แท็งก์ความคิด : มาตรฐานดี-ไม่ดี

ภ.ซีรีส์กำลังภายในปนสืบสวนสอบสวนชื่อ “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” กลายเป็นหนังฮิต

ฮิตถึงขนาดงานแฟนมีตติ้งดาราที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 กันยายน ที่อิมแพค ฮอลล์ 5-8 จำหน่ายหมดลงภายหลังจากเปิดขายไม่นาน

แถมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ในประเทศไทย #ปรมาจารย์ลัทธิมารTHfanmeeting ก็ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง

ถือว่าไม่ธรรมดา

ซีรีส์เรื่องปรมาจารย์ลัทธิมารนี้หาชมได้ในแอพพ์ WeTV มีด้วยกัน 50 ตอน ดูกันได้ชุ่มฉ่ำ

ซีรีส์เรื่องดังกล่าวมีนักแสดงนำ อาทิ เซียวจ้าน (XiaoZhan) รับบท เว่ยอู๋เซี่ยน ปรมาจารย์ลัทธิมาร

หวังอี้ป๋อ (WangYiBo) รับบท หลานจ้าน คุณชายรองตระกูลหลาน

ยวี๋ปิน (Yu Bin) รับบท เวินหนิง ขุนพลผี

หวังจั๋วเฉิง (WangZhuoCheng) รับบท เจียงเฉิง ประมุขตระกูลเจียง

หลิวไห่ควาน (LiuHaiKuan) รับบท เจ๋ออู๋จวิน เจ้าสำนักตระกูลหลาน

จูจ้านจิ่น (Zhu Zanjin) รับบท เมิ่งเหยา จี้หลี่ (Ji Li) รับบท เนี่ยหวายซัง ประมุขตระกูลเนีย

เป็นต้น

ด้วยความฮอตฮิตทำให้ต้องไปเปิดและติดตาม ใช้เวลาไม่นานนักก็ดูจบ

เพราะเพลิดเพลินสนุกสนาน

ยิ่งในคำแนะนำซีรีส์ระบุว่าซีรีส์ชุดนี้เป็น “หนังวาย” ชายรักชาย ยิ่งน่าสนใจ

ดูแล้วได้ข้อคิดเตือนใจว่า จะมองใครว่าเป็นเซียน หรือเป็นมาร ต้องดูกันนานๆ

ต้องดูกันให้เห็นจิตใจของคนคนนั้น

คนคนหนึ่งถูกนำมาเลี้ยงในสำนักใหญ่ มีความเฉลียวฉลาด รักพี่รักน้อง รักความเป็นธรรม

แต่มีข้อเสียคือเป็นตัวของตัวเอง ชอบสำราญ ไม่รักษากฎระเบียบอันเคร่งครัดของหมู่เซียน

ด้วยข้อเสีย ทำให้ไม่ใคร่มีใครชอบคนคนนี้นัก

ความเก่ง ทำให้ถูกริษยา ความดื้อรั้น ฝืนกติกาสังคม ทำให้หมู่เซียนไม่พอใจ

พอถึงเวลาดวงตก คนคนนี้ก็เจอมรสุม ถูกใส่ร้ายป้ายสี

ทั้งๆ ที่เป็นคนจิตใจดี กลับกลายไปเป็นปรมาจารย์ลัทธิมาร

ผนวกกับกระแสข่าวปากต่อปาก ปรมาจารย์ผู้นี้ก็กลายเป็นภูตผีที่น่ากลัว เอาไว้ขู่เด็กๆ

คนอีกคนหนึ่งมีต้นกำเนิดที่ไม่ได้รับการยอมรับ ผูกใจเจ็บผู้เป็นบิดา

คนคนนี้เป็นคนฉลาดเฉลียว ยอมโอนอ่อนผ่อนตามกฎกติกาเพื่อความอยู่รอด

จิตใจคิดอาฆาต แต่เก็บงำไว้ไม่มีใครรู้

หน้าฉากเป็นคนดี แต่หลังฉากเต็มไปด้วยแรงแค้น ใช้ทุกวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

ใช้ความดีเป็นอาวุธทำร้ายผู้คนด้วยเล่ห์เหลี่ยม

คนคนนี้สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจ้าสำนักได้ตามที่ปรารถนา

ระหว่างคนจิตใจดี แต่ถูกมองว่าเป็นมาร กับคนจิตใจเคียดแค้น แต่ถูกมองว่าเป็นเซียน

กลายเป็นประเด็นที่ชวนติดตามตอนจบ

ในช่วงท้าย เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย คนที่จิตใจดีก็ยังคงแสดงพฤติกรรมดี

ขณะที่คนจิตใจเคียดแค้น เมื่อถึงจุดหนึ่งก็แสดงตัวตนจริงๆ ออกมา

จนรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนไม่ดี

ซีรีส์เรื่องนี้มีความละม้ายกับนวนิยายกำลังภายในยุคก่อนๆ หลายเรื่อง

ความขัดแย้งระหว่างคนดีกับคนไม่ดี ความแจ่มชัดระหว่างความดีกับความชั่ว

ความเข้าใจคนดีว่าเป็นคนไม่ดี แต่หลงคิดว่าคนไม่ดีคือคนดี

ก่อเกิดเป็นความสนุกสนานให้ติดตาม

น่าสังเกตว่า แม้เรื่องราวในนวนิยายจะพลิกผัน แต่สิ่งที่ยังคงมั่นคงคือ มาตรฐานของความดี

มีคุณธรรม รักส่วนรวม เสียสละส่วนตัว ทำบุญกุศล กตัญญู ฯลฯ ยังคงเป็นนิยามของความดี

เข่นฆ่าผลาญชีวิต เอารัดเอาเปรียบ ปลิ้นปล้อน โกหก มีอกุศลจิต ฯลฯ หมายถึงความไม่ดี

มาตรฐานแบบนี้ คงเหมือนกับหลักคำสอนศาสนา

ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่เบียดเบียน

มาตรฐานเหล่านี้หากใครทำได้ถือว่าเป็นคนที่ประพฤติดี

เกิดสุขในใจ เพราะคิดแต่สิ่งที่เป็นกุศล

ส่วนใครที่ละเมิดมาตรฐาน แม้จะประพฤติกลบเกลื่อนความไม่ดีด้วยความดี แต่จิตใจเป็นอกุศล

ตนเองย่อมรู้สึกไม่เป็นสุข

และเมื่อกาลเวลาผ่านไป ความสามารถในการเก็บงำก็จะหดหาย พฤติกรรมที่ไม่ดีก็จะแสดงออกมา

ดูปรมาจารย์ลัทธิมารแล้วลองนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของโลก สถานการณ์ของประเทศ

มองผู้คนในมุมมองต่างๆ และเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมกันไปนานๆ

แล้วในที่สุดก็จะพบความเป็นจริง

ใครคือคนดี ใครคือคนไม่ดี

พบว่าคนดีและคนไม่ดี นั้นไม่ยั่งยืน

คนดีอาจจะเปลี่ยนไปทำชั่ว คนชั่วอาจจะเปลี่ยนมาทำดี

คนดีอาจถูกใส่ร้ายป้ายสี คนไม่ดีอาจสร้างภาพ

ผิดกับความดีและความชั่วตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

แม้จะเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยทุกอย่างก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

ทำดีก็คือดี ทำชั่วก็คือไม่ดี

การจะตัดสินว่าใครดีใครไม่ดี นอกจากจะต้องใช้เวลาพิสูจน์แล้ว ยังต้องพิสูจน์กันบ่อยๆ อีกด้วย

พิสูจน์ด้วยหลักธรรมที่เป็นมาตรฐานของความดี

บทความก่อนหน้านี้เชียงใหม่เตรียมเดินหน้า ผลักดัน พรบ.กัญชา ภาคประชาชน
บทความถัดไปตามไปดู…เวิร์กช็อปเชียร์ลีดดิ้ง ก่อนชิงแชมป์ระดับประเทศ