เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายอุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ให้สัมภาษณ์มติชนถึงการประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมล่าสุด ซึ่งมอบให้ นายคาซูโอะ อิชิงุโระ นักเขียนชาวอังกฤษเชื้อสายญี่ปุ่น อายุ 63 ปี
“คาซูโอะ อิชิงุโระ” นักเขียนอังกฤษเชื้อสายญี่ปุ่นคว้าโนเบลวรรณกรรม
อุทิศกล่าวว่า ชื่อของ อิชิงุโระ ไม่อยู่ในรายชื่อของหลายสำนักที่เก็งรางวัลกันในปีนี้ ไม่ได้หมายความว่าผลงานของอิชิงุโระไม่มีคุณค่าพอสำหรับรางวัลโนเบล ผลงานของเขามีคุณสมบัติครบถ้วน แต่กระแสการคาดเดาของหลายคนมองไปที่นักเขียนชาติอื่น คนจะมองว่า อิชิงุโระอยู่ในกลุ่มกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นขึ้นมาจนนึกถึง แต่ผลงานของเขาสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่รอเวลาว่าจะได้โนเบลเมื่อไหร่
เหตุผลที่การประกาศผลปีนี้ทำให้รู้สึกประหลาดใจเพราะ 1.อยู่นอกสายตา 2.ยังหนุ่มอยู่
ขณะที่ราชบัณฑิตสภาสวีเดน ผู้พิจารณารางวัลโนเบลระบุว่า งานของอิชิงุโระ “เป็นงานเขียนเปี่ยมพลัง สามารถแสดงพลังทางอารมณ์ได้สูงสุด เพื่อเปิดโปงถึงความชั่วร้ายในเบื้องลึกลงไปในมายาสำนึกของผู้คนซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องเชื่อมโยงกับโลกภายนอก”
อุทิศบอกว่า อิชิงุโระเขียนนิยายเป็นหลัก แม้จะมีเรื่องสั้นบ้าง แต่ผลงานโดดเด่นคือการเขียนนิยาย เรื่องเด่นคือ The Remains of the Day ซึ่งถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย โดยผลงานของเขาที่มีการแปลเป็นไทยมี 2 เล่มคือ 1.The Remains of the Day 2.Never Let Me Go
“งานของอิชิงุโระเป็นลักษณะแบบคลาสสิก งานบลิติชยุคเก่า วิธีการเขียนเหมือนงานยุควิคตอเรียน และไม่ใช่แค่เนื้อหาเท่านั้น แต่วิธีคิดของเรื่องหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในนิยาย พูดถึงการเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนแปลงของจารีตประเพณีและขนบแบบเก่า ไปสู่รูปแบบชีวิตและสังคมแบบใหม่ด้วย แน่นอนว่าเป็นอังกฤษจ๋า แต่มีจุดเชื่อมโยงกับความเป็นญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน งานสไตล์อิชิงุโระเป็นแบบจักรวรรดินิยม (Imperialism) สะท้อนชีวิตคนยุคหนึ่งที่ต้องเปลี่ยนผ่าน จากที่เคยใช้ชีวิตในจารีตแบบแผนเดิม แล้วต้องเจอกับการปะทะของความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง เปลี่ยนผ่านการใช้ชีวิตของตัวเองสู่สังคมรูปแบบใหม่”

เขายกตัวอย่างว่า ในThe Remains of the Day พ่อบ้านในเรื่องเกาะติดกับความสมบูรณ์พร้อม ความเป็นสุภาพบุรุษ สิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอังกฤษแบบเก่า แต่เมื่อเจ้านายย้ายไป แล้วเจ้านายใหม่เป็นอเมริกันมาซื้อคฤหาสน์ ตัวของพ่อบ้านเป็นเหมือนวัตถุล้ำค่าจากอดีตติดมากับคฤหาสน์ แต่เขาต้องปรับตัวกับทัศนคติ ธรรมเนียม จารีตแบบใหม่ที่เจ้านายคนใหม่นำเข้ามา ญี่ปุ่นจะมีลักษณะแบบนี้เหมือนกัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
“ผลงานก่อนหน้านี้ อิชิงุโระเคยพูดถึงญี่ปุ่น อย่าง An Artist of the Floating World ซึ่งยังไม่ได้แปลเป็นไทย จะเห็นพัฒนาการของงานอิชิงุโระ เคลื่อนจากการส่องสำรวจโลกอดีตเมื่อครั้งบรรพกาลธรรมเนียมจารีตประเพณีที่ค่อยๆเปลี่ยนผ่านสู่โลกใหม่ จนผลงานยุคหลังอย่าง Never Let Me Go เป็นงานดิสโทเปีย ออกแนวไซไฟ พูดเรื่องสภาพจิตใจมนุษย์ ผู้ถูกเลี้ยงให้เติบโตเพื่อเป็นอะไหล่มนุษย์ให้คนอื่น จะมีมุมมองประหลาดๆ แต่เขาเล่าด้วยภาษาที่งดงามลื่นไหลมาก และน่าติดตาม
“งานเขียนเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกฟูมฟายตรงไปตรงมานัก มีอะไรจะเก็บไว้ข้างใน แสดงผ่านสภาวะความรู้สึกของตัวละคร เช่นพ่อบ้านในThe Remains of the Day จะเก็บความรู้สึกหรือเรื่องในบ้านของตัวเองกลับไปจัดการเองในโลกส่วนตัวหรือที่บ้าน เอาคำว่า ‘หน้าที่’ เข้ามาบริหารจัดการดำเนินชีวิตตัวเองให้เป็นปกติ รักษาสมดุลของชีวิตต่อไปได้ด้วยแบบแผนบางอย่างที่เคยใช้ชีวิตก่อนมา”
ส่วนที่นักอ่านชาวไทยจำนวนมากคาดหวังว่า ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนชาวญี่ปุ่นจะคว้ารางวัลโนเบลได้ โดยเฉพาะในปีหลังๆนี้
อุทิศมองว่า การพลาดรางวัลครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ามูราคามิไม่มีโอกาสที่จะได้ มูราคามิยังมีโอกาส ตนมองว่ามูราคามิสร้างสไตล์ลักษณะเฉพาะตัวเองในโลกวรรณกรรมและครองใจนักอ่านทั่วโลกได้ ฉะนั้นต้องให้เครดิตสิ่งที่เขาสร้างวัฒนธรรมป๊อบปักหมุดขึ้นมาในแวดวงวรรณกรรมโลกได้ ปรากฏการณ์เหล่านี้หาไม่ได้ง่ายๆ และมูราคามิสามารถทำได้
“ถือว่ามูราคามิสร้างปรากฏการณ์หนึ่ง เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง แต่ที่ยังไม่ได้ตอนนี้ ก็ยังมีนักเขียนอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ บางคนเหมาะสมจะได้โนเบล อายุ80-90 แล้ว ก็รอมานานเหมือนกัน เพราะ 1 ปีโนเบลประกาศได้ครั้งเดียวและไม่ได้พิจารณาจากอายุ ไม่ได้หมายความว่าแก่แล้วต้องได้ก่อน แต่พิจารณาจากผลงานทั้งชีวิตของนักเขียนคนนั้น ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เราไม่มีวันรู้ว่าคณะกรรมการโนเบลจะเลือกใครขึ้นมา แต่ตามกระบวนการโดยนักวิชาการอาจารย์ด้านวรรณคดีทั่วโลกจะรวมผลงานนักเขียนแต่ละคนเสนอเข้าไป แต่ละปีอาจมีส่งเข้าไปเป็นร้อยคน และค่อยๆคัดออกจนเหลือ 3 หรือ 5 คนสุดท้าย ช่วง 1 เดือนก่อนการตัดสิน คณะกรรมการจะมาอ่านผลงานของนักเขียนที่เข้ารอบเพื่อตัดสินใจ รายชื่อนักเขียนที่ถูกเสนอเข้าไปแต่ละปีจะรู้ได้ต่อเมื่อผ่านไปแล้ว 50 ปี อยู่ในฐานข้อมูลของเว็บไซต์รางวัลโนเบล
“มูราคามิมีโอกาสได้โนเบล แต่หนึ่งปีโนเบลประกาศคนเดียว และไม่ใช่มีแค่มูราคามิที่กองเชียร์รอให้ได้รางวัล ยังมีนักเขียนหลายคนเหมาะสมรางวัลนี้ที่เข้าคิวรออยู่” อุทิศกล่าว

