การก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์ในมือถือแทบจะตลอดเวลา เป็นเรื่องปกติสำหรับคนในยุคสมัยปัจจุบัน
ในร้านอาหาร ในห้องประชุม บนรถไฟฟ้า บนรถเมล์ ฯลฯ สมาร์ทโฟนกลายเป็นอวัยวะลำดับที่ 33 ของร่างกาย เพราะตอบสนองความต้องการได้ครบ ทั้งพูดคุย (แชต) อ่านหนังสือ ค้นหาข้อมูล ซื้อสินค้า เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง
มือถือเครื่องเดียวเป็นได้ (แทบ) ทุกสิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านไปไหน
ยักษ์เสิร์ชเอ็นจิ้นโลก “กูเกิล” เปิดเผยข้อมูลว่า นอกจากในปัจจุบันคนไทยมากถึง 64% จะใช้อินเตอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนแล้วยังพบด้วยว่า คนไทยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งานโดยเฉลี่ยถึง 176 ครั้ง/วัน
เรียกว่า ก้มๆ เงยๆ อยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแทบจะตลอดเวลา
วันไหนลืมหยิบกระเป๋าสตางค์ออกจากบ้าน ยังไม่รู้สึกร้อนใจ และต้องรีบกลับไปเอาเท่ากับลืมมือถือไว้ที่บ้าน
คุณเป็นอย่างนั้นไหม
วันก่อนแหล่งข่าวที่เคารพ ผู้ซึ่งกำลังใช้เงินลงทุนจำนวนมากไปกับการขยับขยายอาณาจักรธุรกิจไปยังอีคอมเมิร์ซส่งงานเขียนชิ้นหนึ่งมาให้อ่าน
งานเขียนชิ้นนี้ไม่ปรากฏที่มา อ่านแล้วเห็นว่าดีจึงขออนุญาตแปลมาให้อ่านกัน
ผมใช้เวลานานนับชั่วโมงที่ธนาคารกับลุงของผม เพราะลุงต้องการโอนเงินทำให้ผมอดที่จะถามออกไปไม่ได้ว่า
“ลุงครับ ทำไมเราไม่เปิดบัญชีธนาคารทำธุรกรรมกันทางอินเตอร์เน็ต”
“แล้วทำไมลุงต้องทำอย่างนั้นด้วย” ลุงถาม
“เพราะลุงจะได้ไม่ต้องใช้เวลานับชั่วโมงมาที่นี่ เพื่อทำธุรกรรมประเภทโอนเงินนะสิครับ ลุงยังสามารถซื้อของออนไลน์ได้ด้วย
ลุงจะทำทุกอย่างได้อย่างง่ายดายมาก”
ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ริเริ่มให้ลุงเข้าสู่โลกของธนาคารบนอินเตอร์เน็ต
ลุงถามว่า “ถ้าลุงทำแบบนั้น ลุงก็ไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ” ผมตอบด้วยความภูมิใจ และผมบอกลุงว่า “ทุกวันนี้ เราสามารถสั่งซื้อของชำให้มาส่งถึงหน้าประตูบ้านได้ง่ายนิดเดียว” ผมยังเล่าให้ลุงฟังด้วยว่า อเมซอนมีการจัดส่งสินค้าทุกประเภทได้อย่างไร
คำตอบของลุงทำให้ผมพูดไม่ออก
ลุงบอกว่า “ตั้งแต่เดินเข้ามาที่ธนาคารวันนี้ ลุงได้เจอเพื่อนของลุง 4 คน และได้คุยเล็กๆ น้อยๆ กับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ซึ่งตอนนี้
รู้จักลุงเป็นอย่างดีแล้ว เธอรู้ไหม ลุงอยู่คนเดียว และนี่ก็เป็นคนกลุ่มเดียวที่จำเป็นสำหรับลุง ลุงชอบเตรียมตัวออกมาที่ธนาคาร ลุงมีเวลามากพอ และนี่เป็นสัมผัสทางกายภาพที่ลุงต้องการ”
2ปีต่อมาผมป่วย เจ้าของร้านขายผลไม้ที่ผมซื้อเป็นประจำได้มาเยี่ยมผมที่บ้าน เขานั่งลงข้างเตียงผม และร้องไห้
ภรรยาผมหกล้มเมื่อสองสามวันก่อนตอนที่เธอไปเดินออกกำลังยามเช้า เจ้าของร้านชำเห็นเหตุการณ์จึงรีบขับรถพาเธอมาส่งที่บ้านเพราะเขารู้ที่อยู่ของผม
หากทุกสิ่งอยู่แต่บนโลกออนไลน์ ผมจะได้รับสัมผัสที่เป็นของ “มนุษย์” ไหม?
ทำไมผมจึงต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างส่งตรงมาถึงผม และบังคับให้ผมต้องติดต่อกับเฉพาะแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผม
ผมต้องการรู้จักกับคนที่ผมติดต่อด้วย ไม่ใช่เพียงเป็นแค่ “ผู้ซื้อ” เพราะมันสร้างความผูกพัน และมิตรภาพ
“อเมซอน” จัดส่งสิ่งเหล่านี้ด้วยหรือเปล่า
เทคโนโลยีไม่ใช่ชีวิต ดังนั้น จงใช้เวลาอยู่กับผู้คน ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์
ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ไม่มีอะไรถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด
ไม่ว่ายุคสมัยใด การสร้างสมดุลให้กับชีวิตเป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่คุณจะทำมันได้ด้วยตนเอง

