ประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของสังคมไทย เป็นเรื่องต้องเรียนรู้ยิ่งยวด โดยเฉพาะเหตุเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ที่แม้จนปัจจุบันก็ยังสร้างปัญหาแก่ประชาชน อันเนื่องจากความคิดที่ยังไม่ตกผลึกทั่วกันในสังคม ในเรื่องประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน จะดำเนินชีวิตแสวงประโยชน์ส่วนตนอย่างไร และจะบริหารกับตรวจสอบประโยชน์ส่วนรวมลักษณะไหน ให้ยุติธรรมและชอบธรรม
หรือแม้เพียงเรียนรู้ความยากลำบากในฐานะองค์รัชทายาทผู้สืบราชบัลลังก์ ก่อนจะเสด็จขึ้นครองราชย์ในสภาพแวดล้อมอันเปี่ยมอุปสรรค ประกอบพระราชภารกิจกระทั่งพระชนมายุ 40 รัชกาลที่ 6 ก็ทรงยังมิได้เสกสมรส
‘ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖’ อันเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นงานสำคัญที่ต้องศึกษาเรื่องต่างๆ เนื่องจากทรงเล่าเอง จึงเป็นความสำคัญชนิดหาเอกสารอื่นใดเปรียบได้ยาก ที่จะได้รับรู้เรื่องในพระราชหฤทัยและพระราชดำริประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะในราชสำนัก อันมีความพิสดารนานาประการที่พระองค์ทรงประสบ
ทั้งนี้ เนื่องมาแต่เมื่อทรงอ่านออกเขียนได้ สมเด็จพระบรมราชชนกและบรมราชชนนี ทรงให้เริ่มจดบันทึกรายวันส่วนพระองค์ด้วยลายพระหัตถ์ลงสมุดไดอารี่ ตั้งแต่พระชนมายุ 8 พรรษากระทั่งประชวรเสด็จสวรรคตในปี 2468 ทรงจดต่อเนื่องมาทุกวัน ก่อนจะทรงเรียบเรียงเป็นประวัติต้นรัชกาลที่ ๖ พระราชทานแก่เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) มหาดเล็กผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดมาแต่ทรงพระเยาว์
ดังนั้น เรื่องราวร่วมสมัยหลายเรื่องที่เข้าใจกัน จึงอาจเข้าใจแต่เฉพาะบุคคลร่วมสมัย ผู้ศึกษาเรื่องราวพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในพระองค์เป็นเฉพาะ วรชาติ มีชูบท จึงได้เขียน ‘เบื้องลึก เบื้องหลัง ในพระราชบันทึกเรื่อง ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖’ ขึ้น ขยายความพระราชนิพนธ์ให้สมบูรณ์และชัดเจนยิ่งไปอีก
ตั้งแต่ความรำคาญต่างๆ ในวันแรก, ขมิ้นกับปูน, ฉันถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่, เรื่องตั้งรัชทายาท, ฉันต้องเข้าเนื้อ, บัตรสนเท่ห์พิกล, เจ้าพระยารามราฆพ, อุบายการคลัง, ความไม่เรียบร้อยในกระทรวงยุติธรรม ฯลฯ ล้วนน่ารู้น่าศึกษา เพื่อเข้าใจสถานการณ์ราชสำนักและสถานการณ์แวดล้อมได้อย่างเห็นภาพเต็มจริงๆ
แม้แต่การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งตัดสินใจเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ก็มีข่าวลือลักษณะต่างๆ ที่บางประเด็น ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล ประทานความเห็นเล่าเกี่ยวพันถึงเรื่องส่วนพระองค์ที่ถูกทรงนำมาเป็นการเมือง เปิดประเด็นการศึกษาด้วยมุมมองที่กว้างขึ้น แม้จนที่ลือให้บาดหมางกันระหว่างพี่น้อง อันควรแก่การเห็นพระทัยในความยากลำบากในการธำรงสถานะของพระองค์ เป็นเหตุให้พระองค์โปรดจะสันโดษอยู่แต่ในแวดวงที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย
จนถึง ‘ปฏิวัติ ร.ศ.๑๓๐’ เมื่อคณะนายทหารหนุ่มเกิดความคิดแนวทางประชาธิปไตยในสยาม ซึ่งเป็นงานเขียนของ ร.ต.เหรียญ ศรีจันทร์ และ ร.ต.เนตร พูนวิวัฒน์ ซึ่งเป็นความทรงจำร่วมถึงการก่อตัวของความคิดดังกล่าว ที่ทำให้เห็นเป้าหมายการปฏิวัติ การขยายแนวร่วม การทรยศหักหลัง การถูกจับกุมไต่สวน จนการถูกคุมขังลงทัณฑ์ และน้ำใจเพื่อนนักปฏิวัติ ฯลฯ เป็นสถานการณ์หนักหน่วงอีกกรณีในรัชกาล
จึงเป็นหนังสือพิสดารอีกเล่มที่พลาดไม่ได้
เกิดอะไรขึ้นหลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาการรวมศูนย์ปกครองสู่พระองค์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เพียง 2 ปีความคิดสมัยใหม่จึงมาถึงสยามอย่างรวดเร็ว แม้การนั้นจะล้มเหลวก็ตาม
หนังสือพลาดไม่ได้ทั้ง 3 เล่มดังกล่าว เป็นงานสำคัญที่จะเปิดความรู้ความเข้าใจสังคมตัวเองให้กระจ่าง เพื่อจะมองสังคมและโลกวันนี้ได้อย่างชัดเจนกว่าเดิม.

