คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง : ประท้วงใหญ่เวียตนามของจริงหรือการเมือง

27.06.18 | 18:04 น.

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเวียดนามอาจได้รับคำเตือนการเดินทางว่า ให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากเกิดการประท้วงขนาดใหญ่ในเมืองใหญ่ของเวียดนามเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ทั้งยังเป็นการประท้วงที่มีการปราบปรามและสลายกลุ่มผู้ชุมนุมขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสังคมนิยมเลยก็ว่าได้

การประท้วงขนาดใหญ่นี้ เกิดขึ้นเพื่อคัดค้านการผ่านร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ของสภาแห่งชาติเวียดนาม ที่จะอนุญาตให้ต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินได้นานถึง 99 ปี ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง จากเดิมที่อนุญาตให้ครอบครองได้เพียง 50 ปี โดยทั้งหมดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีผู้ลงทุนเป็นสัญชาติจีน ซึ่งมีข้อพิพาทในเรื่องพรมแดนและอาณาเขตทางทะเลรุนแรงมาก่อน

กระแสการประท้วงต่อต้านทุนเชื้อสายจีนนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2014 โดยครั้งนั้นได้มีการจลาจลเผาโรงงานของนักลงทุนชาวจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งใช้ตัวอักษรคล้ายคลึงกัน เนื่องจากข้อพิพาทเกี่ยวกับหมู่เกาะพาราเซลและสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ แต่การประท้วงในปีนี้มีขนาดใหญ่และกว้างขวางกว่า รวมถึงเป้าหมายในการแสดงความโกรธแค้นของผู้ชุมนุมก็แตกต่างออกไป โดยจุดมุ่งหมายของการประท้วงในปีนี้พุ่งเป้าไปยังรัฐบาลและนักการเมืองของเวียดนามเองมากกว่าจะเน้นย้ำประเด็นการคุกคามจากต่างชาติ แม้ว่าความไม่พอใจจะมีส่วนขยายจากความเกลียดชังและหวาดระแวงทุนจีนเป็นเชื้อไฟก็ตาม

ในพื้นที่ประท้วงใหญ่ที่สุดที่จังหวัดฮาตินห์ ผู้ชุมนุมเรือนหมื่นปะทะกันกับตำรวจปราบจลาจล จนตำรวจต้องสละโล่ กระบอง และเครื่องแบบ หนีออกจากพื้นที่ชุมนุมอย่างทุลักทุเล ความไม่พอใจของชาวเวียดนามครั้งนี้ปะทุไปทั่วประเทศตามหัวเมืองต่างๆ จนทำให้รัฐสภาของเวียดนามต้องเลื่อนการลงมติร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษฉบับใหม่นี้ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด นับเป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในเวียดนามใต้ระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยม แม้ว่าภายหลังตำรวจจะได้เข้าจับกุมแกนนำผู้ประท้วง และใช้กฎหมายควบคุมอินเตอร์เน็ตและโซเชียลฉบับใหม่เซ็นเซอร์ข้อความประท้วงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง

การตามจับแกนนำภายหลังเมื่อข่าวและการประท้วงสงบ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การประท้วงขนาดใหญ่จนสภาต้องเลื่อนการพิจารณากฎหมายออกไป จะเกิดขึ้นเนื่องจากเกมการเมืองภายในของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม มากกว่าความไม่พอใจโดยตรงของประชาชนแท้จริง เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสามารถควบคุมการประท้วงและติดตามผู้ประท้วงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงที่ผ่านมา การประท้วงกลุ่มทุนจีนในอดีตก็เกิดจากพรรคพวกของผู้ท้าชิงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคเป็นผู้สนับสนุนมาก่อน

Advertisement

ปีกการเมืองที่นิยมจีนในพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามใช้ความผิดพลาดและการทุจริตคอร์รัปชั่นในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรีเหงวียน เติ้น สูง เพื่อกลับมาครองอำนาจอีกครั้งภายหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเมื่อปี 2016 และอาศัยระยะเวลาที่ผ่านประสานรอยร้าวกับสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงดึงดูดการลงทุนจากภายนอกให้เข้ามาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหลายแห่งในประเทศซึ่งยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงพยายามออกกฎหมายใหม่ขยายระยะเวลาครอบครองที่ดินให้ยาวนานขึ้น แต่ก็พบกับการประท้วงขนาดใหญ่ดังกล่าว ซึ่งฝ่ายการเมืองของพรรคหลายคนมองว่า เกิดจากการหนุนอยู่เบื้องหลังของปีกการเมืองที่คัดค้านจีนและพยายามแสวงหาอำนาจและกลุ่มทุนชาติอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เข้ามาคานไว้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความขัดแย้งทางการเมืองภายในเป็นส่วนช่วยเหลือสนับสนุน แต่กระแสความไม่พอใจรัฐบาลและผู้บริหารประเทศของเวียดนามก็เป็นเรื่องจริง มิเช่นนั้นคนเวียดนามจำนวนมหาศาลคงไม่อาจกล้าออกมาสู้กับตำรวจและหน่วยปราบปรามอย่างเข้มแข็ง ปัญหาเขตเศรษฐกิจพิเศษจึงจะกลายเป็นปัญหายอกอกผู้บริหารประเทศทั้งเวียดนามและประเทศกำลังพัฒนาอื่นที่กำลังทำแบบเดียวกันไปอีกนาน