PEA มอบหนังสือ สนพ.มติชน เติมห้องสมุด 20 โรงเรียนขนาดเล็กอยุธยา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ รวมมูลค่า 2 แสนบาท – แง้มโปรเจ็กต์ เสริมความรู้เยาวชนเรื่องไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เวลาประมาณ 15.00 น. ที่โถงชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บริษัท งานดี จำกัด ในเครือมติชน จัดพิธีมอบหนังสือเข้าห้องสมุด ภายใต้โครงการ ‘The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน’ โดย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สนับสนุนหนังสือสำหรับห้องสมุดโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 รวม 20 แห่ง ตามที่สำนักงานสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สกสค.) ขอรับการสนับสนุน เป็นมูลค่า 200,000 บาท
สำหรับ การสนับสนุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ และสื่อการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากรในการจัดหาหนังสือสำหรับห้องสมุด ตลอดจนส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของเยาวชน
โดยมี นายประดิษฐ์ เฟื่องฟู รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมด้วย นางนวลอนงค์ คำใสแสง ผู้อํานวยการฝ่ายบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร, นางสาวกตอร วงษ์ภัทรกร รองผู้อํานวยการฝ่ายบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร, นายธนพันธ์ เตียสุวรรณ ผู้อำนวยการกองจัดการโครงการสังคมและสิ่งแวดล้อม, นางสาวชุติมา เจริญโภคราช นักบริหารงานทั่วไประดับ 10 และนางมณีรัตน์ รุ่งเรือง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนระดับ 9 เป็นผู้มอบหนังสือให้แก่ ดร.กัลยา มาลัย ผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายพิชิต ขำดี ศึกษานิเทศก์ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1, พ.อ.อ.สายชล สงวนทรัพย์ ผอ.กลุ่มบริการงานบุคคล สพป.อย.2, นายนเรศ สมร เจ้าหน้าที่สกสค.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายมนตรี เกษมสังข์ เจ้าหน้าที่สกสค.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นผู้รับมอบ หนังสือในครั้งนี้
ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชนเข้าร่วมพิธี นำโดย นายวรศักดิ์ ประยูรศุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกอง บก.มติชน, นายเจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัท งานดี จำกัด และนายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ เป็นต้น

ดร.กัลยา มาลัย ผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า วันนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มารับหนังสือที่สำนักพิมพ์มติชน เป็นหนังสือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ที่มอบให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
“โรงเรียนขนาดเล็กทั้ง 20 แห่ง เป็นโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งล้วนเป็นหนังสือดี ๆ ที่จะไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนหลังจากน้ำท่วม โดยเราจะมอบให้หลังเปิดภาคเรียนคือ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ซึ่งโรงเรียนที่ได้รับเป็นโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ” ดร.กัลยา เผย
ดร.กัลยา กล่าวต่อว่า โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่มีงบประมาณสำหรับจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และหนังสือค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีนักเรียนไม่เกิน 120 คน ทำให้ได้รับงบประมาณไม่มากนัก การได้รับมอบหนังสือในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ๆ และช่วยส่งเสริมการอ่านของผู้เรียนได้มากขึ้น
“หนังสือมี 2 ประเภท หนึ่งคือ ‘หนังสือที่มีความรู้’ ที่เด็กจะต้องอ่านเพิ่มเติมเวลาเรียน สองคือ’ หนังสือเพื่อความบันเทิง’ เช่น หนังสือการ์ตูนอ่านเล่น ซึ่งเป็นปกแข็ง และเป็นหนังสือคุณภาพ เชื่อว่าเด็กๆ จะชอบ” ดร.กัลยา กล่าว

ดร.กัลยากล่าวด้วยว่า แทนที่จะให้เด็กอ่านหนังสือผ่านหน้าจอโทรศัพท์ อยากส่งเสริมให้เด็กมารักการอ่านหนังสือมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังช่วยให้เด็กได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพูดคุยกัน โดยหนังสือจะจัดไว้ในห้องสมุด เมื่ออ่านเสร็จแล้ว เพื่อนคนอื่นก็สามารถอ่านต่อได้อีกด้วย
เมื่อถามถึงสถานการณ์โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่าได้รับการฟื้นฟูแล้วหรือยัง ดร.กัลยา กล่าวว่า จ.พระนครศรีอยุธยามีลักษณะเฉพาะ คือแม้พื้นที่อื่นจะประสบปัญหาน้ำท่วมไปแล้ว แต่พระนครศรีอยุธยา จะเหมือนปทุมธานี และนนทบุรี ที่จะท่วมสุดท้าย แต่หนักกว่าปทุมธานีและนนทบุรี
“งบส่วนใหญ่ที่เราได้รับจากน้ำท่วม จะได้จากงบฯ ปี 70 ของจังหวัดอื่นเขาจะได้จากปี 69 ปลายปีงบ ซึ่งตรงนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ช่วยเหลืออยู่ในเรื่องของการปรับปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน ในส่วนของ ‘หนังสือ’ เราพยายามยกขึ้นที่สูง ซึ่งทันบ้างไม่ทันบ้าง โดยอยุธยาเป็นพื้นที่ลุ่มประมาณ 2 เดือน พอฤดูหนาวมา น้ำก็แห้ง” ดร.กัลยา ระบุ

ด้าน นายประดิษฐ์ เฟื่องฟู รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า สำหรับการมอบหนังสือในวันนี้เป็นสิ่งที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีความตั้งใจดีในการที่จะช่วยเหลือเด็ก ๆ ให้ได้รับข้อมูลข่าวสารมากยิ่งขึ้น เพราะหนังสือถือว่าเป็นองค์ความรู้ที่ดี ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ได้ศึกษาหาและต่อยอดเพื่อให้เขามีความรู้ประสบการณ์ ที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในการเรียนการศึกษาในอนาคต
นายประดิษฐ์กล่าวถึงประเด็นเรื่องการต่อยอดของหนังสือด้วยว่า หนังสือของทางสำนักพิมพ์มติชน เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาดีอย่างยิ่ง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้เยาวชนมีความรู้ที่หลากหลาย และสามารถที่จะไปต่อยอดในการเรียนการศึกษาหรือการใช้ชีวิตประจำวันของเขาได้
“ความรู้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในวัยเด็ก ที่เขาจะได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่โตไปจะได้เป็นอนาคตของชาติที่ดี และจะได้ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติของเราให้เจริญ ยิ่งยงสืบไป” นายประดิษฐ์ กล่าว
นายประดิษฐ์เปิดเผยด้วยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีหลายโครงการที่มุ่งส่งเสริมความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน เช่น โครงการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ตลอดจนโครงการเยาวชนสอนน้อง เพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมให้แก่เด็ก ๆ
“โครงการที่เราไปช่วยหมู่บ้านช่อสะอาด เราจะไปทำห้องสมุดให้กับโรงเรียน เอาหนังสือไปให้และส่งเสริมในเรื่องของการให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันการทุจริตและประพฤติผิดมิชอบ หรือการคอร์รัปชั่นให้น้อง ๆ ได้มี ทัศนคติที่ดีกับเรื่องนี้ และมีความมุ่งมั่นที่จะ ‘โตไปไม่โกง’ ซึ่งจะเป็นการสร้างพื้นฐาน อีกประเภทหนึ่งเรื่องของการสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก ๆ เรามีโครงการค่อนข้างหลากหลาย” นายประดิษฐ์เผย

นายประดิษฐ์กล่าวถึงว่า โครงการ ‘The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน’ ด้วยว่า เป็นโครงการที่ดี โดยปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการจัดสรรงบประมาณด้าน CSR เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่หลากหลาย หากโครงการนี้ยังดำเนินต่อไป ก็จะพยายามสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
นายประดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนคิดว่า เรื่องของการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะถ้าเราขาดความรู้หรือประสบการณ์ที่เราไม่สามารถที่จะประสบได้โดยตรง ต้องเร่งรัดด้วยการอ่านจากหนังสือ
“ในอนาคตข้างหน้า AI น่ากลัวมาก แต่ถ้าเกิดเราใช้ AI อย่างเดียว โดยที่ไม่มีพื้นฐานขององค์ความรู้ อาจจะโดน AI หลอกได้” นายประดิษฐ์ชี้
นายประดิษฐ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ไม่ว่าเทคโนโลยีจะไปไกลแค่ไหน แต่องค์ความรู้พื้นฐานของเราที่เราต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีหรือการใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้อง

“ผมคิดว่าเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่อยากอ่านหนังสือ เพราะคิดว่าอ่านไปก็ไม่มีประโยชน์ ก็ให้ AI หาก็ได้ แต่ถ้าเกิดเราพรอมต์ (Prompt) ไม่เป็นหรือพรอมต์ไม่ดี เราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าสิ่งที่ AI ตอบมันใช่หรือไม่ใช่ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นภูมิต้านทานที่ดี” นายประดิษฐ์ กล่าว และว่า
อย่าพึ่งพา AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ความรู้ของตนเองด้วย เพราะหากพึ่งพา AI ทั้งหมด ก็ไม่ต่างจากการตั้งคำถามว่า เมื่อมี AI แล้ว เรายังจำเป็นต้องเรียนหนังสือหรือไม่ ? ซึ่งคำตอบคือไม่ใช่
“หนังสือเป็นสิ่งที่ยังมีความจำเป็น และเขาต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่เช่นนั้นเขาจะตกงาน เพราะ AI มันมาแทน” นายประดิษฐ์ กล่าว
สำหรับหนังสือที่ส่งมอบในครั้งนี้ ครอบคลุมหลากหลายหมวด โดยเน้นหนักสือเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ อาทิ ซูเปอร์ตดแมน 1 (MY), บ๊อคบ๊อค ตะลุยเมืองตัวเลขแสนหรรษา, สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว พ.19, สายใยใต้สมุทร 1, โลกและครอบครัว, นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ (ระยะเวลา 1 ปี) และนิตยสารศิลปวัฒนธรรม (ระยะเวลา 1 ปี) เป็นต้น





