เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 เมษายน ที่บูธมติชน โซนพลาซ่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 14 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ผู้เขียน บันทึกประวัติศาสตร์ “มหากาพย์เขาพระวิหาร” เดินทางมาพบปะนักอ่านและแจกลายเซ็น โดยมีนักอ่านร่วมพูดคุยและอุดหนุนหนังสือในบรรยากาศเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเลือกซื้อหนังสือภายในบูธสำนักพิมพ์มติชน พร้อมทั้งซื้อหนังสือ “บันทึกประวัติศาสตร์ มหากาพย์เขาพระวิหาร” มาขอลายเซ็นและพูดคุยกับนายนพดล โดยนายจาตุรนต์เผยว่าอีกเล่มที่ตั้งใจมาซื้อคือ “ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” ซึ่งเขียนโดย ภาณุ ตรัยเวช
นายนพดลกล่าวว่า หลังจากที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในเดือนกันยายน 2558 ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้ยาวนานต่อเนื่องมาหลายสิบปี และครั้งหนึ่งเคยมีเรื่องบานปลายจนกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา จึงอยากบันทึกความจริงให้ประชาชนรู้ข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารมหาชนที่อ้างอิงจริงๆ โดยมีคำพิพากษาศาลโลกและคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่ในหนังสือเล่มนี้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในอนาคตไม่ให้การต่อสู้ทางการเมืองในประเทศนำประเด็นละเอียดอ่อนอย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาบิดเบือนและโจมตีกันทางการเมือง
“ผมคิดว่ายังมีความเข้าใจผิดอยู่มากในเรื่องนี้ จึงเขียนหนังสือเพื่อบันทึกความจริงไว้ เป็นความจริงหลังจากฝุ่นควันจางลงแล้ว และมีคำพิพากษาทั้งศาลโลกและศาลฎีกาแล้ว มีเอกสารราชการที่แท้จริง ผมหวังว่าเอกสารนี้จะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาหนึ่งของการเมืองไทยและทางการทูต ในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อให้ลูกหลานได้อ่าน เพราะว่าในอนาคตเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นเป็นประเด็นที่ต้องมาเจรจาพูดคุยกัน แต่เราจะมีรากฐานของความจริงในหนังสือฉบับนี้เพื่อให้คนไทยได้รู้ความจริง จะได้ตัดสินใจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติบนพื้นฐานความจริง ไม่ใช่บนพื้นฐานของภาพลวงตาและความเท็จที่เกิดขึ้นจากใครก็แล้วแต่ที่ต้องการทำลายล้างกันทางการเมืองในประเทศ

“จริงๆ ผมพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีปี 2551 ได้เขียนหนังสือเล่มแรกคือ ‘ผมไม่ได้ขายชาติ’ ซึ่งก็ขายได้นับหมื่นเล่ม แต่ตอนนั้นบางคนอ่านแล้วเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง เพราะยังไม่มีกระบวนการพิสูจน์ แต่ในวันนี้มีคำพิพากษาศาลโลกและศาลฎีกาแล้วความจริงได้ตกผลึกมากพอสมควรแล้ว จึงต้องการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ผมว่าผู้ที่รักความจริง คนไทยที่สนใจในปราสาทพระวิหาร โดยเฉพาะคนที่โจมตีผม รวมถึงพรรคการเมือง นักการเมืองที่ใช้ความเท็จทำลายล้างผมจะได้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญ ผมเขียนโดยไม่ได้โจมตีใคร ผมบันทึกเรื่องจริงไว้ในแผ่นดินเท่านั้นเอง วันที่ 4 กันยายน 2558 ที่ศาลตัดสินยกฟ้องผมแล้วในคำพิพากษายังเขียนว่าคำแถลงการณ์ร่วมนั้นมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ได้ตัดสินในเวลาที่เหมาะสมตามสาถานการณ์ในขณะนั้น และคณะผู้ต่อสู้ในศาลโลก ต้องการใช้คำแถลงการณ์ร่วมของผมเพื่อเป็นหลักฐานในการต่อสู้คดี สะท้อนให้เห็นว่านักกฎหมายระหว่างโลกที่เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเห็นว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นประโยชน์ ผมเขียนไว้ในหนังสือว่าถ้าทำตามแนวทางของผม กัมพูชาจะไม่ไปยื่นตีความคำตัดสินศาลโลกในวันที่ 28 เมษายน 2554 อีกครั้งหนึ่ง เพราะสิ่งที่ผมปกป้องไว้เป็นพื้นที่เล็กๆ แต่หลังจากที่ตีความคำตัดสินศาลโลก ได้ตัดสินแล้วว่ากัมพูชาได้ไปทั้งยอดเขาพระวิหาร เหมือนกับผมปกป้องไข่แดงไว้ เพื่อให้เราไม่มีผลกระทบหรือข้อพิพาทกับกัมพูชา ถ้าทำตามผมจะไม่ไปตีความอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อไม่ทำตามผมเขาจึงไปตีความ นอกจากเสียไข่แดงแล้วทำให้เราเสียไข่ขาวไปด้วย เอกสารที่แนบในหนังสือเป็นเอกสารจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคำพิพากษาศาลโลก-ศาลฎีกา จดหมายของ พ.อ. ดร.ถนัด คอมันตร์ แผนที่ต่างๆ เป็นเอกสารที่คุ้มค่าต่อการเก็บรักษาในราคา 217 บาท” นายนพดลกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ หรือสารวัตรโจ้ อดีตนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย ที่มาร่วมขอลายเซ็นนายนพดล กล่าวว่า เป็นหนังสือแนวความคิดที่เป็นประเด็นสังคม อยากรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร อยากรู้ว่าเรื่องราวที่ยืดเยื้อยาวนานนั้นมีรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ผมว่าหนังสือเล่มนี้เขียนถึงเรื่องที่สังคมไทยสนใจมากๆ คนไทยทุกคนน่าจะอ่านเป็นความรู้ว่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนต้น ตอนกลาง ตอนจบเป็นอย่างไร เพราะเป็นประเด็นใหญ่ เป็นสิ่งที่เราต้องรู้เพราะเกี่ยวเนื่องกับการเมืองการปกครองของเรา ชีวิตประจำวันเราหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้ ถ้ารู้ไว้ก็จะดี
ทั้งนี้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 14 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะจัดไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน ในเวลา 10.00-21.00 น.

