‘สู่ฟ้าเสวยสวรรค์’ เผยทัพหนังสือมากค่า ‘มติชน’ ใน ‘งานมหกรรมหนังสือ’

14.10.17 | 14:23 น.

เป็นประจำทุกเดือนตุลาคม สำหรับ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 22

ท่ามกลางบรรยากาศความอาลัยในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำนักพิมพ์มติชน เป็นหนึ่งในหลายๆ สำนักพิมพ์ ที่ร่วมตีพิมพ์หนังสือและสิ่งพิมพ์เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมกันบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย และร่วมแปรเปลี่ยนความรำลึกถึงเป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์ซึ่งจับต้องได้ เพื่อการเก็บรักษาความทรงจำให้ยาวนาน

ในปีนี้การตกแต่งบูธของมติชนจะประดับภาพเกี่ยวเนื่องพระเมรุมาศที่สวยงามสมบูรณ์ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของสำนักพิมพ์ในครั้งนี้ “สู่ฟ้าเสวยสวรรค์”

พร้อมกันกับกลุ่มหนังสือเด่นที่เครือมติชนตั้งใจนำเสนอ

1.สู่ฟ้าเสวยสวรรค์ โดยเครือมติชน จารึกความทรงจำล้ำค่าแห่งห้วงเวลาประวัติศาสตร์ หนังสือเล่มพิเศษรวบรวมทุกเรื่องราวของพระเมรุมาศองค์สำคัญที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่คติความเชื่อ เบื้องหลังการสร้างงานและภูมิปัญญาช่างชั้นสูง ด้วยข้อมูลเชิงลึก ภาพประกอบสวยงาม และบทสัมภาษณ์พิเศษผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์งานสร้างพระเมรุมาศ

Advertisement

มณฑล ประภากรเกียรติ หัวหน้ากองบรรณาธิการสำนักพิมพ์มติชน กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญในยุครัตนโกสินทร์ เมื่อพระเมรุมาศที่ก่อสร้างมาสุดท้ายต้องรื้อไป ข้อมูลเหล่านี้จะสูญหายหากไม่มีการบันทึกในรูปแบบสิ่งพิมพ์ หนังสือเล่มนี้จึงเหมือนเป็นเอกสารชั้นต้น

2.งานพระเมรุ : ศิลปสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่อง ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ บรรณาธิการ รวบรวมเรื่องธรรมเนียมการปลงศพในอดีตตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ สู่งานพระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับ “งานพระเมรุ” ในช่วงสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ขยายประเด็นไปถึงสังคมพหุวัฒนธรรมทุกพื้นที่ของอุษาคเนย์

“เนื้อหาในเล่มค่อนข้างครอบคลุมพื้นที่แถบดินแดนนี้ว่ามีธรรมเนียมอะไรบ้าง ตั้งแต่เริ่มแรกการปลงศพเป็นการก่อพิธีกรรมของชนพื้นเมือง มีตัวอย่างที่พม่าและพื้นที่อื่น ซึ่งทีมผู้เขียนเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม จึงมีการทำแบบแปลนรูปทรงสันนิษฐานของพระเมรุมาศ ครอบคลุมทั้งประเด็นพื้นที่และกลุ่มชน โดยคติความเชื่อเกี่ยวกับพระเมรุมาศจะเริ่มนิ่งเมื่อถึงยุค ร.5 มาจนถึงปัจจุบัน แต่เปลี่ยนเทคนิค วัสดุ เทคโนโลยี แต่คงคติความเชื่อดังเดิม” มณฑลกล่าว

3.ธรรมเนียมพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย (ปกแจ๊กเก็ตปั๊มทอง) โดย นนทพร อยู่มั่งมี, ธัชชัย ยอดพิชัย ว่าด้วยธรรมเนียมเกี่ยวกับพระบรมศพและพระศพเจ้านาย

อพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ รองผู้จัดการสำนักพิมพ์มติชน เล่าว่า หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว ภายหลังการสวรรคต กล่าวถึงธรรมเนียมพระบรมศพว่าเมื่อกษัตริย์และเจ้านายสวรรคตจะมีขั้นตอนพิธีอย่างไรบ้าง โดยเป็นธรรมเนียมในอดีตประวัติศาสตร์ แต่ในงานหนังสือครั้งนี้มีความพิเศษที่มติชนได้ทำแจ๊กเก็ตปั๊มทองลายเส้นงดงามหุ้มหนังสือในจำนวนจำกัด

4.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม 2560 (ปกแจ๊กเก็ตปั๊มทอง) ฉบับ น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมบทความเกี่ยวกับพระเมรุมาศในอดีต พิเศษปกแจ๊กเก็ตปั๊มทองรูปลายเส้นพระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 หุ้มปก 2 แบบ สีน้ำเงินกับสีเทา

มณฑล ประภากรเกียรติ-อพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ

มองเบื้องลึก เจาะเบื้องหลัง “ศิลปวัฒนธรรม”

อีกหนึ่งหมวดหนังสือของสำนักพิมพ์มติชนที่มีแฟนประจำอย่างเหนียวแน่น ในหนังสือประเภทศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

เริ่มที่เล่มเด่น ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต รวมบทความจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรมของ รศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ทางการแพทย์มาวินิจฉัยพระอาการ จนนำไปสู่การไขปริศนาว่าการสวรรคตของกษัตริย์ ราชินี หรือเจ้านายชั้นสูง เกิดจากพระโรค ปลงพระชนม์ หรือยาพิษ

มณฑลเล่าว่า ผู้เขียนเป็นสูตินรีแพทย์ รพ.ราชวิถี รวบรวมหลักฐานเอกสารชั้นต้นเกี่ยวกับกษัตริย์หรือเจ้านายช่วงสวรรคตที่ระบุพระอาการต่างๆ แต่ในอดีตไม่ได้เขียนข้อสรุปว่าสวรรคตด้วยโรคอะไร เพราะยังวินิจฉัยโรคไม่ได้

“คุณหมอดึงเอกสารชั้นต้นมาและใช้ความรู้ด้านการแพทย์วินิจฉัยว่ากษัตริย์แต่ละพระองค์สวรรคตด้วยโรคอะไร พบว่าแพทย์หลวงทั้งคนไทยและต่างชาติก็บกพร่องเหมือนกัน คือ รักษาตามอาการไม่ได้วินิจฉัยอะไร โดยมีเก่าสุดในสมัยอยุธยา คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสมัยรัตนโกสินทร์ คือ รัชกาลที่ 1-7 รวมถึงสมเด็จพระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ บางพระองค์”  มณฑลกล่าว

ต่อมาที่ ตาสว่างกับรัชกาลที่ 4 รวมบทความจากมติชนสุดสัปดาห์ โดย ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร สะท้อนเบื้องต้นต่อพระราชดำริเกี่ยวกับสังคมและการเมือง อ่านพระราชนิพนธ์ระหว่างบรรทัด ที่ทำให้เห็นแนวพระราชดำริและทรรศนะต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความตาสว่าง ตื่นรู้ และเปิดพระราชหฤทัยต่อข้อเท็จจริงใหม่ๆ บนโลก

“หนังสือตาสว่างกับรัชกาลที่ 4 ชี้ให้เห็นถึงการตื่นรู้ในยุคนั้น แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงรู้เท่าทันตะวันตกและนำมาปรับใช้กับประเทศไทยอย่างไร” อพิสิทธิ์กล่าว

ส่วน ภาษาเจ้า ภาษานาย การเมืองเบื้องหลังการศึกษาภาษาอังกฤษ สมัยรัชกาลที่ 5 โดย ดร.อาวุธ ธีระเอก นั้น มณฑลแนะนำว่าเป็นเรื่องการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคเปิดประเทศที่มีวิทยาการใหม่ๆ เข้ามา จึงต้องพัฒนาภาษาอังกฤษโดยด่วน

“เกิดการศึกษาภาษาอังกฤษ แต่มีเพียงชนชั้นสูงระดับเจ้านายที่เข้าถึงโอกาส หากเป็นราษฎรทั่วไปต้องมีทุนทรัพย์จำนวนมากจึงจะได้เรียน ส่งผลต่อสภาพสังคมสมัยนั้นว่ามีแต่ชนชั้นเจ้านายที่ก้าวหน้า จึงนำมาสู่ชื่อหนังสือว่า ภาษาเจ้าภาษานาย”  มณฑลกล่าว

นอกจากนี้ ยังมี แกะปมจินตภาพ นาย ก.ศ.ร.กุหลาบแห่งกรุงสยาม โดย บุญพิสิฐ ศรีหงส์ แกะปมทุกข้อกล่าวหาต่อ ก.ศ.ร. กุหลาบ และบทบาทการจัดการความรู้ที่มีผลต่อสังคมไทย, รามเกียรติ์วัดพระแก้ว เขียนใหม่สมัยรัชกาลที่ 7 โดย รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล เสนอประเด็นว่าทำไมระเบียงคดที่วัดพระแก้วจึงเขียนเรื่องรามเกียรติ์ เพราะน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาทนครวัด

ภารตะ-สยาม ผี พราหมณ์ พุทธ? โดย คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง รวมบทความของเชฟหมีที่ช่วยคลี่คลายความเข้าใจเรื่องศาสนาในสังคมไทย และ วัด-เจดีย์ : ในและนอกเกาะกรุงศรีอยุธยา โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม รวบรวมข้อมูล สรรค์สร้างรูปทรงสันนิษฐานที่เคยสมบูรณ์ในอดีตของโบราณสถานในกรุงศรีอยุธยา

ครบนิยาย-ประวัติศาสตร์แดนมังกร

เดินมาถึงฉบับที่ 7 แล้ว สำหรับหนังสือนวนิยายจีนที่มีแฟนนักอ่านติดตามเหนียวแน่น ยอดกุนซือทะลุมิติ เล่ม 7 โดยมู่อี้ แปลโดยกระดิ่งหยก นวนิยายสืบสวนสอบสวนเรื่องเยี่ยมที่มีเสียงถามไถ่จากผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอถึงการตีพิมพ์เล่มต่อไป

หลังสิ้นบัลลังก์มังกร ประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนผ่าน โดย เส้าหย่งและหวังไห่เผิง แปลโดยกำพล ปิยะศิริกุล เล่าประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่เกิดสงครามฝิ่นจนถึงสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนตามไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ แถมเกร็ดความรู้ประกอบการอ่านเพื่อความเข้าใจง่าย

และนิยายอีกเรื่องที่คาดว่านักอ่านที่ชื่นชอบนิยายจีนจะเปิดใจรับได้ง่ายๆ

ยงเจิ้ง ฮ่องเต้พิทักษ์ต้าชิง โดย เอ้อเยว่เหอ แปลโดยเรืองชัย รักศรีอักษร

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์จีนเรื่องใหม่ของสำนักพิมพ์มติชน 3 เล่มจบ เรื่องราวต่อจากชุด “คังซี จอมจักรพรรดิต้าชิง” ซึ่งมติชนเคยหยิบมาตีพิมพ์ เข้มข้น ตราตรึงใจนักอ่านทุกท่านเช่นเคย

ยงเจิ้งเป็นนิยายสะท้อนประวัติศาสตร์ยุคต้นของราชวงศ์ชิง ช่วยให้เข้าใจลักษณะพิเศษของราชสำนักจีนซึ่งมีผู้ปกครองเป็นชาวแมนจู ในอดีตฮ่องเต้ยงเจิ้งถูกมองว่าเป็นราชันที่โหดเหี้ยม สังหารพี่น้อง กระทั่งถูกกล่าวหาว่าลอบปลงพระชนม์พระราชบิดา

วิทยาศาสตร์ อ่านง่ายได้ความรู้

หนังสือออกใหม่หมวดวิทยาศาสตร์ ครั้งนี้มี 2 เล่ม ทั้งอ่านง่ายและเข้มข้น

แบบอ่านง่าย สนุกได้ความรู้ อยากชวนเธอไปอำผี โดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์

หัวหน้ากองบรรณาธิการสำนักพิมพ์มติชนเปิดเผยว่า จากเล่มก่อนหน้านี้ของ ดร.นำชัย “อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก” ได้รับผลตอบรับอย่างดี เล่มนี้ “อยากชวนเธอไปอำผี” ยังคงอยู่ในชุด Pop Science แต่คราวนี้เป็นเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ เรื่องผี สัตว์ประหลาด ความเชื่อปรัมปราคติ โดยเอาผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร

“เล่าสนุกอ่านง่ายย่อยง่าย” หนังสือเล่มนี้เหมือนเป็นวัคซีนรักษาอาการกลัวผี กลัวสิ่งลี้ลับ ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

อีกเล่มสำหรับผู้ชอบเรื่องสมการ 17 สมการเปลี่ยนโลก โดย Ian Stewart แปลโดย สว่าง พงศ์ศิริพัฒน์ และ ดร.ยุทธนา ตันติรุ่งโรจน์ชัย อธิบายความหมายและที่มาของ 17 สมการ ซึ่งเป็นดั่งตัวละครทางคณิตศาสตร์ที่มีบทบาทเปลี่ยนโลกทั้งในทางตรงและทางอ้อม

17 สมการนี้ถือเป็นสมการที่มีบทบาทอย่างยิ่งและคงอยู่ในลิสต์ของผู้ที่เข้าใจคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดี ผู้เขียนพยายามอธิบายด้วยภาษาที่ง่าย แบบที่ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องจบปริญญาทางคณิตศาสตร์ก็เข้าใจได้

ชูธง ‘วรรณกรรมระดับโลก’

หมวดวรรณกรรมครั้งนี้ชูธงมาด้วยวรรณกรรมแปลระดับโลก ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ โดย Alexandre Dumas แปลโดย วัลยา วิวัฒน์ศร

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส โดยใช้ฉากเหตุการณ์ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ผลงานของนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อก้องโลกที่ได้รับความนิยมยาวนานที่สุดเรื่องหนึ่ง กระทั่งมีผู้นำไปเป็นละครเวที ละครร้อง และเป็นภาพยนตร์ หลายครั้งหลายหน โดยฉบับนี้ถือเป็นฉบับแปลภาษาไทยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสครั้งแรก

ส่วนวรรณกรรมไทย ปีนี้ อุรุดา โควินท์ นักเขียนสาว ภูมิใจเสนอ หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา นิยายรักระหว่างเธอกับ “กนกพงศ์ สงสมพันธุ์” ตั้งแต่วันแรกจากพรากจาก หนังสือที่ใช้เวลาไม่นานก็เข้าไปนั่งในใจผู้อ่านโดยไม่รู้ตัว

และยังมีหนังสือที่เข้าลองลิสต์ซีไรต์ปีนี้ของสำนักพิมพ์มติชน 1.กลางฝูงแพะหลังหัก โดย อุมมีสาลาม อุมาร 2.กลับสู่โลกสมมุติ โดย รัชศักดิ์ จิรวัฒน์ 3.ดั่งเรือนร่างไร้องคาพยพ โดย ภู กระดาษ 4.อาคเนย์คะนึง โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์

สิ้นสุดการรอคอยกับ ‘หนังสือประจำปี’

ปิดท้ายกลุ่ม “หนังสือประจำปี” เป็นที่คุ้นเคยสำหรับแฟนคลับที่ติดตามหนังสือของมติชนอย่างเหนียวแน่น

ศาสตร์แห่งโหร 2561 กลับมาพร้อมคำทำนาย “จับตา มฤตยูในดวงเมือง” และคำทำนายจากโหราจารย์ชั้นครูหลากหลายท่านที่คุ้นเคย อาทิ โสรัจจะ นวลอยู่, พัฒนา พัฒนศิริ, ฟองสนาน จามรจันทร์, เกษตรสลับเรือน, หมอทรัพย์ สวนพลู, บุศรินทร์ ปัทมาคม, การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์, ภัณธิภร วงษ์จันทร์เพ็ญ, ศ. ดุสิต และ ปอ นางฟ้าเลขลิขิต”

และหนังสือสำคัญรวมข้อมูลข่าวแห่งปีที่พลาดไม่ได้ มติชนบันทึกประเทศไทย 2559 โดย ศูนย์ข้อมูลมติชน คัดกรองข่าวเด่นเมื่อปีที่แล้วโดยเฉพาะเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคม 2559 วันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยในเล่มนี้จะมีคลิปข่าวที่เป็นคิวอาร์โค้ด สำหรับเปิดชมวิดีโอในยูทูบซึ่งรายงานข่าวโดยมติชนทีวี

สุดท้ายกับการกลับมาของ หนุ่มเมืองจันท์ ที่พาฟาสต์ฟู้ดธุรกิจมาพบผู้อ่านถึงลำดับที่ 28 แล้ว กับ ชีวิตผิดได้ เพราะผิดเป็นครู พลาดกลายเป็นบทเรียน ใครๆ ก็เคยผิดพลาด แต่สิ่งนี้ก็เป็นคานงัดดีดให้เราก้าวกระโดดไกลกว่าเดิม หนุ่มเมืองจันท์พาไปพบกับบาดแผลและบทเรียนของคน เพราะการเรียนรู้ต้องพบความผิดพลาด จึงสามารถเข้าถึงสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างเข้าใจ

ยังมีโปรโมชั่นหนังสือราคาพิเศษ ลดราคาทั้งเครือมติชน พร้อมรับของสมนาคุณออกแบบพิเศษสำหรับผู้อ่านมติชนเมื่อซื้อหนังสือตามกำหนด พบกันได้ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซนพลาซ่า V10 วันที่ 18-29 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 น.