านหนังสือไม่แข็งแรง แต่แน่นอน หากถึงอีกวัยหนึ่งเราอาจจะต้องคุยกับเขาให้รู้เหมือนอย่างที่บอกว่าวิทยาคืออาวุธ เราจะต้องติดอาวุธทางปัญญาให้ลูก” นายธนิย์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.พรหมวุฒิ กล่าวว่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมีจำนวน 222 โรง โดยมี 100 โรงที่ยังไม่มีไฟฟ้า ทั้งนี้มีการใช้โซลาร์เซลล์บ้าง สำหรับในฤดูฝน ฝนจะตกทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะบนดอยสูง อย่างไรก็ตาม อินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงในกรณีที่มีไฟฟ้า หนังสือจึงยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเด็กๆ จะอยู่ในห้องสมุด ในช่วงที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ และอินเทอร์เนตไม่ได้มีความเร็วสูงเหมือนในเมือง อีกทั้งยังมีความขาดแคลนในหลายด้าน เนื่องจากตั้งอยู่ในถิ่นทรุกันดาร
“นักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน คือเด็กชั้นประถมศึกษา ป.1-6 โดยเด็กป.1 -3 จะอยู่กับครูในห้องสมุด หนังสือที่ได้รับมอบในวันนี้มีประโยชน์อย่างมาก โดยถูกคัดมาแล้วว่าเหมาะสมกับเด็กๆ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือนิทาน หนังสือภาพ และหนังสือเนวสารคดีที่ให้ความรู้ด้านต่างๆ เชื่อว่าเด็กๆ จะชอบมาก ได้ทั้งความบันเทิงและความรู้
นอกจากนี้ ครูก็สามารถนำไปใช้เป็นสื่อการสอนได้ด้วย ผมเชื่อว่าหนังสือเล่ม ยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาวะที่ ไม่สามารถที่ใช้เทคโนโลยีได้เต็ม 100% ดังนั้น ต้องขอขอบพระคุณผู้บริจาคที่มีจิตศรัทธาเป็นอย่างมาก” พ.ต.อ.พรหมวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ หนังสือสำนักพิมพ์มติชนที่มีการส่งมอบในครั้งนี้ ได้แก่ สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว โดย รัศมี เบื่อขุนทด, นิทานการเงิน โดย ยังชิน แก้วชัยเจริญกิจ, โลกสุดพิเศษของจูลี่แสนธรรมดา โดย คุณหมวก, 50 สิ่งแรกในเมืองไทย โดย นันทลักษณ์ คิรีมา และ บ๊อคบ๊อคผจญภัยในบ้านรูปทรงแสนสนุก โดย ธัญดา โอวาทศิริวงศ์ เป็นต้น



