คอลัมน์ โลกสองวัย : หยุดหวาน หยุดเป็นโรคสามเกลอ

เรื่องการรับประทานอาหารของเด็กและเยาวชนไทยทุกวันนี้น่าเป็นห่วง ด้วยเหตุหลายประการ ที่ขยายกว้างขวางมาจากต่างประเทศเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร แล้วแผ่กว้างขยายออกไปยังภูมิภาคทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ทั้งจากโรงงานและร้านอาหารนานาชาติ

หากเป็นอาหารสด ยังไม่สู้เท่าไหร่ จะมีแต่ว่าราคาแพงเกินกว่าที่คนไทยทั่วไปซื้อหารับประทานได้

แต่กับอาหารสำเร็จรูป และขนมถุง ที่มีทั้งแป้ง น้ำตาล เกลือ และน้ำมัน

ส่วนที่มาจากขนมและอาหารคือ ความหวานแฝงและความเค็มแฝงจากเคมี อันตรายยิ่งกว่าที่มาจากน้ำตาลและเกลือโดยตรง น่าจะเป็นอย่างนั้น

เฉพาะอาหารและขนมไทยที่ปรุงสด แม้ขนมจะมีส่วนของแป้ง น้ำตาล และมะพร้าว เป็นหลัก ยังเป็นของสด เว้นแต่น้ำตาลที่ผ่านการปรับเปลี่ยนจากน้ำตาลธรรมชาติ เป็นน้ำตาลผ่านกรรมวิธีด้วยการฟอกขาว

เพื่อให้อาหารและขนมถูกปากคนไทย จึงปรุงรสให้หวานเป็นหลัก ทำให้อายุของผู้เป็นเบาหวานลดน้อยลงจากเมื่อก่อนเพิ่มขึ้น

กระนั้นปริมาณผู้ป่วยเป็นเบาหวานภิกษุสงฆ์ ยังไม่ลดน้อยลงเพราะอาหารและขนมหวานที่ญาติโยมนำไปถวายมีทั้งแกงกะทิ และขนมหวานทุกมื้อเช้ามื้อเพล ตามด้วยผลไม้หวานที่ทุกวันนี้มีทั้งปี

นอกจากความหวานที่สร้างโรคเบาหวานให้คนไทยเพิ่มขึ้น ยังมีโรคความดันสูงแทรกเข้ามาอีก เป็นเหตุให้โรคที่เขาบอกว่าเป็นสามเกลอหัวแข็ง คือ เบาหวาน ความดันสูงที่นำพาไปสู่โรคหัวใจเพิ่มปริมาณคนไทยเป็น 3 โรคนี้มีจำนวนมากแทบทุกระดับอายุ

อันที่จริงทั้ง 3 โรคนี้ป้องกันได้ และมีผู้หายจากอาการของโรคนี้จำนวนไม่น้อย หากเขาเหล่านั้นควบคุมการรับประทานอาหาร และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดังที่หมอสั่งให้ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) หมั่นออกกำลังแขนขา ด้วยเหตุผลว่า เมื่อแผลเบาหวานหาย จะได้มีแรงเดินเหิน คล่องตัวขึ้น

อันที่จริง หากเราควบคุมการรับประทานอาหารหวานได้ เท่ากับความคุมความดันสูงได้ส่วนหนึ่ง เพราะเบาหวานก่อให้เกิดความดันสูง และมีผลกระทบไปถึงโรคหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะความดันไม่ปกติ

ก่อนหน้าที่จะประสบอุบัติเหตุเป็นแผลที่เท้า ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ออกกำลังกายเป็นประจำแทบว่าทุกเช้า ด้วยการเดินเช้าละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง กับบรรดา สว.ด้วยกัน สี่ซ้าห้าคน เดินไปวิพากษ์วิจารณ์การเมืองแต่ละวันแต่ละเช้าไปด้วย เพลินดีเหมือนกัน

การวิพากษ์วิจารณ์การเมืองมีทั้งวิจารณ์รายบุคคล รายพรรคการเมือง และรายใหญ่คือรัฐบาลโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี เรื่องวิจารณ์การเมืองนี้ พยายามอย่าขัดคอกัน และควรอยู่ในกลุ่มเดียวกัน พูดจาไปในทิศทางเดียวกันเป็นหลัก ทำให้การออกกำลังกายไม่เหนื่อย ถึงเวลาแยกย้ายกลับบ้าน เท่านั้นก็หมดไปวัน กลุ่มที่ออกกำลังเดียวกับข้าพเจ้า (ผู้เขียน) มีตั้งแต่วัย 82 ย่างปีนี้ คนหนึ่ง 78 ย่าง 77 ย่างอีกสองคน อีกคนหนึ่งพ้น 70 มาหลายปีแล้ว มีบ้างบางวัน หนุ่มๆ ออกมาสมทบเป็นครั้งคราว แข็งแรง บางคนยังคุยถึงการเตะปี๊บเมื่อสองสามปีก่อนอยู่เลย สนุกสนานกันไปตามประสา สว.

ย่างเข้าสู่วัยขึ้นสะพานพระราม 7 กันแล้วยังคุยถูกคอเอิ๊กอ๊าก สัปดนวันละนิดจิตแจ่มใสอย่างว่า

แต่ละคนห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ยังขับรถไปไม่ไกลเวลากลางวันได้อยู่ นานทีปีหนนัดกันกรึ้บกรั๊บพอหอมปากหอมคอ นี่ว่างเว้นไปเกือบปี แต่บางคนยังมีงานชุมนุมรุ่น พอไวน์ วิสกี้ เบียร์ ได้บ้าง

เมื่อเบาหวานไม่ถามหา ความดันสูงไม่มี แล้วจะเป็นโรคหัวใจได้อย่างไร ดูอย่างพลเอก เปรม ท่านซิครับ อายุเกือบร้อยยังหมั่นออกกำลังกายทุกวัน แล้วอยู่ๆ ก็หลับไปเฉยๆ เสียอย่างนั้น มีความสุขจนตาย

ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ภาวนาขอให้แผลเบาหวานหาย จะได้ขยันออกกำลังขึ้น ไม่ต้องอยู่ใกล้ร้อยอย่างพลเอก เปรมหรอกครับ ขออยู่ไปเรื่อยๆ เดินเหินสะดวก พูดคุยกับเพื่อนรู้เรื่อง แล้วหลับตายเมื่อไหร่ไม่ว่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เพชรจีจ้า’ ควง ‘หลานสมจิตร’ ลุ้นกระชากทองกำปั้นที่ฮังการี
บทความถัดไปที่สุดของนักการเมือง คือรักษาสัจจะและอุดมการณ์ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์