‘โบว์’ บอลเร็วทีมชาติ เผย ‘ช่วงนี้อ่านแนวฮีลใจ’ ก้าวข้ามดราม่า ‘อ.กิ๊ฟท์’ แนะเล่มปลดล็อกคนทำธีสิส

7.10.26 | 17:56 น.

‘โบว์ กัญญารัตน์’ บอลเร็วทีมชาติ ยกหนังสือเป็นเพื่อนฮีลใจ ช่วยรับมือกระแส Toxic โซเชียล- อาจารย์ มศว ป้ายยาหนังสือเพื่อคนทำธีสิส เผยเคล็ดลับ เขียนวันละ 15 นาทีจบ!


เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม ศาสตราจารย์ ดร. สุดใจ เหล่าสุนทร ชั้น 2 สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) นำโดย นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ แถลงการจัดงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (อ่านข่าว เตรียมพุ่ง! มหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31 คาดคนไปวันละแสน สะพัดกว่า 500 ล. รับ ‘น้ำท่วม’ ส่อกระทบแรงซื้อ) 

ท่ามกลางศิลปินรับเชิญร่วมแลกเปลี่ยนหนังสือที่ชื่นชอบ อาทิ ’นิ้ง‘ น.ส.ชัญญา แม็คคลอรี่ย์, ‘นนน’ นายกรภัทร์ เกิดพันธุ์, ‘เน’ นายณรัณ วิภัยรุ่งโรจน์ (เน Perses), ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ หรือ อ.กิ๊ฟท์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ น.ส.กัญญารัตน์ ขุนเมือง หรือ ‘โบว์’ นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ตำแหน่งบอลเร็ว

ในตอนหนึ่ง น.ส.กัญญารัตน์ หรือ ‘โบว์’ กล่าวว่า บอกตามตรงว่า ตนไม่ค่อยได้มีโอกาสไปสัมผัสงานมหกรรมหนังสือ แต่ตอนเด็กเนื่องจากอยู่โรงเรียนประจำ ทำให้ไม่ค่อยได้ใช้โทรศัพท์ ก็เลยได้อ่านหนังสือพวกนวนิยายแทน

Advertisement

“พอเก็บโทรศัพท์ แล้วไม่รู้จะทำอะไรเวลาว่างในหอ ก็จะซื้อหนังสือ การ์ตูน นิยายมาอ่าน ช่วงนี้อ่านหนังสือฮีลใจ กำลังใจในการชีวิต เพราะมันค่อนข้างตรงกับไลฟ์สไตล์ บางทีเราเหนื่อย ซ้อมกีฬา หมดแพชชั่น อ่านหนังสือแนวนี้ มันเหมือนมีเพื่อนที่คอยปลอบเรา“

เราไม่ค่อยได้มีเวลาเหมือนคนอื่นๆ ที่ไปอ่านในห้องสมุดเท่าไหร่ เน้นหนังสือฮีลใจ ปรัชญาชีวิต ที่หาอ่านง่าย” น.ส.กัญญารัตน์เผย

น.ส.กัญญารัตน์กล่าวต่อว่า ถึงแม้ส่วนตัวไม่ได้เป็นคนที่ชอบเรียนหนังสือมากนัก แต่การที่หันมาอ่านหนังสือ ก็เป็นเพราะเจอสิ่งรอบข้างที่ค่อนข้าง Toxic หรือกระแสโซเชียลที่ค่อนข้างแรง ในการเล่นกีฬา เช่น บางทีเราอาจเล่นไม่พอใจคนอื่น

“หนังสือแนวนี้มันช่วยให้เรารักตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเราจะทำได้ เราประสบความสำเร็จได้ บางทีโซเชียลเราไม่ได้อยากเห็น แต่มันก็เข้ามาให้เราเห็น เราเลยเหมือนหาช่องทางฮีลใจ ทำให้เริ่มอ่านหนังสือหมวดจิตวิทยาพัฒนาตนเอง“ น.ส.กัญญารัตน์กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ประภาภรณ์ หรือ อ.กิ๊ฟท์ เผยว่า ส่วนตัวไปงานหนังสือทุกปี มันยึดโยงกับช่วงปิดเทอม พอดี ซึต้องบอกว่าการจัดงานในเรื่องที่จอดดรถนั้นดีขึ้นมาก จากแต่ก่อนไม่ค่อยมีที่จอดรถ หลังรีโนเวตตนมองว่าการจัดงานครบถ้วนสมบูรณ์และมีรถสาธารณะด้วย ทำให้ไปสะดวกยิ่งขึ้น

”บอกเลยว่าประสบการณ์แน่น ตั้งแต่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ฯ ยังไม่รีโนเวต“

“เรามีหนังสือเยอะมากจนเลือกไม่ถูก เพราะมีเล่มที่ชอบเยอะมาก สะสมมาหลายสิบปี ถามว่าเล่มไหน ด้วยความเป็นนักวิชาการ สอนหนังสือมา 16 ปี และสอนกฎหมายด้วย เลยย้อนไปว่า จริงๆ เราชอบอะไร พบว่าชอบทุกแนว

“สมัยก่อนตอนเด็กๆ มีความชอบนิยายที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน ชื่อว่า ‘ยอดตุลาการราชวงศ์ซ่ง’ จากนั้นมาทำให้รู้สึกอยากเรียนกฎหมาย มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้

อีกเล่มเรียกได้ว่าเป็นนิยายระดับครู ขั้นเทพ คือ ‘ความรักของวรรยา’ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ ทุกคนควรได้อ่าน เล่มนี้ทำให้เราอ่านต่อเนื่องทุกเล่ม

อีกเล่มที่อยากแนะนำ โดยเฉพาะคนที่ชอบความเป็นธรรมทางสังคม คือ ‘ปีศาจ’ เรียกได้ว่าเป็นตำนาน”

ผศ.ดร.ประภาภรณ์กล่าวด้วยว่า อีกเล่มหนึ่งที่เมื่อไหร่ท้อแท้ มักจะชอบหยิบมาอ่าน เหมาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะคนที่เรียน ป.โท ป.เอก ที่เราต้องทำวิทยานิพนธ์

”ไปได้เล่มนี้มาจากอเมริกาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว คือ ’Writing Your Dissertation in Fifteen Minutes a Day‘ ทำให้เราค่อยๆ เขียนไป แค่มี 15 นาทีต่อวันเราก็เขียนจบได้ สรุปเป็นภาษาไทยคือ ’หนังสือที่ดี คือหนังสือที่เราเขียนจบ‘

“หนังสือที่ดี มันเป็นเหมือนกัลยาณมิตร บางทีเราไม่รู้หรอกจะได้คำตอบอะไรจากหนังสือหนึ่งเล่ม บางทีชีวิตช่วงนั้นมันมีปัญหานี้อยู่ พอเปิดแล้วมันมีคำตอบให้เรา เป็นเหมือน Good friend

ทั้งหมดตอนนี้มีประมาณ 3,000 เล่มที่บ้าน อยู่ในสต๊อก อย่างน้อยมันเป็นส่วนหนึ่งในเมมโมรี่ชีวิตเรา ที่รีเฟล็กต์ว่าเราชอบอะไรก็บ้างในแต่ละช่วงชีวิต” ผศ. ดร.ประภาภรณ์ กล่าว และว่า

ลูกเรา 7 ขวบ พอได้ไปช่วยจัดหนังสือที่ห้องสุด กลายเป็นสนใจการอ่าน แล้วบอกว่าเขาเขียนหนังสือด้วยได้ไหม การซื้อหนังสือลงทุนให้ตัวเองก็เรื่องหนึ่ง แต่มันอาจสร้างกระทบให้ใครอีกคนก็เป็นได้

เมื่อถามถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวกับงานหนังสือ ?

น.ส.ชัญญา หรือ นิ้ง นักแสดง เผยว่า จากที่ไปงานมหกรรมหนังสือระดับชาติฯ เมื่อปีที่ผ่านมา คนเยอะมาก ทำให้ได้ไอเดียว่าควรจะต้องไปวันธรรมดาบ้างจะได้เฉลี่ยคน ในงานมีหนังสือที่น่าสนใจเยอะมาก โดยช่วงนี้กำลังมองหาหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจ ในการสร้างเป็นซีรีส์ด้วย

“ปีนี้ก็เลยมีจุดมุ่งมั่นเป็นพิเศษ จะไปเล็งในงานนี้” น.ส.ชัญญาเผย

แสดงว่าเตรียมว่าจะเป็นผู้จัด หรือทำซีรี่ย์เอง ?

น.ส.ชัญญากล่าวว่า ถ้ามีเรื่องที่รู้สึกว่าอยากจะเล่าหรือมี passion กับมัน ก็กำลังมองหาอยู่

จากนั้น กล่าวถึงหนังสือที่เปลี่ยนชีวิต โดยเล่มแรกคือ ‘Grit’ พูดถึงเรื่องสิ่งที่คุณต้องมี เมื่อคุณไม่มีแต้มต่อในชีวิต คือเราโตมาในบ้านที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย

ส่วนใหญ่เวลาว่างที่ทำมี 2 อย่างที่จะพาให้เรามีมุมมองที่กว้างและเห็นโลกมากกว่าเดิม หนึ่งคือภาพยนตร์ สองคือ หนังสือ

“พอเราเห็นคำโปรยว่า ‘เมื่อคุณไม่มีแต้มต่อในชีวิต’ เรารู้สึกว่าโดนเส้นมากเล่มนี้ ด้วยความที่โตมาด้วยตัวเอง ทำงานหาเงินมาตั้งแต่เด็ก พอได้อ่านแล้วรู้สึกว่าเจ๋งดี เขากำลังพูดว่า คนเราจะประสบความสำเร็จ ต้องมีอะไรบ้าง ?”

“เราได้ยินเรื่องพรสรรค์ กับ พรแสวง ซึ่งเล่มนี้พูดเรื่องพรแสวงเป็นหลัก หรือว่าการมีเป้าหมายระยะยาวและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เลยรู้สึกว่าชอบเล่มนี้มาก ไม่ว่าจะไปพูดที่ไหนก็จะเป็นเรื่องที่แนะนำให้เด็กทุกคนได้อ่าน ว่าการจะนำพาตัวเองไปสู่เป้าหมายที่อยากเป็น เราต้องทำอะไรบ้าง การตัดสินใจต้องเป็นอย่างไรบ้าง” น.ส.ชัญญาเผย

น.ส.ชัญญากล่าวด้วยว่า หน้าปกสีดำด้าน อาจไม่สมบูรณ์ ไม่น่าอ่าน แต่อยากให้ทุกคนได้อ่าน ไม่ตัดสินจากหน้าปกเพียงอย่างเดียว

จากนั้นกล่าวถึงอีกเล่ม ‘self searching’ ที่หน้าปกออกแบบเป็นรูปกระจก ให้เห็นหน้าเรา เป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการแสดง ที่อยากแนะนำเพราะมันพูดเกี่ยวกับมนุษย์ทุกคน เกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณ

”อยากให้ทุกคนได้อ่านกัน จะได้คำแนะนำที่ดีในเล่มนี้ หนูชอบซื้อหนังสือให้เป็นของหวัญ และชอบวิธีที่ผู้ใหญ่เมตตาซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญ เหมือนเขามีอะไรที่อยากให้เราได้เรียนรู้ ได้อ่าน แม้คนที่ให้จะเสียชีวิตไปแล้ว อ่านทีไรแล้วทำให้นึกถึงเขา เล่มนี้อ่านได้ทุกคน มันเกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง ค้นหาจิตวิญญาณของเรา” น.ส.ชัญญาเผย

น.ส.ชัญญากล่าวด้วยว่า นอกจากเนื้อหา ยังชอบงานดีไซน์ การซื้อหนังสือที่หน้าปกสวย เราก็ซื้อมาก่อน งานดีไซน์สวยๆ บางทีปกมันดึงดูดเราว่า ‘ลองดูไหม’ พอเดินเข้าไปก็โดน เลยได้กลับมา

“จุดเริ่มต้น จากการที่พ่อมีหนังสือในบ้าน พอมันไม่มีอะไรทำ ไม่มีอะไรตื่นเต้น เราก็เล่นต้องอ่าน พอเจอเช่มที่มันสนุกแค่เล่มเดียว ทำให้รู้สึกว่า อยากอ่านอีก” น.ส.ชัญญากล่าว

สำหรับ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.thailandbookfair.com, Facebook: Thai Book Fair (@bookthai) และ www.pubat.or.th

//