หน้าแรก ประชาชื่น แม็กซ์ แฟคเตอ...

แม็กซ์ แฟคเตอร์ ผู้ลี้ภัย

10.04.16 | 19:37 น.

แผ่นดินรัสเซียกำลังลุกเป็นไฟในระยะที่แม็กซ์ แฟคตอรอวิค์ซวางแผนพาครอบครัวหลบหนีไปอเมริกา

สำหรับคนเชื้อสายยิวในรัสเซียและยุโรปตะวันออก แผ่นดินร้อนระอุมานานแล้ว แต่ชาวรัสเซียทั้งแผ่นดินกำลังเป็นทุกข์เมื่อเกิดสงครามกับญี่ปุ่นซึ่งเรียกกันว่า Russo-Japanese War

ญี่ปุ่นครั่นเนื้อครั่นตัวมาตั้งแต่เมื่อรัสเซียเริ่มสร้างรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย (Trans-Siberian Railroad) เพราะระแวงว่าฝรั่งจะใช้เส้นทางรถไฟซึ่งยาวที่สุดในโลกขบวนนี้เข้ากวาดดินแดนในแถบปาซิฟิก ซาร์นิโคลัสที่สองทรงดูหมิ่นแสนยานุภาพของคนอาเซียนโดยเฉพาะญี่ปุ่น ถึงกับทรงตรัสว่า “แค่แมลงกัด” เมื่อขึ้นญี่ปุ่นเข้าโจมตีกองทัพรัสเซียในปี ค.ศ.1904/พ.ศ.2447 ปีใกล้ๆ กันกับที่ไทยเราต้องเสียหลวงพระบาง จำปาศักดิ์ ดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงไปให้ฝรั่งเศส หลังจากที่เสียฝั่งซ้ายไปแล้วเกือบสิบปีก่อนหน้า (พ.ศ.2436/ร.ศ.112)

ในครั้งนั้นไทยต้องจำยอมฝรั่งเศส แต่ญี่ปุ่นไม่ยอมมหาอำนาจอย่างรัสเซีย ทหารญี่ปุ่นตัวเล็กขยี้กองทัพทหารยักษ์จนยับเยิน รัสเซียต้องยอมแพ้ที่พอร์ตอาร์เธอร์ (ชื่อฝรั่งตั้ง แต่อยู่ในดินแดนจีน) และในที่สุดก็เกิดยุทธนาวีสึชิมะที่ญี่ปุ่นถล่มกองเรือรัสเซียจน “เดี้ยง” ตามความเห็นของลูกศิษย์ตัวเล็กๆ ของผู้เขียนคนหนึ่ง

รัสเซียยิ่งใหญ่เกินถล่มทลาย แต่ก็ “อายทั่วทั้งโลกา” กองทัพรัสเซียและผู้ปกครองโดนดูแคลนจากประเทศอื่นๆ และจากประชาชนรัสเซียเอง ความไม่เชื่อมั่นในกองทัพและผู้นำ เป็นประดุจโพรงและหลุมบ่อในผืนดินของ Jkodynka Field (สนามหลวงแห่งมอสโกซึ่งใช้ในงานฉัตรมงคลของซาร์นิโคลัสที่ 2) แม้จะเกลี่ยปกปิดไว้ด้านบน แต่ก็พร้อมจะพังทลายทำให้การปกครองอันเก่าแก่ล่มสลายลงในที่สุด

Advertisement

ในครั้งนั้นชาวยุโรปและชาวยิวในยุโรปจำนวนมากมายพากันอพยพจากยุโรปไปสู่สหรัฐ ดินแดนใหม่ซึ่งในครั้งนั้นอ้าแขนโอบอุ้มคนยากจนไร้อนาคตจากทุกมุมโลก

ลุงและน้องชายของแม็กซ์ลี้ภัยไปอยู่เมืองเซ็นต์หลุยส์ในสหรัฐนานแล้ว แม้ชีวิตที่นั่นจะไม่ง่าย เพราะต้องไปเรียนภาษาใหม่ ทำความคุ้นเคยกับธรรมเนียมของประเทศใหม่ การทำมาหากินในระยะแรกๆ ยังไม่ค่อยสะดวกนัก ถึงกระนั้นก็ยังมีความสุขมากกว่าอยู่ใต้ปกครองของรัสเซีย

แต่คนรัสเซียก็ไม่ใช่จะโหดร้ายไปเสียหมด นายทหารผู้ใหญ่ซึ่งมีจิตเมตตาสงสารคนยิว รู้เรื่องราวของแม็กซ์เป็นอย่างดี และตกลงให้ความช่วยเหลือ

แม็กซ์ได้อาศัยฝีมือการผสมเมกอัพของตัวเองในครั้งนี้

เขาทาเมกอัพสีผิวอมเหลืองบนหน้าตัวเอง ทำให้ดูซูบซีดเหมือนคนป่วย พร้อมกันก็ทำท่าอ่อนเพลียลงทีละเล็กละน้อย

ในที่สุดแม็กซ์ก็ได้รับอนุญาตให้ลาป่วย และไปรักษาตัวในเมืองที่มีน้ำแร่ อย่างที่คนสมัยนั้นนิยมกัน เมืองที่มีแหล่งน้ำแร่ในยุโรปกลายเป็นสถานที่พักฟื้น หรือเรียกได้ว่าเป็น “สปาคนป่วย”

ช่วงเวลาที่ลางานได้นี้ ยาวนานพอที่แม็กซ์จะอาศัยความช่วยเหลือของนายทหาร หลบลี้พาตัวเองและครอบครัว ลัดเลาะไปตามขอบชายแดน จนถึงเมืองท่า และได้ขึ้นเรือไปสหรัฐอย่างที่ฝันไว้

แม็กซ์ซื้อตั๋วเรือราคาถูกที่สุด เดินทางปะปนไปกับฝูงผู้อพยพจากรัสเซียและส่วนอื่นๆ ของยุโรปตะวันออก อัดกันไปแน่นจนแทบจะต้องแย่งกันหายใจ ทั้งๆ ที่อยู่กลางมหาสมุทร ครอบครัวของแม็กซ์เป็นหนึ่งในจำนวนคนเชื้อสายยิวกว่าสองล้านคน ที่ลี้ภัยจากความโหดร้ายของผู้ปกครองรัสเซียในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และช่วงต้นศตวรรษที่ 20

แม็กซ์พาครอบครัวเดินทางในชั้น “ปลากระป๋อง” ไม่ใช่เพื่อความประหยัดอย่างเดียว แต่เพื่อหลีกลี้การไปจ๊ะเอ๋กับชนชั้นสูงบางคนที่อาจจะจำเขาได้

เงินทองทั้งหมดที่เก็บรอมได้มาตลอดชีวิต แม็กซ์ใส่ไถ้เย็บติดกับเสื้อตัวในสุด แนบอยู่กับอกไว้ตลอดเวลา เขาหวังว่าเงินนี้จะเป็นทุนให้ได้สร้างตัวในประเทศใหม่

เมื่อเรือออกจากท่า แม็กซ์ทั้งโล่งใจที่หนีเงื้อมมือราชสำนักและทหารรัสเซียได้สำเร็จ ในขณะเดียวกันก็เศร้าใจที่ต้องจากบ้านชนิดที่ไม่รู้ว่าจะมีวันได้กลับมาเยือนอีกหรือไม่

“บ้าน” ในหัวใจของแม็กซ์ ไม่ใช่รัสเซีย แต่เป็นโปแลนด์ ประเทศเล็กๆ แสนโชคร้าย ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรงเล็บราชณาจักรปรัสเซียและรัสเซีย

ขณะที่อพยพไปดินแดนใหม่นี้ แม็กซิมิเลี่ยน แฟ็คตอรอวิค์ซ ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่พร้อมไปเผชิญโชค เขาเป็นชายวัยใกล้ ๓๐ ที่มีภรรยาและลูกอีกสามคน

แม็กซ์รู้ถึงอุปสรรคทางภาษาและอื่นๆ ในดินแดนใหม่ที่ชาวอพยพจะต้องเผชิญ จากญาติมิตรที่เดินทางไปก่อนหน้า

เขารู้ด้วยว่า ในจำนวนผู้อพยพที่หลั่งไหลไปสหรัฐ คนอังกฤษมีโอกาสได้งานดีที่สุด ตามด้วยคนฝรั่งเศส เยอรมันและยุโรปตะวันตกอื่นๆ ส่วนคนจากอิตาลี ไอร์แลนด์ และโปแลนด์ส่วนใหญ่จะได้แค่งานกรรมกร

ชาวโปแลนด์หรือพวก Poles (เรียกอย่างเหยีดหยามว่า Polack) โดนดูถูกโง่ที่สุดแล้วในจำนวนผู้อพยพทั้งหมด เวลาพวกโปลส์ไปสมัครงานที่ไหน หากผู้จ้างไม่ถอนใจเหมือนเหม็นเบื่อเสียเต็มประดาก็อมยิ้มแบบแอบขำ

ผู้คนในอเมริกาชอบเล่าเรื่องขำขันเกี่ยวกับคนโปแลนด์ หรือ Polish jokes มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 นัยว่าความทื่อ-บื้อของพวกโปลส์ระบือไกลมาแต่ปางนั้น (ตัวอย่าง ถาม: คนโพแลคที่ฉลาดกับม้าบินเหมือนกันยังไง? ตอบ: ไม่มีจริงทั้งคู่ / ถาม: ทำไมรัสเซียตีโปแลนด์ได้เร็วราวสายฟ้า? ตอบ: ทหารรัสเซียถอยหลังเข้ามา พวกโปลส์นึกว่ากำลังจะถอยแทนที่กำลังจะบุก ฯลฯ)

เอาเถอะ…จะรังเกียจหรือดูถูกกันก็ไม่เป็นไร ดีกว่าหาเรื่องฆ่าหมู่กันอย่างในรัสเซียเป็นใช้ได้

คนเชื้อสายยิวอย่างแม็กซ์ ทนได้มาแล้วกับระบอบปกครองของรัสเซีย จะมีอะไรในเมืองเสรีอย่างสหรัฐให้กลัวสักเท่าใดเชียว

เข้า YouTube ไปฟัง Vladimir Horowitz บรรเลง

Polonaise in A flat major Op. 53 ของ Chopin ได้ที่ https://youtu.be/KZGi49Bnghs

https://www.youtube.com/watch?v=KZGi49Bnghs&feature=youtu.be