คอลัมน์ ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน บ้าน : PM 2.5 เวอร์ชั่น ‘ว.ส.ท.’

แฟ้มภาพ

เทศกาลสงกรานต์ 2562 ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องภาคเหนือค่ะ

หยิบเรื่องนี้มาชวนคุยเพราะรุ่นใหญ่ “ว.ส.ท.-วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” แถลงด่วน ด่วน หัวข้อ “ผนึกกำลังฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5 และอยู่กับฝุ่นอย่างไรให้ชีวิตรอดปลอดภัย”

ไม่ได้มาคนเดียว ชวนพันธมิตรมาอีกหนึ่งกะตั๊ก มีตัวแทนมหา’ลัย, กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สมาคมผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ, สมาคมยานยนต์ไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จบแระ

อันนี้ลอกชื่อตามบัตรเชิญเขานะคะ เยอะจิงเชียว ส่วนพันธมิตรที่มาปรากฏตัวแบบเป็นๆ มีกี่ทั่น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (ฮา)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาคเหนือตอนบนมี 9 จังหวัด แต่กระทบหนักถึงหนักมากต้องทำความเข้าใจด้วยว่าภูมิศาสตร์ที่ตั้งเมืองเป็นยังไง จะพบว่า “เชียงใหม่-น่าน-แม่ฮ่องสอน-ลำปาง” เป็นแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบ

พอเจอ 2 เด้ง อากาศนิ่ง+ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนพัดเข้ามาปกคลุม ฝุ่นควันก็เลยไม่ไปไหน ฟุ้งกระจายอยู่ในแอ่งกะทะนี่แหละ

เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์วิกฤตฝุ่นควันพิษ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด สาเหตุทั้งลักลอบเผาป่า ไฟป่า เผาตอซังเกษตร เผาในที่โล่ง (อันนี้ต้องแอบๆ บอกว่าไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพด 7 ล้านไร่)

รวมทั้งมีฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านมาขอแจมด้วย

ในหลายพื้นที่เราตรวจพบว่ามีค่าฝุ่นละออง MP 2.5 ปริมาณ 300-400 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐาน 50 เอามาเทียบกับ 300-400 พอจะเห็นความรุนแรงปัญหาแล้ว เนาะ)

ในด้านสุขภาพ ปัญหาฝุ่นพิษกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ-หลอดเลือดหัวใจ ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

และช่วงเร็วๆ นี้ ตั้งแต่ปลายปี 2561-31 มีนาคม 2562 มีพื้นที่ป่าถูกเผาวอดแล้ว 127,569 ไร่ ยังไม่ได้นับรวมพื้นที่เกษตรอีกต่างหาก

PM 2.5 จะว่าไปแล้วเป็นปัญหาตั้งแต่เลือกเจ้าภาพมารับผิดชอบ เพราะเวลารุนแรงขึ้นมา ยังต้องมาเลือกอีกว่าจะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษระยะสั้นตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม หรือประกาศเขตควบคุมเหตุรำคาญตามกฎหมายการสาธารณสุข

ตัวอย่างจากพี่เบิ้มของโลกอย่าง “อินเดีย-จีน” ในช่วงอากาศปิดมีปัญหา PM 2.5 เขารวยหรือเปล่าไม่ทราบ แต่จะใช้รถบรรทุก Anti-smog gun (mist water cannon) ฉีดน้ำละอองฝอยขนาด 0.1-3 ไมครอน ความสูง 50 เมตรเหนือเส้นทางถนนที่มีรถยนต์วิ่งจำนวนมาก

ข้ามไปฝั่งยุโรป ดินแดนบ้าคลั่งเรื่องสิ่งแวดล้อมตัวพ่อ ในประเทศเยอรมนี ณ ปี 2561 ศาลกรุงเบอร์ลินสั่งห้ามรถยนต์ดีเซลวิ่งบนถนนหลัก 11 เส้นทางในเมืองหลวง เดินตามหลังเมืองใหญ่อย่างแฮมบวก-แฟรงก์เฟิร์ต (เมืองค่ะ ไม่ใช่ไส้กรอก)-สตุตการ์ตที่สั่งไปไปก่อนหน้านี้

มีอีกเรื่องคือกลุ่มรณรงค์สิ่งแวดล้อมออกมาเย้วๆ ให้สภาเมืองเบอร์ลินลดมลพิษทางอากาศด้วยการสั่งแบนรถดีเซลมาตรฐานปล่อยไอเสียยูโร 4 ในปีนี้ ปีหน้าให้สั่งแบนยูโร 5 ในขณะที่มาตรฐานยุโรปทั้งก๊กทำไปถึงมาตรฐานยูโร 6

สรุปว่าประเทศนี้งานดีทั้งฟุตบอลและสิ่งแวดล้อม บ๊ะแล่ว

ส่วนรัฐบาลจีนของท่านสี จิ้น ผิง ทุบโต๊ะสั่งเลย รถบรรทุกเครื่องดีเซลที่จดทะเบียนหลังเดือนกรกฎาคม 2564 ต้องเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 6 ที่สำคัญ ติดตั้งอุปกรณ์ดักฝุ่นที่เรียกว่า DPF-diesel particulate filters ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ภายในปี 2573 จะลดปริมาณ PM 2.5 82% กับก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศ 86%

สำคัญที่สุดของที่สุด คาดหมายว่าสามารถลด “การตายก่อนวัย” ของประชาชนเนื่องจากมลพิษทางอากาศได้ถึง 29,000 คน/ปี

เมืองที่มีมลพิษสูง รัฐบาลจีนประกาศิตให้สลับวิ่งวันคี่-วันคู่ และที่ชอบมากคือ “ตำรวจสิ่งแวดล้อม” ทำงานคู่ขนานกับ “อาสาสมัครประชาชน-Citizen watchdof” คอยจับผิดระดับเอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว

เป็นวิสัยทัศน์ประเทศระยะยาวที่ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่วันเน้

ในประเทศไทย เรามาดูข้อเสนอของรุ่นใหญ่กันดีกว่า ถ้ารัฐบาลรับเรื่องไว้ทั้งหมดต้องบอกว่า “งานเข้า” คับทั่นผู้ชม

การดูแลประชาชนแบบเรื่องใกล้ตัว แนะนำให้ประชาชนใช้หน้ากาก N95 ส่วนรัฐบาลก็ตามไปห้ามรถบรรทุกดีเซลสิบล้อขึ้นไปวิ่งผ่านตัวเมืองตั้งแต่ตี 5-3 ทุ่ม เข้มงวดการเผาขยะในที่โล่งลามไปถึงอาหารปิ้งย่าง รถเข็น-ริมฟุตปาธ ส่วน กทม.ก็เพิ่มดีกรีล้างถนนทั้งกลางวันและกลางคืน

เสนอห้ามรถบรรทุกดีเซลอายุเกิน 10 ปีวิ่งในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล, บังคับติดตั้งเครื่อง DPF, ออกมาตรการกดดันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เช่น ห้ามจอดริมถนน จำกัดที่จอดรถในเมือง กำหนดเลนจักรยาน จำกัดปริมาณมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว ปิดลานจอดรถตามหน่วยงานรัฐ โห้ โห้

สำหรับพฤติกรรมพลเมือง เสนอให้ห้ามการเผาในที่โล่งช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคมของปี งานนี้ถ้าเอาจริงคงต้องนิมนต์ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายอำเภอเข้ามาเป็นหูเป็นตา

ส่วนปัญหาฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้าน ปีนี้ไทยเป็นประธานที่ประชุมผู้นำอาเซียน ว.ส.ท.เสนอซะเลยว่าก็จัดเลยสิ วาระแห่งชาติอาเซียนว่าด้วยปัญหาหมอกควัน (จะได้เลิกขอโทษประเทศไทยด้วยคำพูด แล้วหันมาขอโทษด้วยการลงมือทำ อันนี้คิดดังๆ ค่ะ)

สุดท้ายลูกเล็กเด็กแดง อยู่ให้ชีวิตรอดปลอดภัย เริ่มจาก “อยู่ในบ้าน” ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด (อันนี้ไม่ต้องบอกก็รู้เอง มั้ง) ใช้แอร์ที่มีระบบหมุนเวียนอากาศ+เลือกแบบประสิทธิภาพสูง ติดแผ่นกรองฝุ่นจะทำให้แอร์กลายเป็นเครื่องฟอกอากาศได้ระดับหนึ่ง

ที่ขำนิดๆ ก็คือ ว.ส.ท.บอกว่าอยู่ในบ้านให้หมั่นทำความสะอาดบ้าน และกลั้วคอด้วยน้ำสะอาด

ส่วนการ “อยู่นอกบ้าน” สวมหน้ากาก N95 N99 หลีกเลี่ยงกิจกรรมทำให้เกิดฝุ่นควันพวกปิ้งย่างเตาถ่าน สูบบุหรี่ จุดธูปเทียน งดออกกำลังกายกลางแจ้ง ลดการใช้รถยนต์หรือใช้เท่าที่จำเป็น

ส่วนการดูแลเด็กเล็ก ทำทุกอย่างที่บอกมาแต่เดิม เพิ่มเติมคือพกกระดาษเปียกสำหรับเช็ดทำความสะอาดก่อนเข้าโรงเรียน-รับประทานอาหาร เพื่อป้องกันฝุ่นติดมือ-ติดผิวหนังเข้าร่างกาย

สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอให้ทุกชีวิตอยู่รอดปลอดฝุ่น PM 2.5 ค่ะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เหยี่ยวถลาลม : ถึงคราวที่แพ้พ่าย
บทความถัดไปรอดแล้วลูก! เจ้าตูบลอยคอกลางอ่าวไทย เคราะห์ดี จนท.ช่วยเหลือทัน