การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปีนี้จัดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีความน่าสนใจ
เพราะนอกจากประเภทกีฬาที่น่าติดตามเชียร์แล้ว ยังมีเรื่องราวอื่นๆ ที่ชวนให้สัมผัส
เรื่องราวต่างๆ ญี่ปุ่นทยอยถ่ายทอดผ่านสื่อต่างๆ
นิตยสาร “จากญี่ปุ่น” ของสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย สรุปข้อมูลกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียว ให้ไว้อย่างกระชับ
สรุปว่า กีฬาโอลิมปิกครั้งที่จะถึงนี้เป็นโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 32
ช่วงเวลาการจัดแข่งขัน คือ วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 9 สิงหาคม
มีการแข่งขันกีฬา 33 ประเภทกีฬา โดยมีประเภทกีฬาใหม่เพิ่มขึ้นมา 5 ประเภท
ประกอบด้วย เบสบอลและซอฟต์บอล คาราเต้โด สเก๊ตบอร์ด ปีนหน้าผา และกระดานโต้คลื่น
ประเทศและเขตปกครองที่เข้าร่วมการแข่งขันมี 204 ประเทศและเขตการปกครอง
จำนวนนักกีฬา 10,500 คน จำนวนเหรียญรางวัล 962 เหรียญ
จำนวนบัตรเข้าชม 8.8 ล้านใบ
ขณะที่กีฬาพาราลิมปิก 2020 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึงวันที่ 6 กันยายน
มีประเภทกีฬา 22 ประเภท ประเทศและเขตปกครองที่เข้าร่วมแข่งขัน 164 ประเทศและเขตปกครอง
นักกีฬาพาราลิมปิก 4,237 คน
บัตรเข้าชม 2.5 ล้านใบ
การตระเตรียมจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของญี่ปุ่นครั้งนี้ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง
จากปี ค.ศ.2013 ที่ญี่ปุ่นได้รับไฟเขียวให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
3 ปีต่อมา ตราสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกก็กำเนิดขึ้น และปีเดียวกันญี่ปุ่นก็รับธงโอลิมปิกในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่ ริโอ เด จาเนโร
สำหรับตราสัญลักษณ์มีชื่อว่า “Harmonized Chequered Emblems”
สัญลักษณ์นี้เป็นรูปแบบลายตาราง มีการผสมผสานรูปทรงสี่เหลี่ยม 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน
สีที่ใช้ในสัญลักษณ์เป็นสีคราม
ญี่ปุ่นอธิบายว่า ลายตารางนั้นญี่ปุ่นรู้จักมาตั้งแต่สมัยเอโอะ (ค.ศ.1603-1867)
รู้จักกันในชื่อ ichimatsu moyo
ส่วนสีครามเป็นสีดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีความหมายแสดงถึง “ความงดงาม”
การผสมผสานรูปสี่เหลี่ยม 3 รูปแบบ หมายถึงความหลากหลายในวัฒนธรรม และความคิดของแต่ละประเทศ
ในความหลากหลายก็มีความกลมกลืนรวมกันเป็นหนึ่ง
ถือเป็น “เอกภาพในความหลากหลาย”
หมายถึง กีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ส่งเสริมการยอมรับในความหลากหลาย และเชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน
ปี ค.ศ.2017 ญี่ปุ่นเริ่มต้นโครงการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์
ขยะเหล่านี้นำไปผลิตเป็นเหรียญรางวัลที่จะมอบให้นักกีฬา
พอกาลเวลาเคลื่อนเข้าสู่ปี ค.ศ.2018 ตัวแมสคอตสำหรับการแข่งขันครั้งที่จะถึงนี้ก็ผ่านการโหวตจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนญี่ปุ่นทั้งในและนอกประเทศจำนวน 16,763 แห่ง
แมสคอตที่ได้รับการคัดเลือกครั้งนี้ได้รับคะแนนโหวต 109,041 คะแนน
กลายเป็นแมสคอตของกีฬาโอลิมปิกชื่อว่า miraitowa
คำว่า “มิไร” แปลว่า “อนาคต” ส่วนคำว่า “โทะวะ” แปลว่า “ชั่วนิรันดร์”
พอรวมกันแปลว่า อนาคตสดใสชั่วนิรันดร์
แสดงถึงกีฬาที่ส่องสว่างจิตใจของผู้คนทั่วโลก ให้เต็มไปด้วยความหวังแห่งอนาคต
และยังมีแมสคอตของกีฬาพาราลิมปิก ชื่อ someity มาจาก Someiyoshino ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของซากุระที่ชาวญี่ปุ่นนิยม
มีคำแปลหมายถึงพลังอันแข็งแกร่ง
แสดงถึงความยอดเยี่ยมและเข้มแข็งของนักกีฬาพาราลิมปิก
ปี ค.ศ.2019 ปิดโครงการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จะนำไปทำเหรียญรางวัล
ปีเดียวกันนี้ ญี่ปุ่นเริ่มต้นจำหน่ายบัตรเข้าชม
ว่ากันว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมครั้งนี้ ญี่ปุ่นจะใช้เทคโนโลยียุค 5จี
ถือเป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีล้ำยุคให้ชาวโลกได้เห็น
แม้ได้ข่าวว่าญี่ปุ่นล้ำไปถึงการจะใช้ 6จี แล้ว แต่แค่การเริ่มใช้เทคโนโลยียุค 5จี ในการแข่งขันครั้งนี้ก็ดึงดูดใจไม่น้อย
กีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกครั้งนี้ ญี่ปุ่นนำเอาหุ่นยนต์เข้ามาช่วยด้วย
หุ่นยนต์ 2 ตัว คือ แมสคอต ที่ชื่อ miraitowa และ someity ซึ่งจะทำหน้าที่ต้อนรับกองเชียร์ที่มาชมกีฬา
นอกจากนี้ ยังมีหุ่นยนต์ Humanoid T-HR3 หุ่นยนต์ T-TR1 ทำหน้าที่สื่อสารระยะไกล
และหุ่นยนต์ FSR ทำหน้าที่ช่วยการจัดการในสนาม
จัดการแข่งขันกีฬากรีฑาประเภทลาน
สามารถขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ เคลื่อนที่นำเจ้าหน้าที่ไปยังจุดหมายโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางทีมีสิ่งกีดขวาง
สามารถเก็บและขนย้ายอุปกรณ์ในการแข่งขันกรีฑาประเภทลาน เช่น แหลน หรือค้อน ที่นักกีฬาขว้างออกไป
เป็นการลดการใช้เวลาและลดการใช้แรงงานเจ้าหน้าที่
นี่เป็นแค่ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นนำมาใช้
ไม่น่าเชื่อว่ากีฬาโอลิมปิกที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน
จากโอลิมปิกโบราณ โอลิมเปีย กรีซ
มาถึงโอลิมปิกสมัยใหม่ ที่เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ.2493 และจัดมาถึงปัจจุบันที่มีทั้งกีฬาโอลิมปิกและกีฬาพาราลิมปิก
การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแข่งขันกีฬาของมนุษยชาติแล้ว
ยังมีการนำเอาความล้ำยุคจากความคิดของมนุษยชาติมาโชว์อีกด้วย
โอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้จึงน่าสนใจ และน่าติดตาม
เพราะโอลิมปิกเกมส์ได้เป็นอีกก้าวหนึ่งของมนุษย์ที่เดินเข้าสู่ยุคไฮเทค
เป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่นำเข้าสู่ยุค 5จี

