คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : รถของ ‘เจมส์ บอนด์’ พยัคฆ์ร้าย 007 กับจินตนาการสุดพริ้งเพริศ

ไม่นานมานี้ “อีลอน มัสก์” ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเทสล่า (Tesla) ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ออกมาบอกกับผู้ถือหุ้นในการประชุมประจำปีว่า เทสล่า จะออกแบบ “รถดำน้ำ” ที่คล้ายกับในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ตอน “The Spy Who Loved Me”

อีลอน มัสก์ บอกว่ามันอาจจะยุ่งยากในการสร้างรถดำน้ำคันนี้ แต่ในทางเทคนิคแล้วมีความเป็นไปได้

สาเหตุหนึ่งที่ “อีลอน มัสก์” เกิดไอเดียอยากสร้าง “รถดำน้ำ” ให้เป็นรถต้นแบบออกมา นั่นเพราะความคลั่งไคล้ส่วนตัวของเขาจากฉากหนึ่งของภาพยนตร์ “เจมส์ บอนด์”

มัสก์ พูดในที่ประชุมว่า “เราจะออกแบบรถดำน้ำคล้ายกับคันที่อยู่ในหนัง The Spy Who Loved Me”

รถสปอร์ตหรูสัญชาติอังกฤษ “Lotus” รุ่น Esprit S1 หรือชื่อที่ถูกตั้งว่า “Wet Nellie” ปรากฏขึ้นในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เมื่อปี 1977

โดย “Wet Nellie” เป็นรถที่โชว์เทคโนโลยีจากจินตนาการในฉากแอ๊กชั่น ซึ่งในเรื่องสายลับ 007 ใช้รถคันนี้ทั้งขับขี่บนพื้นดิน และออปชั่นสำคัญ “ดำน้ำ” ได้

“ผมคิดตอนนั้นเลยว่ามันเจ๋งมาก ที่ผมเห็นมันในหนัง” อีลอน มัสก์ พูดคุยกับผู้ถือหุ้นในช่วงถามตอบระหว่างการประชุมประจำปี ซึ่งตัวเขาคลั่งไคล้รถดำน้ำในหนังเรื่องนี้มาก ถึงขนาดควักเงินประมูลรถคันนี้ในราคาสูงถึง 997,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2013

“มันน่าทึ่งมากที่เด็กน้อยคนหนึ่งที่อยู่แอฟริกาใต้ได้ดูเจมส์ บอนด์ ภาค The Spy Who Loved Me ขับรถ Lotus Esprit วิ่งไปที่ท่าเรือ แล้วกดปุ่มจากนั้นรถก็กลายร่างเป็นเรือดำน้ำลงไปในน้ำ” อีลอน มัสก์ ซึ่งเกิดและเติบโตในแอฟริกาใต้จนถึงอายุ 17 ปี กล่าวถึงรถคันนี้

ในฉากรถดำน้ำอันลือลั่นของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ สายลับ 007 ขณะนั้น รับบทโดย “โรเจอร์ มัวร์” กำลังขับรถพาหญิงหนีการไล่ล่าการถูกระดมยิงจากเฮลิคอปเตอร์ของเหล่าศัตรูร้าย เขาตัดสินใจขับรถพุ่งลงทะเล ก่อนจะกดปุ่มสั่งการให้รถกลายสภาพเก็บล้อ กางปีก กลายเป็นรถดำน้ำได้ เท่านั้นไม่พอยังปล่อยจรวดจากใต้น้ำขึ้นมายิงเฮลิคอปเตอร์ที่บินเหนือน้ำทะเลได้อีก

จากนั้นสายลับ 007 ก็ขับรถดำน้ำพาสาวที่นั่งมาด้วยกันชมปะการังสั้นๆ ตามด้วยฉากสู้กันใต้น้ำพัลวันเพื่อโชว์แสนยานุภาพรถดำน้ำ ถัดมาจึงเป็นฉากรถผุดขึ้นจากทะเลมาแล่นบนชายหาดในฟังก์ชั่นขับขี่ตามปกติ

เป็นฉากแอ๊กชั่นที่ดูโอเวอร์ แต่ก็ทำให้อีลอน มัสก์ ฝังใจ

“ผมเคยผิดหวังที่มารู้ว่ามันไม่สามารถแปลงร่างเป็นรถดำน้ำได้จริง สิ่งที่ผมจะทำก็คืออัพเกรดกับระบบไฟฟ้าของเทสล่า และลองทำให้มันเป็นรถดำน้ำให้ได้จริง” มัสก์บอกกับผู้ถือหุ้นว่า มันมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างฟังก์ชั่นนี้ขึ้นมาในรถยนต์ แม้จะเป็นเรื่องยาก

“เราอาจทำมันขึ้นมาสักหนึ่งคัน แล้วนำมาออกแสดง คงจะสนุกดี” เขาบอกไว้

เป็นไอเดียของหนึ่งในเจ้าพ่อเทคโนโลยีที่ได้แรงบันดาลใจตรงจากจินตนาการในภาพยนตร์

ว่าแต่ทำไม “รถยนต์” จึงสำคัญยิ่งในภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์?

ในหนังชุดแฟรนไชส์สุดคลาสสิกเรื่องนี้ จะพบว่าสายลับ 007 ขึ้นชื่อในเรื่องการทำงานที่พึ่งพิงนวัตกรรมสูงมาก ก่อนออกไปปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง ธรรมเนียมของหนังเรื่องนี้คนดูจะต้องได้เห็นฉากนักวิทยาศาสตร์ของหน่วยสืบราชการลับอังกฤษนำสารพัดแก็ดเจ็ตที่เป็นอาวุธที่มีเทคโนโลยีสูงมาสาธิตให้สายลับ 007 และคนดูได้ร้องว้าวถึงไอเดียความเว่อร์กันทุกครั้ง

แต่หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญ คือ “รถยนต์” ซึ่งฉากการต่อสู้ของเจมส์ บอนด์ขณะขับรถ และยวดยานพาหนะต่างๆ มักจะยึดเป็นฉากแอ๊กชั่นหลักของแฟรนไชส์หนังเรื่องนี้ นั่นทำให้ “รถของเจมส์ บอนด์” มักเป็นที่โจษขานติดตาบรรดาแฟนๆ

ผนวกด้วยจินตนาการอันเหลือล้ำของออปชั่นสุดยอดที่ติดตั้งมากับรถของสายลับ 007 ในทุกภาค เป็นต้นว่า รถที่มีปุ่มกดเพื่อดึงปืนกล จรวด มิสไซล์ ที่ซ่อนอยู่ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งฉากคนร้ายเอาปืนจี้พระเอกเจมส์ บอนด์ อยู่ เขาสามารถกดปุ่มในรถเพียงปุ่มเดียวให้หลังคารถเปิด และระบบเบาะในรถสามารถดีดคนร้ายเด้งออกจากรถทางหลังคาได้

ที่ตลกหน่อย คือรถเจมส์ บอนด์ ในภาค “The Living Daylights” หนังปี 1987 ที่คันเดียวมีสารพัดแบบ ทั้งปุ่มปล่อยควัน ปล่อยโคลน ใส่รถคนร้ายที่ไล่ล่าจ่อหลัง กระทั่งปล่อยเลเซอร์ไปเลื่อยรถคันอื่นให้ขาดเป็นสองท่อนได้อีก ลามไปถึงมีเวอร์ชั่นติดสกีที่ล้อวิ่งไถลลงภูเขาหิมะได้ และที่โม้สะบั้น คือ รถยนต์เจมส์ บอนด์ ใน Die Another Day ปี 2002 ที่มีออปชั่นพรางตัวล่องหนได้!?!

แต่ที่ยกให้เป็นออปชั่นคลาสสิกคือ รถดำน้ำได้

นอกจากเทคโนโลยีสุดล้ำ (ในภาพยนตร์) รถแต่ละคันที่ปรากฏในทุกภาคของภาพยนตร์ชุดสุดคลาสสิกเรื่องนี้ ได้กลายเป็นทั้ง “ไลฟ์สไตล์” หรูของสายลับชาวอังกฤษ และความ “ลักชัวรี่” ประจำตัวจนเป็นภาพจำของคนดูทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ “รถสปอร์ต” เพราะแสดงถึงภาพแทนผู้ชายแบบเจมส์ บอนด์ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ นั่นคือ ความเนี้ยบมาดเท่

ที่สำคัญยังกลายเป็นเหตุผลทางการตลาดของแบรนด์รถหรูที่หวังจะให้มียานยนต์ของตัวเองปรากฏคู่กายให้ถูกขนานนามว่าเป็น “รถยนต์ของเจมส์ บอนด์” ซึ่งรถสปอร์ตสุดคลาสสิกอย่าง “แอสตัน มาร์ติน” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ภาพจำอยู่คู่กับเจมส์ บอนด์ ไปแล้ว

กระนั้นก็ยังมีแบรนด์รถอื่นๆ ที่เคยมาเป็นรถของเจมส์ บอนด์ อาทิ ฟอร์ด, โรลส์-รอยซ์, บีเอ็มดับเบิลยู, เบนท์ลีย์, โลตัส แต่ “แอสตัน มาร์ติน” ดูจะมีเคมีเข้ากับมาดสายลับ 007 มากที่สุด ทั้งยังได้อิมแพคเสียงตอบรับจากคนดูอย่างมาก จนกลายเป็นรถขาประจำของหนังเจมส์ บอนด์

สำหรับภาพยนตร์แฟรนไชส์ชุด เจมส์ บอนด์ สร้างจากนวนิยายอมตะของ “เอียน เฟลมมิง” เริ่มออกฉายครั้งแรกตั้งแต่ปี 1962 โดยสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว 26 ภาค ตลอดกว่า 5 ทศวรรษ มีพระเอกมารับบทสายลับ 007 ทั้งหมด 8 คน ขณะนี้ภาคล่าสุดอยู่ระหว่างถ่ายทำใช้โลเกชั่นทั้งในจาเมกา นอร์เวย์ อิตาลี มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “Bond 25” โดยพระเอก “แดเนียล เครก” นักแสดงชาวอังกฤษ วัย 51 ปี กลับมารับบทเจมส์ บอนด์ เป็นครั้งที่ 5 และถือเป็นภาคสุดท้ายของเขา ก่อนจะมีการเปลี่ยนตัวพระเอกใหม่ในภาคต่อไป

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ภาคล่าสุด มีกำหนดเข้าฉายเดือนเมษายน ปี 2020

บทความก่อนหน้านี้รื่นร่มรมเยศ : เทพรักษา : โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
บทความถัดไปพังงาเจอฝนกระหน่ำน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนต่อเนื่อง เตรียมย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปที่ปลอดภัย