เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร จัดเสวนา MODERN MUSKTEER : Friendship Never Ends เปิดปรากฏการณ์วรรณกรรมชั้นเลิศของโลก “ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ – Les Trois Mousquetaires” โดย วัลยา วิวัฒน์ศร ผู้แปล กล้า สมุทวณิช นักเขียนและคอลัมนิสต์ ยุรี เกนสาคู ผู้ออกแบบแจ็กเก็ตหุ้มปก และ ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ดำเนินรายการโดย วิกรานต์ ปอแก้ว พร้อมกันนี้ทางสำนักพิมพ์มติชนได้นำหนังสือพ็อกเก็ตบุคมาจำหน่ายในราคาพิเศษด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในงานเสวนาได้รับความสนใจจากนักอ่านเป็นจำนวนมาก
วัลยา วิวัฒน์ศร ผู้แปล กล่าวว่าวรรณกรรมฝรั่งเศสมีจำนวนมากและที่ตนเองอยากแปลก็มีมาก เล่มนี้เป็นเล่มหนึ่งที่อยากแปล เพราะเป็นวรรณกรรมที่สนุก และสำหรับตนเองหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าทางมิติเวลา ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากประเทศสู่ประเทศ จึงอยากให้คนไทยได้อ่านฉบับสมบูรณ์
“ดิฉันเคยอ่านเวอร์ชั่นของท่าน “สันตสิริ” ท่านเขียนไว้ในหน้าคำนำว่าท่านไม่ได้แปลฉบับสมบูรณ์ และแปลจากฉบับภาษาอังกฤษ ดิฉันในฐานะนักแปลเข้าใจว่าด้วยความคิดถึงผู้อ่านอะไรที่ดัดแปลงได้เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายก็จะใส่เข้าไป ฉะนั้นในเวอร์ชั่นเดิม หนึ่ง เป็นฉบับที่ไม่สมบูรณ์ สอง แปลมาจากภาษาอังกฤษ ดิฉันจึงคิดจะแปลงานชิ้นนี้

อาจารย์วัลยาบอกอีกว่าเรื่องนี้เป็นประวัติศาสตร์ของดาร์ตาญัง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13- 14 ดูมาส์ ได้รับยกย่อง เป็นผู้เขียนนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสมีงานเขียนมากมายกว่า 100 เรื่องและที่เป็นบทละครอีก 90 กว่า ชิ้น ส่วนใหญ่เนื้อหาว่าด้วยประวัติศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวกับพระราชา เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

สิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับจากการอ่าน “ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ” อาจารย์วัลยาบอกว่ามีทั้งอรรถรส เนื้อเรื่อง การผูกโครงเรื่อง การนำเสนอ การพรรณนา บทสนทนา และคุณค่าของมิตรภาพการรักชาติแบบฝรั่งเศสในยุคนั้น
“ตอนแปลดาร์ตาญัง ดิฉันถามสำนักพิมพ์ว่าจะพิมพ์หรือไม่จึงแปล เพราะเป็นนวนิยายที่ยาวมาก แต่ตอนนี้ได้อ่านภาคสองแล้วยังไม่ได้ถามสำนักพิมพ์เลย แต่ดิฉันจะแปลแน่นอน เพราะมีฉากละเมียดละไม กินใจ ผู้เขียนยิ่งเขียนยิ่งเก่งขึ้น จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา”

ทางด้านกล้า สมุทวณิช บอกว่า ถ้าหนังสือเล่มนี้ไม่มีการแปลเป็นภาษาไทย คงจะไม่มีใครได้อ่านฉบับสมบูรณ์ เพราะก่อนหน้านี้มีแต่ฉบับไม่สมบูรณ์และฉบับย่อ และทำให้เห็นความแพรวพราวของอเล็กซองด์ร์ ดูมาส์ และสำหรับในมุมมองของนักอ่านเราจะได้เห็นบรรยากาศในยุคศตวรรษที่ 17 เราได้รู้ว่าสมัยนั้นเกิดอะไรขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการเขียนถึงเหตุการณ์เมื่อ 200 กว่าปีก่อนหน้า แต่ด้วยความสามารถของนักเขียนทำให้เราได้รู้ว่าบรรยากาศในยุคนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์ทำไม่ได้ แต่อเล็กซองด์ร์ ดูมาส์ ทำได้ดีมาก ทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปในยุคนั้น เดินตามหลังดาร์ตาญัง ชนิดที่แทบจะได้กลิ่นเลย
“ความโดดเด่นที่สุดของหนังสือเล่มนี้คือความสนุก สามารถเอาเรื่องประวัติศาสตร์มาเขียนให้เป็นเรื่องการผจญภัยที่สนุกได้” กล้า บอก



