จับเข่าคุยนักแปล ‘กองเรือหาคู่-ร้าวรานในวารวัน’ เชื่อมสองวรรณกรรมยุคล่าอาณานิคม

29.03.18 | 20:03 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 มีนาคม ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16 (Bangkok International Book Fair 2018) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธมติชน โซนพลาซ่า มีการจัดกิจกรรมพบปะเเละเเจกลายเซ็นนักเขียน โดยมี น.ส.สุภัตรา ภูมิประภาส ผู้แปลหนังสือเรื่อง “The Fishing Fleet กองเรือหาคู่” เขียนโดย Anne de Courcy และ นายธีรศักดิ์ จิรรัตนไพโรจน์ ผู้แปลหนังสือเรื่อง “The Glass Palace ร้าวรานในวารวัน” เขียนโดย Amitav Ghosh ร่วมแจกลายเซ็น

ต่อมาเวลา 19.00 น. ที่เวทีเอเทรียม ผู้แปลทั้ง 2 ท่าน ร่วมการเสวนาเรื่อง “เปิดชีวิตบริติชราช” ดำเนินรายการโดย น.ส.ทิมา เนื่องอุดม

น.ส.สุภัตรา กล่าวว่า หนังสือ “The Fishing Fleet” ตนอ่านจากภาษาอังกฤษ เป็นหนังสือที่สนุกและมีสีสันบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอินเดียเเละอังกฤษได้อย่างสนุกสนานเเละเปิดมุมมองใหม่ โดยผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นชาวฝรั่งเศส เขียนบอกเล่าเชิงสารคดีเรื่องกิจการของการนำหญิงสาวชาวอังกฤษเดินเรือมา “ไล่ล่าสามี” ในอินเดีย สะท้อนถึงผลพวงของลัทธิอาณานิคมที่สร้างปรากฏการณ์ทางสังคมกับเจ้าอาณานิคมเอง จึงนำหนังสือเล่มนี้มาเสนอกับทางมติชนพิจารณาในการแปลเป็นภาษาไทย และได้การตอบรับให้แปลอย่างรวดเร็ว การแปลใช้เวลามากกว่า 6 เดือน เนื่องจากต้องศึกษาข้อมูลที่ใหม่อย่างเรื่องเครื่องแต่งกายของผู้หญิงอังกฤษในยุคนั้น หรือสภาพสังคมวิถีชีวิตของอังกฤษเเละอินเดีย คำศัพท์การเดินเรือ เป็นต้น อีกทั้งผู้เขียนเป็นชาวฝรั่งเศสจะมีคำศัพท์ฝรั่งเศสมาปนบ้างซึ่งจากยากในการแปลจุดนี้

“การแปลหนังสือเล่มนี้ มีทั้งความสนุกและความยาก หนังสือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบาก ความพยายามในยุคนั้นของผู้หญิงเพื่อที่จะเริ่มมีชีวิตใหม่ อย่างการหาสามี เป็นสารคดีที่ทำให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนทั้งของอังกฤษและอินเดีย ทั้งยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเล่าเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยไม่ใช่เเค่ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เท่านั้น” น.ส.สุภัตรา กล่าว

นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ตนเคยแปลหนังสือเเละทำหนังสือมาก่อน ตอนหลังทิ้งงานเขียนไปทำกราฟิกดีไซน์ ต่อมา “พี่แหม่ม” วีรพร นิติประภา บอกว่าตนอยู่ว่างนานเกินไปแล้วควรมาทำอะไรให้กับวงการหนังสือบ้าง และได้แนะนำกับทางมติชน จึงเป็นที่มาในการแปลหนังสือเล่มนี้ โดยเล่มนี้ใช้เวลาแปลประมาณ 4 เดือน หนังสือเล่าเรื่องราว ของราชอาณาจักรพม่าที่ถูกยึดครองเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษ โดยตัวละครหลักในเรื่องจะเป็นคนพม่าที่ถูกอังกฤษปกครองนั้นใช้ชีวิตกันอย่างไร ส่วนข้อดีของหนังสือให้ภาพครอบครัวของพระเจ้าธีบอ หรือ พระเจ้าสีป่อ กษัตริย์พม่า ว่าอังกฤษทำอะไร ทำไมครอบครัวของพระเจ้าธีบอถึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนั้น ซึ่งหนังสือเล่มนี้เป็นนวนิยายที่สอดเเทรกเรื่องราวประวัติศาสตร์ และบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ด้วย

Advertisement

“ความยากในการแปลหนังสือเล่มนี้คือ เป็นหนังสืออิงประวัติศาตร์พม่า ตั้งแต่สมัยพม่าผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จนถึงยุคออง ซานซูจี ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานและต้องหาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ เป็นการเล่าถึงชีวิตประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปกครองในยุคอาณานิคม สำหรับนิยายเรื่องนี้ผมคิดว่าเหมาะกับคนทั่วไป เหมาะกับทุกเพศทุกวัยเพราะไม่ได้อิงประวัติศาสตร์มากเกินไป และสอดแทรกเรื่องรางอย่างไม่น่าเบื่อ อ่านสนุกเเน่นอน” นายธีรศักดิ์ กล่าว