ห่วงรางวัลซีไรต์สะดุด ทุนสูง-สปอนเซอร์วูบ ชี้กำลังวิกฤต กระทบงานสร้างสรรค์

27.09.17 | 09:48 น.

ห่วงรางวัลซีไรต์สะดุด ทุนสูง-สปอนเซอร์วูบ ‘จรูญพรง ชี้กำลังวิกฤต กระทบงานสร้างสรรค์ ส.นักเขียนยันเดินหน้า เฟ้น-ตัดสินหนังสือเด่น

แฉเป็นข้อๆ ‘วิกฤตซีไรต์’ นักวิจารณ์วรรณกรรมเผย ‘โอเรียนเต็ล’ สปอนเซอร์หลักไม่อยากแบกภาระ นายกสมาคมนักเขียนแจงยังไม่รู้ข้อเท็จจริง ‘บินหลา’ ลั่นแก้ระบบต้องตัดลูกเกรงใจ

นักวิจารณ์แฉวิกฤต ‘ซีไรต์’

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสการส่งต่อและแสดงความเห็นในโลกออนไลน์อย่างคับคั่ง หลังจากที่นายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย นักวิจารณ์วรรณกรรม และกรรมการรางวัลวรรณกรรมหลายเวที ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “วิกฤตซีไรต์ 2560” โดยเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ ที่เผชิญกับปัญหาสปอนเซอร์ลดลง ส่งผลให้งบประมาณลดลง กระทบกับการแจกรางวัลเงินรางวัล โดยเฉพาะประเด็นผู้บริหารรุ่นใหม่โรงแรมโอเรียนเต็ล ที่ไม่อยากแบกรางวัลนี้ไว้ ท่าทีของโอเรียนเต็ลและปัญหาที่สะสมมานาน สร้างแรงกระทบให้สมาคมที่เกี่ยวข้องต้องคิดทบทวนว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับซีไรต์ แว่วๆ อีกครั้งว่าปีหน้าเราอาจได้ยินความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันแบบเต็มๆ

นายจรูญพรระบุอีกว่า ผ่านมากว่าสามสิบปี ถ้าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรก็คงไม่แปลก อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นในยุคอ่อนโรยของหนังสือ คงต้องจับตาดูกันต่อไปครับ

เจ้าตัวเผยสปอนเซอร์ไม่เข้า

ต่อมานายจรูญพรให้สัมภาษณ์ “มติชน” ว่า วิกฤตตรงนี้เป็นในเชิงของการจัดประกวด ไม่ใช่เชิงคุณภาพหนังสือ เนื่องจากเป็นกรรมการอยู่หลายครั้งและมีโอกาสได้พูดคุยกับทางเจ้าที่ของโรงแรมที่เข้ามาประสาน ทราบว่าเขาก็มีความกังวลเรื่องของงบสนับสนุนการจัดงาน เพราะแต่ละครั้งต้องมีการนำนักเขียนจากประเทศต่างๆ เข้ามา มีค่าใช้จ่ายเยอะ โดยปีหลังๆ เริ่มมีปัญหาว่าสปอนเซอร์น้อยลง และหายากขึ้น ทำให้ทางโอเรียนเต็ลเริ่มเปรยว่าไม่ค่อยอยากจะทำตรงนี้สักเท่าไหร่ แต่ตนยังไม่ได้คุยในระดับผู้บริหารโดยตรง เพียงแต่ได้พูดคุยกับฝ่ายที่ทำหน้าที่

Advertisement

“ส่วนตัวอยากให้มีรางวัลต่อ เพราะมีความสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์วรรณกรรมไทย เป็นรางวัลที่ทำให้นักเขียนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางถ้าเทียบกับรางวัลอื่นที่มี รางวัลนี้คนที่ได้รับจะเป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับ มีที่ยืนอย่างมั่นคงแข็งแรงในเส้นทางวรรณกรรม ดังนั้น รางวัลนี้มีความสำคัญมาก ซึ่งผมยังไม่มองเห็นทางว่าจะสร้างรางวัลอื่นแล้วทำให้เกิดได้ในระดับนี้ ซึ่งถ้ายกเลิกไปเลยคงจะทำให้แวดวงวรณกรรมคงจะเหงาๆ ซึ่งคนอาจจะมองว่ารางวัลเป็นเรื่องของภายนอก แต่รางวัลนี้คล้ายๆ เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่คนวรรณกรรมหรือนักเขียนที่ต้องการสร้างสรรค์งานต่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ในอนาคตผมไม่แน่ใจว่าถ้าไม่มีรางวัลเหล่านี้ สำนักพิมพ์ต่างๆ จะกล้าพิมพ์งานโดยไม่มีพื้นที่สำหรับส่งประกวดหรือเปล่า” นายจรูญพรกล่าว

นายกสมาคมเผยยังไม่รู้ปัญหา

ด้านนางกนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว สิ่งที่ออกมาตอนนี้เป็นเรื่องที่ นายจรูญพรเขียนโดยเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ข้างนอก ส่วนเป็นปัญหาตามที่เขียนจริงหรือไม่นั่น มันก็ใช่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสียทีเดียว ต้องบอกว่าปีที่แล้วไม่ได้รับรางวัลจริง ไม่ได้มีพิธีรับรางวัลจริง ส่วนจะทำต่อไปไหม มีปัญหาจริงไหมเรื่องสปอนเซอร์ต่างๆ ตรงนี้ไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องของทางโอเรียนเต็ลคงจะตอบแทนไม่ได้ ในส่วนของสมาคมเราก็ยังทำหน้าที่ของเราที่เราทำอยู่ คือเป็นผู้คัดสรรและตัดสินผลงาน ส่วนการจัดการ การกำหนดวันรับรางวัล หรือเรื่องเงินรางวัลและการประสานงานต่างๆ เป็นเรื่องของเจ้าภาพ

“สำหรับรางวัลซีไรต์เป็นรางวัลที่มีความหมายสำหรับนักเขียนเสมอมา วันเวลาก็ผ่านไปมันก็มีความสำคัญของมัน ในยุคหนึ่งก็เป็นเรื่องของการกระตุ้นการอ่าน เป็นรางวัลที่มีเกียรติและเป็นที่รู้จักในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะไม่ใช่รางวัลที่อยู่ในประเทศไทยประเทศเดียว แต่ทุกอย่างก็มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นไปตามวาระ แต่ที่พูดไม่ได้หมายความว่ารางวัลนี้จะหายไป แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามธรรมชาติเชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็แก้ปัญหาได้ แต่ทั้งนี้เราก็ยังไม่ทราบว่ามีปัญหาจริงหรือไม่ สิ่งที่นายจรูญพรพูดทั้งหมดเป็นปัญหาจริงหรือไม่ตรงนี้ก็ยังไม่ทราบจริงๆ”

 ‘บินหลา’ลั่นต้องแก้ไขระบบจัดการ

นายวุฒิชาติ ชุ่มสนิท เจ้าของนามปากกา บินหลา สันกาลาคีรี นักเขียนรางวัลซีไรต์ปี 2548 กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มองเป็นสัญญาณที่ไม่ดีของวงการหนังสือ แต่คิดว่าเป็นปัญหาเรื่องการจัดการมากกว่า เมื่อทราบปัญหาแล้วต้องจัดการ แต่เมืองไทยการจัดการทำไม่ได้กับทุกอย่าง เพราะมีคำว่าเกรงใจค้ำอยู่ กลัวกระทบนั่นนี่ จึงไม่อาจแก้ไขได้ตามที่ควรเป็นเกิดอยู่ต่อเนื่องมา ซึ่งถ้าทุกฝ่ายมองเห็นปัญหาแล้วกระบวนการแก้ไขก็ไม่น่าจะยาก หากไม่มีเรี่ยวแรงแก้ปัญหาก็ออกไปให้คนอื่นเข้ามารับหน้าที่และจัดการปัญหาในรางวัลนี้ต่อไป สำหรับตนก็งงว่าทำไมสปอนเซอร์ถึงคงอยู่นานนัก สปอนเซอร์มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของรางวัล ถ้าเป้าหมายไม่ตรงกับที่คาดหวังเขาก็มีสิทธิถอน และมีสิทธิที่รายใหม่จะเข้ามา อย่างกีฬาฟุตบอลถ้วย ก. เปลี่ยนหน้าตลอด แต่รางวัลนี้ทำไมไม่เปลี่ยน แล้วถ้าเปลี่ยนจะมีปัญหาอะไร เจ้าภาพควรเป็นคนเริ่มต้นจัดการก่อน ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้หากภาครัฐเข้ามาช่วยกลัวจะล้มเหลวมากกว่า เพราะจะเต็มไปด้วยเงื่อนไขหลายอย่างที่ไม่เอื้อให้รางวัลยืนได้อย่างน่าภาคภูมิใจ และแม้รางวัลนี้จะหายไปก็เชื่อว่าจะมีรางวัลใหม่เข้ามาแทนที่ แต่ตนก็ไม่ได้อยากให้หายไป

“รางวัลเป็นแค่หนึ่งในหลายๆ สิ่งที่จะมาชี้นำผู้อ่าน จะมีผลบ้าง แต่ถ้าเราเชื่อมั่นในกระบวนการอ่าน เชื่อมั่นในวิธีพิจารณา และเชื่อมั่นในรางวัลอื่นที่จะมามีส่วนประกอบมีส่วนตัดสิน ก็ไม่คิดว่าจะมีผลเสียหาย รางวัลนี้เป็นแค่หนึ่งในตัวชี้นำ แต่เห็นด้วยว่าควรจะมีหลายรางวัลและหลายความเห็นเข้ามามีส่วนต่อการอ่านในเมืองไทย จะได้ลดการชี้นำโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” นายวุฒิชาติกล่าว

กวีซีไรต์เผยเป็นสิทธิผู้สนับสนุน

นายมนตรี ศรียงค์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2550 กล่าวว่า ไม่รู้ว่าในองค์กรเกิดปัญหาอะไรขึ้น เป็นเพียงคนภายนอกที่มองเข้าไป หากมองเรื่องเงินทุน เงินรางวัล นั่นเป็นเรื่องของเขา เงินของเขา จะให้หรือไม่ให้ หรือจะให้เท่าไหร่ ลดน้อยลงเท่าไหร่ก็ได้ เพราะหน้าที่ของนักเขียนคือการสร้างผลงานตัวเองให้ดีที่สุด ซีไรต์เป็นรางวัลทรงเกียรติเหมือนรางวัลอื่นทั่วๆ ไป คือมีการมอบรางวัลให้จากกรรมการชุดหนึ่งในห้วงเวลาหนึ่ง ตอนนี้เมื่อซีไรต์ พานแว่นฟ้า หรืออะไรก็ตาม หากเกิดปัญหาภายในของการจัดการรางวัล

โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของเขา เงินของเขา จะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ ให้เท่าไหร่ก็ได้ ให้ลดลงก็ได้ ในกรณีซีไรต์เองมีเรื่องโรงแรม มีพันธมิตรของเขาเข้ามา เขาจะพอใจให้ ไม่ให้ ให้เท่าไหร่ หรือจะถอนตัวไหม ตรงนี้เราเป็นนักเขียนเราไปโวยวายไม่ได้

นักเขียนหนุ่มชี้เลิกยึดติดรางวัล

ขณะที่นายนิธิ นิธิวีรกุล นักเขียนรุ่นใหม่ซึ่งเคยมีผลงานเข้ารอบซีไรต์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้เรื่องปัญหาเชิงลึก แต่เมื่อประเมินภาพรวมวงการ กระแสสื่อสิ่งพิมพ์ลดลง จำนวนยอดขายลดลง จากที่คุณจรูญพรระบุว่าผู้บริหารโอเรียนเต็ลเปลี่ยนรุ่นแล้ว คิดว่าก็เข้าใจได้ที่จะเป็นเหตุผลไม่สนับสนุนต่อ ซึ่งปัญหานี้ถ้าจะมีการแก้โดยภาครัฐเข้ามา คิดว่ารางวัลมันไม่ควรอยู่กับภาครัฐ ถ้าเราอยู่ในรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยก็สมควรที่รัฐบาลจะสนับสนุนให้วงการหนังสือไปได้ไกลกว่าแค่ต้องมายึดติดกับรางวัล ควรมีการส่งเสริมการแปลงานไทยไปสู่สากล ส่งเสริมการใช้กระดาษ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของสำนักพิมพ์ต่างๆ ในการผลิต และจะเป็นห่วงโซ่ต่อไปจนเราสามารถลดต้นทุนหนังสือ ลดราคาหนังสือ จูงใจให้คนซื้อหนังสือได้มากขึ้น แต่ปัญหาคือรัฐไม่สนับสนุน ยิ่งรัฐบาลแบบนี้ไม่หวังเลย

“ปัญหานี้ ทำไมจึงไม่มองผู้สนับสนุนอื่นหรือขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่าแค่รางวัล ไม่ได้มองว่ารางวัลซีไรต์ไม่ดี แต่ถ้าจะมีต่อไปควรเป็นอะไรมากกว่าแค่รางวัลซีไรต์” นายนิธิกล่าว