ปวิน แรงจริง ไต่ขึ้นเบอร์ 2 จ่อชิงมงแชมป์ขายดี แอบสปอยล์ ‘การเมืองโลกหมุนรอบเรา’ ลั่น ‘เราสร้างชาติบนก้อนเมฆ’

27.10.26 | 14:41 น.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพิมพ์มติชน เปิดเผยอันดับหนังสือขายดีประจำวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเล่มที่น่าสนใจคือ IR IS USการเมืองโลกหมุนรอบเรา ผลงาน ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ซึ่งขึ้นอันดับที่ 2 เป็นรองเพียงผลงานของ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ ขณะที่ในวันแรกของการวางแผงที่บูธ J02 ในมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 31 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ก็สามารถขึ้นสู่อันดับที่ 3 ขณะที่อันดับ 1 คือ ความไม่รู้ คือ ความรู้อย่างหนึ่ง ผลงาน หนุ่มเมืองจันท์ และอันดับ 2 คือ The Future of Thailand: Next Move โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ผลงานของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ทั้งนี้ ศ.ดร.ปวิน เผยแพร่คลิปในช่องทางโซเชียลมีเดียของตน โดยกล่าวถึงที่มาของหนังสือ IR IS USการเมืองโลกหมุนรอบเราว่า ได้นำบทความภาษาอังกฤษมาปรับปรุงและเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย หลังจากสำนักพิมพ์มติชนติดต่อชักชวน โดยที่ผ่านมาตนไม่เคยคิดว่าจะทำมาก่อน เนื่องจากผลงานส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ อีกทั้งไม่ได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันมาเป็นเวลานาน จึงต้องใช้ความพยายามในการเรียบเรียงให้ถูกต้องทั้งหลักไวยากรณ์ คำศัพท์ และบริบททางภาษา


อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ตนได้เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กอยู่บ่อยครั้ง เนื้อหาที่นำเสนอช่วยอธิบายเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามการเมืองระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด กระทั่งสำนักพิมพ์มติชนเห็นว่าสิ่งที่ตนเขียนเป็นประโยชน์ เข้าใจง่าย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนาบทความเหล่านั้นให้กลายเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยผ่านการหารือกันว่าจะเขียนออกมาในรูปแบบใด ในที่สุดก็มาในธีมของการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่าไม่ได้อยู่ไกลตัวเรา แต่อยู่ใกล้กว่าที่คิด และก็ส่งผลกระทบต่อทุกคน

“หนังสือเล่มนี้หนาพอสมควรเกือบ 500 หน้า จริงแล้วต้นฉบับหนากว่านี้ แต่ลดทอนไปพอสมควร และแบ่งออกมาเป็น 3 ตอน ตอนแรกเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พยายามพูดถึงมายาคติที่คนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว โดยยกตัวอย่างว่า ที่เขียนเกี่ยวกับต่างประเทศมันคือเรื่องไกลตัวหรือเปล่า ฉันขายผัดไทย ส้มตำอยู่เมืองไทยฉันเกี่ยวด้วยเหรอ ที่จริงแล้วอยากบอกว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวอย่างที่คิดเลย ในส่วนนี้จะพูดในเรื่องตัวตนและพฤติกรรม นโยบายต่างประเทศและของไทย พูดถึงเรื่องรากเหง้า และรูปแบบไผ่ลู่ลม อันนี้จะเขียนเป็นอีกมุมมองหนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับนโยบายของไทย จริงๆแล้วเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติที่มันจับต้องได้อย่างเดียวหรือเปล่าหรือมันเป็นอย่างอื่นที่จับต้องไม่ได้แต่มีคุณค่าเช่นเดียวกัน ฟังแล้วอาจจะงงๆ ต้องไปอ่าน” ศ.ดร.ปวินกล่าว

Advertisement

โดยระบุด้วยว่า นโยบายต่างประเทศที่หลายคนมักจะพูดเรื่องที่เกี่ยวกับการเข้าไปมี Engagement เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมือง อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ตนเขียนผนวกกันทั้งนโยบายต่างประเทศ สิทธิมนุษยชน และมาตรา112

ศ.ดร.ปวินกล่าวต่อไปว่า ในตอนที่สอง ตนกล่าวถึงมิติต่างๆ ของนโยบายต่างประเทศไทย โดยหยิบยกประเด็นร่วมสมัยและสถานการณ์ที่ปรากฏในข่าวมาวิเคราะห์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ระดับโลกมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนไทยอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ตลอดจนคำถามว่าทำไมสงครามยังคงเกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ทั้งความขัดแย้งไทย-กัมพูชาและสงครามในภูมิภาคอื่นๆ ทั้งที่สังคมโลกให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการตอบคำถามว่าทำไม ณ วันนี้สงครามยังมีความหมายอยู่ รวมถึงประเด็นความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ที่ตนดูย้อนหลังในแง่ของประวัติศาสตร์ และเรื่องของแผนที่

“ต่อไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษานโยบายเรื่องต่างประเทศ เรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้ง เรื่องเกี่ยวกับสันติศึกษาในไทย และนำไปสู่เรื่องของวาทกรรมของรัฐ เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ผมพูดทำนองว่า รัฐไทยชอบโฟกัสเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก เพราะการพูดถึงความมั่นคงคือการให้ความชอบธรรมต่อรัฐไทยอีก 2 อันสุดท้ายค่อนข้างทันสมัยมาก เป็นเรื่องของอธิปไตยที่อยู่บนก้อนเมฆ เราสร้างชาติบนก้อนเมฆ และเรื่องเกี่ยวกับโควิด-19 มาหลายปีมาแล้วแต่โควิดตอนนั้นมันส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร รวมถึงนโยบายต่างประเทศด้วย” ศ.ดร.ปวิน กล่าว

ศ.ดร.ปวิน กล่าวว่า สำหรับตอนสุดท้าย เกี่ยวกับบทสนทนาเชิงปรัชญาและพื้นที่ทางด้านการเมืองใหม่ ซึ่งตนได้สัมภาษณ์และพูดคุยกับนักปรัชญาระดับโลก จึงอยากนำประสบการณ์มาแบ่งปัน

“เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับนักปรัชญาระดับโลก คืออาจารย์ อัฟราม โนอัม ชอมสกี (Avram Noam Chomsky) โดยได้ไปสัมภาษณ์เรื่องอำนาจนิยม เสรีภาพ และคนรุ่นใหม่ ว่ามีความคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างไรซึ่งอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด อีกประเด็นหนึ่งคือการทำงานทางวิชาการร่วมกับสลาวอย ชิเซก (Slavoj Žižek) นักปรัชญาชาวสโลวีเนีย ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปลดแอกจากปัญหาทางการเมืองและการเปลี่ยนผ่านจากเผด็จการสู่ประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ รวมถึงประเด็นความสุขกับการเมืองด้วย” ศ.ดร.ปวินกล่าว

ศ.ดร.ปวิน ทิ้งท้ายว่า แม้หนังสือเล่มนี้จะเป็นงานทางวิชาการ แต่พยายามลดทอนศัพท์เฉพาะและภาษาวิชาการที่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเมืองระหว่างประเทศสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาได้ พร้อมย้ำว่าประเด็นต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่จำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงวิชาการหรือผู้กำหนดนโยบาย แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

สำหรับหนังสือ IR IS US การเมืองโลกหมุนรอบเรา ราคาปก 430 บาท หากซื้อในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ราคาอยู่ที่ 366 บาท

ทั้งนี้ 10 อันดับขายดีประจำวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาของสำนักพิมพ์มติชน ได้แก่
อันดับที่ 1: ความไม่รู้ คือ ความรู้อย่างหนึ่ง (ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจลำดับที่ 37)
โดย ‘หนุ่มเมืองจันท์‘
อันดับที่ 2: IR IS US การเมืองโลกหมุนรอบเรา
โดย ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
อันดับที่ 3: Amidst the Mainland Geopolitics ไทยในสมการอำนาจอาเซียนภาคพื้นทวีป
โดย ปิติ ศรีแสงนาม และ จักรี ไชยพินิจ
อันดับที่ 4: The Future of Thailand: Next Move โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ (ปกอ่อน)
โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
อันดับที่ 5: The Lacquer Lady นางในผู้ล่มมัณฑะเลย์
โดย F. Tennyson Jesse
แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส
อันดับที่ 6: ความหวังไม่เคยไร้ทาง
โดย รวมนักเขียน 12 ท่าน ได้แก่ ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (เกตุวดี Marumura), ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย, โตมร ศุขปรีชา, ธัชพล ลิ้มบรรเจิดกุล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รวิศ หาญอุตสาหะ, ศรศวัส มลสุวรรณ (คิดมาก), สันติธาร เสถียรไทย, สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ, Whenimfeeeling, ธัชพล ลิ้มบรรเจิดกุล, หฤทัย บัวเขียว และ Rosaline
อันดับที่ 7: สหายหญิงปฏิวัติ
โดย ธัญญพร มากคง
อันดับที่ 8: Genesis ปฐมกาลแห่งเอไอ: ปัญญาประดิษฐ์พลิกโฉมมนุษยชาติ
โดย Henry A Kissinger, Eric Schmidt, Craig Mundie
แปลโดย ธิดา จงนิรามัยสถิต
อันดับที่ 9: Horo Life 2027 ดวงเมืองดวงชีวิต
โดย ทีมโหร และ นักวิชาการ
อันดับที่ 10: เตมูจิน กับมหานทีแห่งถ้อยคำ
โดย ภาณุ ตรัยเวช