‘จิระนันท์’ แนะเสริมทัพ สนับสนุนรางวัล ‘ซีไรต์’ นักวิชาการชี้อย่ายึดติด

28.09.17 | 13:38 น.

‘จิระนันท์ พิตรปรีชา’ กวีซีไรต์ เข้าใจสปอนเซอร์รางวัลวรรณกรรมอาเซียนลดลง แต่ควรหาจากที่อื่นมาเป็นทัพเสริมเพื่อให้รางวัลนี้คงอยู่ต่อไป เชียร์ วธ.เข้ามาช่วย ด้านอาจารย์ ‘อาทิตย์ ศรีจันทร์’ ค้านภาครัฐสนับสนุน ชี้จะยิ่งมีปัญหาใหญ่ เชื่อถึงไม่มีซีไรต์ก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านหนังสือน้อยลง หรือถ้ายังมีอยู่ก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านมากขึ้น

กรณีนายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย นักวิจารณ์วรรณกรรม และกรรมการรางวัลวรรณกรรมหลายเวที โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “วิกฤตซีไรต์ 2560” โดยระบุถึงรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนหรือซีไรต์ กำลังเผชิญปัญหาสปอนเซอร์ลดลง ส่งผลให้งบประมาณลดลง และผู้บริหารรุ่นใหม่โรงแรมโอเรียนเต็ลไม่อยากแบกภาระรางวัลนี้ไว้นั้น

เมื่อวันที่ 27 กันยายน นางจิระนันท์ พิตรปรีชา นักเขียนที่เคยได้รับรางวัลซีไรต์จากกวีนิพนธ์ ‘ใบไม้ที่หายไป’ เมื่อปี 2532 ให้สัมภาษณ์ว่า แม้รางวัลซีไรต์ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดยภาคเอกชน โดยมีสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กับสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย เข้าไปมีบทบาทในการคัดเลือกตัดสิน ถือเป็นรางวัลใหญ่และมีส่วนในการส่งเสริมวงการวรรณกรรมไทยให้คึกคัก แต่หากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต้องยอมรับ เพราะที่ผ่านมาโอเรียนเต็ลรวมถึงสปอนเซอร์รายอื่นก็ให้การสนับสนุนมาอย่างดี อย่างไรก็ตามถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็น่าจะมีคณะกรรมการหรือหน่วยงานใดมาช่วยบริหารจัดการให้รางวัลนี้ยังคงอยู่

“เข้าใจนะ ว่าโอเรียนเต็ลตั้งแต่เริ่มต้นเขาก็ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ได้อะไรเลย แล้วเขาก็ทำหน้าที่มาอย่างดี เราไม่มีสิทธิไปประท้วง แต่ต้องหาทางให้รางวัลนี้อยู่ได้ และหาคนที่บริหารจัดการได้ ในเมื่อซีไรต์เป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานของวงวรรณกรรม ถ้าสปอนเซอร์ท้อถอยคณะกรรมการก็ควรจะหาคนอื่นมาเป็นทัพเสริม หรือถ้ากระทวงวัฒนธรรมมาช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วยก็ยิ่งดีเลย”

ด้านนายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ นักเขียนเจ้าของผลงาน ‘แม่น้ำรำลึก’ ที่รางวัลซีไรต์ ในปี 2547 บอกว่า ไม่มีความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้ ก็แล้วแต่ความเป็นไปของรางวัล และถึงจะไม่มีรางวัล คนทำงานเขียนก็ยังทำงานกันต่อไป

Advertisement

“รางวัลก็มีหนทางของมัน รางวัลนี้หายก็อาจจะมีรางวัลใหม่ขึ้นมา นักเขียนหลายคนเกิดขึ้นมาเพราะต้องการเป็นนักเขียน ไม่ได้ต้องการได้รางวัล” นายเรวัตร์กล่าว

นายอาทิตย์ ศรีจันทร์ นักวิชาการด้านวรรณกรรมและอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวว่า รางวัลซีไรต์เกิดวิกฤตมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้น สังคมไทยให้ความสำคัญกับรางวัลซีไรต์มากจนล้นเกิน การทำให้รางวัลซีไรต์เป็นสถาบันทางวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพียงสถาบันเดียว มันจะเป็นปัญหายิ่งใหญ่มากๆ ทางการอ่านวรรณกรรมไทย เพราะรางวัลซีไรต์มีปัญหาตรงที่มีเรื่องการเมืองตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่คำว่าสร้างสรรค์แล้ว คำว่าวรรณกรรมสร้างสรรค์มันเป็นเรื่องการเมืองแน่ๆ

นายอาทิตย์กล่าวว่า สังคมไทยให้ความสำคัญกับรางวัลซีไรต์มากเกินไป ทั้งๆ ที่มันมีหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ไม่ได้รางวัลซีไรต์แต่มันไม่เคยถูกอ่านเลย ยกตัวอย่างว่าทุกคนรู้จัก“แดนอรัญ แสงทอง” และรู้จักเพราะเขาได้รางวัลซีไรต์ แต่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีใครรู้จัก“แดนอรัญ แสงทอง” เลย ทั้งๆ ที่เขาเขียนเรื่องเงาสีขาว และเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่ง “แดนอรัญ แสงทอง” ได้รางวัลทางวรรณกรรมจากฝรั่งเศสก่อนได้รางวัลซีไรต์เสียอีก

“สังคมไทยให้ความสำคัญกับรางวัลซีไรต์มากเกินไป มากจนล้นเกิน พอบอกว่ามันเป็นวิกฤต ผมเลยค่อนข้างรู้สึกว่ามันตลก เพราะรางวัลซีไรต์บางปี ผมอ่านแล้วก็ตั้งคำถามว่า อ๋อเหรอ หนังสือแบบนี้ได้รางวัลด้วยเหรอ ผมว่าหากวันหนึ่งรางวัลนี้หายไปก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านหนังสือน้อยลง หรือหากมีอยู่ก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น” นายอาทิตย์กล่าว

นายอาทิตย์กล่าวว่า ส่วนเรื่องเงินทุน ถ้าพิจารณากันในแง่เศรษฐกิจ โรงแรมโอเรียนเต็ลเป็นเจ้าภาพ โรงแรมโอเรียนเต็ลเขาลงทุน แต่เหมือนสปอนเซอร์ขอลดจำนวนเงินลงเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ คำถามคือโรงแรมโอเรียนเต็ลเขาลงทุนแล้วเขาได้อะไร อันนี้ต้องคิดในทางธุรกิจว่าเขาลงทุนแล้วเขาได้อะไร ไม่แปลกใจที่โพสต์ของ“จรูญพร ปรปักษ์ประลัย” นักวิจารณ์วรรณกรรม มองว่ารางวัลซีไรต์มันเป็นภาระ ตนคิดว่ามันไม่เป็นภาระของโรงแรมโอเรียนเต็ล แต่มันเป็นภาระของสังคมไทยด้วยในเรื่องการอ่านวรรณกรรม เพราะว่าเราให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป แล้วเงินค่ารางวัลซีไรต์ก็ไม่ได้เยอะ

“ถามว่าควรมีรางวัลวรรณกรรมไหม มีไว้ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ตัวอุดมการณ์ของรางวัลนี้มันควรจะให้มีหลากหลาย ถ้าเกิดคุณคิดว่ารางวัลพานแว่นฟ้า เฮงซวย เพราะมันเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของรัฐบาล ผมคิดว่ารางวัลซีไรต์ก็ไม่ต่างกันหรอก ถามว่าถ้าให้ภาครัฐเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ ผมมองว่านั่นจะยิ่งสร้างปัญหาใหญ่ขึ้นมาอีกปัญหาหนึ่งเหมือนกัน เพราะวรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องควรได้รับการยกย่องจากชุมชน จากสังคมมากกว่าที่จะเป็นภาครัฐ ดังนั้นรางวัลซีไรต์ถ้ามันไม่มีซะ มันก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านหนังสือน้อยลง หรือถ้ามีมันก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น” นายอาทิตย์กล่าว