คอลัมน์ โลกสองวัย : ความสัมพันธ์ จีน-ไทย 70 ปี

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นวันชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ครบ 70 ปี ที่สมัยหนึ่งเรียกว่า จีนแผ่นดินใหญ่ หรือสมัยนั้นคนไทยเรียก “จีนแดง” ด้วยเหตุมีประเทศไต้หวันอยู่ด้วย ภายหลังฮ่องกงพ้นจากการครอบครองของอังกฤษที่เช่าฮ่องกงไว้ยาวนานถึง 99 ปี คืนให้สาธารณรัฐประชาชนจีน

ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่รับจีนไต้หวัน แม้สหประชาชาติเคยรับไว้ระยะหนึ่ง เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนยืนยันว่ามี “จีนเดียว” และประเทศทั้งหลายยอมให้สาธารณรัฐประชาชนจีนมีเอกอัครราชทูตในประเทศตน และไม่ยอมรับไต้หวันเป็นประเทศ เช่น ประเทศไทย แม้ยังยินยอมค้าขายกับไต้หวัน

วันนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนจึงเป็น “จีน” ประเทศเดียว แต่บอกกับประเทศทั่วโลกว่า จีนมีประเทศเดียว สองระบบ คือสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ส่วนฮ่องกงมีระบอบเศรษฐกิจเป็นเสรีนิยม ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อกัน

สาธารณรัฐประชาชนจีนเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี-วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ “เมื่อไก่ขัน ท้องฟ้าใต้หล้าสว่างเจิดจ้า” ลงข้อความประชาสัมพันธ์แห่งความพากเพียรของประชาชาติจีน จีน-ไทย จับมือก้าวสู่ยุคทันสมัยผ่านหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับความประการหนึ่งว่า

ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปี ก่อนการสถาปนาประเทศจีนใหม่ได้อวสานความทุกข์ยากตลอดนับร้อยปีในยุคประวัติศาสตร์ระยะใกล้ของสังคมจีนเปิดมิติใหม่แห่งการก้าวสู่การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของประชาชาติจีน สำหรับประเทศจีนและทั่วโลก 70 ปีที่ได้ผ่านไปถือเป็นช่วงเวลาที่วิเศษไม่ธรรมดา

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนได้นำพาประชาชนทุกชนชาติทั่วประเทศด้วยจิตวิญญาณแห่งความพากเพียรมุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าพร้อมการปฏิบัติจริงจังในการสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างยิ่งใหญ่ก่อเกิดแนวทางสังคมนิยมที่สอดคล้องกับสถานภาพของประเทศและมีเอกลักษณ์แบบจีน ประเทศใหม่ได้ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ทศวรรษก็สามารถประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยแบบก้าวกระโดดลุกขึ้นมา ร่ำรวยขึ้นมา และแข็งแกร่งขึ้นมาซึ่งบรรดาประเทศพัฒนาแล้วได้ใช้เวลาหลายร้อยปีจึงจะทำได้

ข้อความจากจีนหลายวรรคตอน เป็นปรัชญารวมอยู่เสมอ ดังขึ้นต้นของข้อความนี้ หรือข้อความต่อไป “ต้องปีนเขาขึ้นไปตัดหินถึงจะได้เจอหยก ต้องลงน้ำร่อนทรายถึงจะเจอทองคำ”

และ “ลมพัดมาจากตะวันออกทำให้รู้สึกสดชื่นและความมีชีวิตชีวา” ประเทศจีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วยกระดับการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง ภาคีความร่วมมือกลุ่มแรกในต่างประเทศก็คือบรรดาประเทศเพื่อนบ้านผู้รับประโยชน์เป็นอันดับต้นๆ ก็ยังเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ปีนี้เป็นปีสำคัญยิ่งสำหรับประเทศจีน ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีงานมงคลและเรื่องสำคัญติดๆ กันหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…..ได้กล่าวถึงประเทศไทยในสองกรณีว่า

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามและสมพระเกียรติ เมื่อวานซืนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระดับสูงสุดสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องพระบรมวงศานุวงศาของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทย มาเป็นเวลายาวนาน อีกทั้งก็เป็นการยกย่องต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรอันวิเศษแบบเป็นครอบครัวเดียวกันระหว่างจีน-ไทยอีกด้วย

ปัจจุบันนี้จีนกับไทยได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่แห่งการพัฒนาในประวัติศาสตร์ เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับโอกาสทางประวัติศาสตร์นี้ให้ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน จีน-ไทย นำมาซึ่งความผาสุกอันยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นให้กับประชาชนทั้งสองประเทศรองรับอนาคตแห่งการพัฒนาที่กว้างใหญ่มากขึ้น

ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) นำข้อความประชาสัมพันธ์ 70 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีนส่วนนี้มาเพื่อให้น้องหนูได้เรียนรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนไว้ จะได้เข้าใจถูกต้องไม่ไขว้เขวกับเรื่องที่ทราบมาแต่เดิม

บทความก่อนหน้านี้ตลท.จับมือ 5 มหา’ลัยดัง ต่อยอดหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคม
บทความถัดไปไอเอ็มเอฟ-เวิดแบงก์ประเมินภาคการเงินไทยแกร่ง ห่วงหนี้ครัวเรือนสูงหนุนออกมาตรการป้องกัน แนะปรับปรุงเกณฑ์กำกับแบงก์รัฐ-สหกรณ์