คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม : Hanaya ฮานาย่า ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าแรกของเมืองไทย

หอยเป๋าฮื้อนึ่งสาเก

มีร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าหนึ่งที่ถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของครอบครัวเรามานาน ซึ่งปิ่นโตเถาเล็กขอแนะนำทบทวนอีกครั้งหนึ่ง รายนี้ถือเป็นร้านแรกในเมืองไทย เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว (เริ่ม พ.ศ.2482) มีชื่อว่าฮานาย่า (Hanaya)

ที่นี่มีจุดเด่นอยู่ที่เมนูญี่ปุ่นหลากหลาย ราคาดีสมเหตุสมผล แม้กระทั่งของสดจากญี่ปุ่น (มาอาทิตย์ละ 2 วัน ทุกวันอังคารและศุกร์) ก็มีราคาไม่แพงเกินไป กลายเป็นขวัญใจชาวไทย นิยมมากันทั้งครอบครัวใหญ่ จึงมักจะแน่นอย่าบอกใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น จึงควรโทรมาจองก่อนล่วงหน้าดีที่สุด

ฮานาย่าตั้งอยู่ที่เดิมไม่เคยย้ายไปไหนตรงบริเวณ หัวถนนสี่พระยา ควรไปตั้งต้นที่หัวถนนสีลมที่เป็นสามแยก (ตรงโรงพยาบาลเลิดสิน) เลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญกรุง มาตามเส้นทางวันเวย์ ผ่านทางเข้าโรงแรมโอเรียนเต็ล ผ่านสามแยกที่ตัดกับถนนสุรวงศ์ ผ่าน CAT (กสท) ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้เลี้ยวขวาที่สี่แยกไฟแดงถัดไปเพื่อเข้าถนนสี่พระยา เพียงแค่ 100 เมตร ให้ชิดขวาทันที จะเห็นป้ายทางเข้าฮานาย่าอันเบ้อเริ่ม เลี้ยวเข้าไปในทางแคบๆ นั่นแหละก็จะเห็นร้านอยู่ด้านในทางซ้าย มีที่จอดรถด้านหลังเป็นลานโล่งกับโรงจอดรถสูงๆ ได้ประมาณ 40 กว่าคัน ซึ่งด้านหลังนี้ยังออกไปซอยเจริญกรุง 39 โดยเข้าจากทางนี้ได้ด้วย

ด้านในร้านตกแต่งเนี้ยบเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นแท้ จุคนทั้งสองชั้นได้ถึง 230 คน รวมห้องส่วนตัวเล็กใหญ่ถึง 8 ห้อง สำหรับใครที่ต้องการเจาะลึกถึงของกินญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ขอเชิญนั่งหน้าเคาน์เตอร์ซูชิ (ได้ประมาณ 10 คน)

ความพิเศษของฮานาย่าอีกอย่างคือนอกจากจะมีเมนูทั่วไปหลากหลาย (เชิญเปิดเมนูเลือกจิ้มได้เลย) แล้ว ยังมีดีที่วัตถุดิบของสดพิเศษนอกเมนูอีกมาก ทั้งปลาปูกุ้งหอย ทั้งของกินเล่นกินจริง นี่คือจุดใหญ่ใจความที่อยากเชียร์ให้มาลิ้มลอง โดยจะขอเน้นบรรยายเมนูเหล่านี้เพื่อประโยชน์แก่การตามไปชิมได้ถูก

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับหนุ่มใหญ่หน้าใสใส่แว่นตาประจำซูชิบาร์ คือเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คุณโยชิโอ้ หรือมีชื่อไทยว่า คุณยศกร วาตานูกิ ครอบครัวเราตั้งสมญานามให้ว่า พี่หล่อ เพราะลูกสาวคนโตของผมตอนเล็กๆอายุ 3 ขวบ เป็นคนตั้งชื่อให้ นอกจากนี้คุณพ่อของโยชิโอ้ คุณทากาชิ เจ้าของร้านรุ่นที่ 2 จะประจำอยู่ในครัวอีกด้วย

คุณโยชิโอ้

พี่หล่อเล่าให้ฟังว่า คุณตาคุณยายของเขามาจากเมืองคาโกะชิม่า เปิดร้านมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านปัจจุบัน จนกระทั่ง พ.ศ.2509 ได้ย้ายข้ามฝั่งมาเปิดร้านใหม่ในปัจจุบันจนทุกวันนี้ (ดูรปร้านสมัยก่อนที่ด้านหลังเมนูได้ Miss Hanaya ในรูปหมายความถึงพนักงานร้าน) ตอนนี้ที่ซูชิบาร์มีผู้ดูแลอยู่ถึง 6 คน (แต่ก่อนมีเชฟอาวุโสชื่อ มิจัง คุ้นเคยกับคุณชายถนัดศรีมาก มาจากห้างไดมารู ห้างญี่ปุ่นเจ้าแรกในไทย แต่จากเราไป 3 ปีแล้ว)

สำหรับผู้ที่อยากเจาะลึกและมีสตุ้งสตางค์พร้อม ขอแนะนำให้สั่งแบบ โอมากาเสะ ซึ่งมีความหมายว่า มีอะไรดีๆ ก็ทำทยอยมาให้ชิมเลย หรืออยากสั่งแค่บางอย่างเองก็ย่อมได้

รากบัวทอด

เริ่มกันด้วยของกินเล่นง่ายๆ อย่างเช่น รากบัวทอด (Renkon Crisp) (100 บาท+ ค่าบริการ 10%) กรอบอร่อย กับ หนังปลาแซลมอนทอดกรอบ (60 บาท+) ลูกชิ้นปลาหรือเนื้อปลาสับห่อใบโอบะย่าง (70 บาท+) และที่พิเศษกว่าใครคือ ผัก Ice Plant (300 บาท+) หรือ Siona ที่คนไทยตั้งชื่อว่า ผักเกล็ดหิมะ เพราะเหมือนมีเกล็ดหิมะเกาะอยู่มีรสชาติเค็มๆ ในตัวกรอบอร่อย ผักนี้มีต้นกำเนิดในแอฟริกาใต้ และมีคนญี่ปุ่นนำไปปลูก นิยมกินแต่ยอด

ผักเกล็ดหิมะ Ice Plant

ใบอ่อน ซึ่งที่ฮานาย่าจะขูดชีสเป็นแผ่นยาวๆ ให้กินคู่กันด้วย

มีของกินเล่นขึ้นชื่อแห่งจังหวัดอาคิตะ หัวไชเท้าดองรมควัน (Iburi Gakko)(100 บาท+) หั่นมาเป็นชิ้นๆ เคียงข้างด้วยหัวไชเท้าดองคลุกครีมชีสหอมมัน ถ้าชอบมะเขือเทศ ให้สั่ง Cindy Sweet หรือมะเขือเทศหวาน (100 บาท+) กรอบอร่อย ซึ่งพันธุ์นี้นำเข้ามาปลูกในไทยแล้ว

หัวไชเท้าดองรมควัน Iburi Gakko

ต่อด้วยของทะเลต่างๆ ที่เป็นเมนูเล็กๆ มีสุดยอดไข่ตุ๋นหน้าปูซูไว (300 บาท+) เป็นของพิเศษนอกเมนู ใส่ปลามาไดและปลาหมึกกับส้มยูซุหอมๆ ด้วย อีกทั้ง ของดี 3 อย่าง ในถ้วยเดียวกันมีทั้งอูนิ (Uni) ไข่หอยเม่นจากฮอกไกโด ไข่ปลาแซลมอน และ ชิโระเอบิ (Shiroebi) กุ้งขาวหวาน (700 บาท+) ใช้ช้อนเล็กๆ ตักกินสะใจ อีกทั้ง อังกิโมะ (Ankimo)(100 บาท+) ตับปลา Monkfish ต้มซีอิ๊ว นุ่มแน่นหอม โปะหน้าด้วยชีสมอซซาเรลล่า เป็นของกินเล่นนอกเมนู และของดีๆ อย่าง หอยเป๋าฮื้อนึ่งสาเก (700 บาท+) เสิร์ฟมาทั้งตัว

shirako สเปิร์มปลาคอด

ใครชอบสิ่งที่ท้าทายให้สั่งชิราโกะ (Shirako)(700 บาท+) หรือสเปิร์มปลาคอดสีขาวครีมๆ คลุกกับพอนสึเปรี้ยวๆ จึงกินเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยน อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา

ซูชิหน้าปลามาได (Madai)
ปลาหมึกหิ่งห้อยนึ่ง

ส่วนซูชิที่ต้องสั่งคือโฮตารุอิกะ (Hotaru ika) หรือ หมึกหิ่งห้อย เราสั่ง หมึกหิ่งห้อยดองซีอิ๊วห่อสาหร่าย (คำละ 60 บาท+) ที่ญี่ปุ่นพอจับมาได้ก็ดองซีอิ๊วทันที รวมทั้ง หมึกหิ่งห้อยนึ่ง จิ้มมัสตาร์ด (200 บาท+) มาเป็นจานๆ อีกทั้งซูชิหน้าปลามาได (Madai) (คำละ 180 บาท+) หรือปลากะพงแดงญี่ปุ่น ก่อนกินให้บีบมะนาว และซูชิหน้าปลากินเมได (Kinmedai) (250 บาท+) ที่สุดยอดมาก ต่อด้วยเมนูในตำนานร้านนี้ ซูชิหน้าปลาไหลอูนางิ (Unagi) (360 บาท+) ย่างซีอิ๊ว ชิ้นยาวเหยียดเท่าตัวปลาไหล (แล่มาครึ่งตัว) ยาวกว่าข้าวปั้นหลายเท่า ข้าวญี่ปุ่นร้านนี้ใช้ข้าวสายพันธุ์โด่งดังของจังหวัดอาคิตะ ที่นำมาปลูกในไทยได้แล้ว

ซูชิหน้าปลากินเมได (Kinmedai)

ถ้ายังไม่อิ่มให้สั่ง ปลาหิมะ (Gindara) ย่างเต้าเจี้ยว(500 บาท+) ซึ่งโยชิโอ้บอกว่าเป็นตัวเลือกที่มาแรงนอกเหนือจากปลาย่างซีอิ๊วหรือย่างเกลือ อีกทั้งให้ลองเห็ดไมตาเกะเทมปุระ (180 บาท+) แทนที่จะเป็นกุ้งเทมปุระ

คุณโยชิโอ้แถม หัวไชเท้าดองเปรี้ยวหวาน มาให้กินแก้เลี่ยน และปิดท้ายด้วย ซุปมิโสะหอยชิจิมิ (Shijmi) (150 บาท+) อีก 1 ถ้วยเป็นธรรมเนียมตอนจบ

ถึงตอนนี้รู้สึกอิ่มแปล้มาก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องสั่งของหวาน พุดดิ้งชาเขียว (110 บาท+) โปะหน้าด้วยถั่วแดงกวน ทำแค่ 30 ถ้วยต่อวันเท่านั้น อีกทั้ง โมจิห่อไส้คัสตาร์ดครีม (80 บาท+)

นี่คือของพิเศษต่างๆ ที่คัดสรรมาเชียร์ให้ลิ้มลอง ส่วนเมนูอื่นๆ ซูชิ ปลาดิบทั้งนำเข้าและปลาไทย กับเมนูทั่วไปเหมือนกับร้านอื่นๆ มีอีกมากมาย ราคาสบายกระเป๋ามาก

อังกิโมะ ตับปลานึ่งซีอิ๊ว
ซูชิหน้าปลาไหลอูนางิยาวๆ
ปลาหิมะย่างเต้าเจี้ยว

ร้านฮานาย่า เปิดเป็นช่วงๆ ตามมื้ออาหาร 11 โมงครึ่งถึงบ่าย 2 โมง และ 5 โมงครึ่งถึง 4 ทุ่มครึ่ง ทุกวัน แต่อย่าลืมว่าร้านหยุดทุกวันอาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์แน่นอย่าบอกใคร ควรโทรไปจองก่อนที่เบอร์ 0-2234-8095 นะจ๊ะ


ข้อมูลร้าน

ภัตตาคารฮานาย่า (Hanaya)

โดย คุณทากาชิ วาตานูกิ

ที่ตั้ง 683 ถ.สี่พระยา แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

โทร 0-2234-8095 0-2233-3080

เปิดบริการ 11.30-14.00 น.(ครัวปิด 13.30 น.) 17.30-22.30 น. (ครัวปิด 21.30 น.) ทุกวัน

หยุด อาทิตย์ที่ 2 และอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน

ช่วงคนแน่น วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

Facebook Hanaya 1976

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon